นโยบายด้านการวิจัยและพัฒนา

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      งานวิจัยและพัฒนามีเป้าหมายสูงสุด คือ การนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม แต่เนื่องจากสภาพปัญหาตลอดจนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ดังนั้น กิจกรรมวิจัยและพัฒนาของ สวทช. จึงต้องให้ความสำคัญต่อความทันเหตุการณ์และความยั่งยืน โดยมีประเด็นนโยบายด้านวิจัยและพัฒนาที่สำคัญ ได้แก่
      1. นโยบายการให้ความสำคัญก่อนหลังและเน้นความสำคัญ (Prioritization and Focus) งานวิจัยและพัฒนาเป็นกิจกรรมที่ต้องใช้ทรัพยากร ทั้งด้านบุคลากร การเงิน และเวลาอย่างสูง  ขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงในการล้มเหลว หรือไม่ทันเวลา และไม่ทันเหตุการณ์  ดังนั้น นโยบายสำคัญประการหนี่งของการดำเนินกิจกรรมด้านนี้ คือ ต้องมีการกำหนดความสำคัญก่อนหลังของโปรแกรมต่างๆ โดยพิจารณาทั้งในแง่ศักยภาพที่จะส่งมอบงาน ศักยภาพด้านผลกระทบ เป็นต้น  โดยอาจต้องชะลอหรือยุติบางโปรแกรม เพื่อระดมทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไปเร่งรัดงานวิจัยและพัฒนาให้สามารถส่งมอบผลงานได้ตามข้อผูกพัน
      2. นโยบายเน้นให้ความสำคัญต่อผู้ใช้ประโยชน์ (Customer-Focus Policy) งานวิจัยและพัฒนาเป็นกิจกรรมที่ต้องลงทุนด้วยทรัพยากรสาธารณะ ทั้งในด้านทรัพยากรมนุษย์ การเงิน และเวลา ดังนั้น การดำเนินงานของโปรแกรมวิจัยและพัฒนา จำเป็นต้องมีกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ที่ชัดเจนในภาคเศรษฐกิจ สังคม และสาธารณะ เพื่อสร้างหลักประกันให้ผลผลิตจากการดำเนินงานเหล่านี้ สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและชัดเจนกับกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ โดยมีคุณภาพและเวลาส่งมอบที่เหมาะสม ทั้งนี้ต้องจัดให้กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ดังกล่าวมีส่วนร่วมในงานวิจัยและพัฒนา ตั้งแต่ระยะแรกๆ ของการดำเนินงาน  
      3. นโยบายการถ่ายทอดเทคโนโลยี การบูรณาการกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมวิจัยและพัฒนา โดยจัดให้ผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและพัฒนา (ลูกค้า) มีส่วนร่วมในขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่ต้น เช่น กำหนดโจทย์ กำหนดเป้าหมาย  รวมถึงการรับทราบความก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอ โดยมุ่งให้ลูกค้ามีความผูกพัน (Commitment) และมีส่วนได้ส่วนเสียระดับหนึ่งตั้งแต่เริ่มดำเนินการ ทั้งนี้ด้วยความคาดหวังว่าเมื่องานวิจัยและพัฒนาบรรลุเป้าหมายจะมีลูกค้าซึ่งมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น นำผลงานเหล่านั้นไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือเชิงสังคมได้ทันที และสร้างผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่สาธารณะสามารถมองเห็นหรือรับรู้ได้ชัดเจนขึ้น
      4. นโยบายการสร้างฐานเทคโนโลยี ประเทศไทยยังมีความจำเป็นในการสร้างความเข้มแข็งด้านเทคโนโลยีที่เป็นฐานการพัฒนาในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเป็น Derivative or Secondary Technology ซึ่งอาจเป็น Enabling หรือ Primary Technology ที่สำคัญอย่างแท้จริง และเป็นการสร้างทรัพย์สินทางปัญญาให้กับประเทศและอุตสาหกรรมในระยะยาว พร้อมทั้งมีกลไกการถ่ายทอดที่มีประสิทธิภาพ และมีสัดส่วนการดำเนินการอย่างมีนัยสำคัญในการวิจัยและพัฒนาของ สวทช. และควรมุ่งเน้นเทคโนโลยีที่จะต้องใช้ในระยะกลางหรือระยะยาวตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป
      5. นโยบายการส่งมอบงาน  สวทช. จะมุ่งเน้นการส่งมอบผลงานระยะสั้นและระยะกลางมากขึ้น  เนื่องจากความต้องการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้สามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และการแข่งขันในตลาดโลกได้ ดังนั้น โปรแกรมการวิจัยต่างๆ จึงต้องพิจารณาให้มีผลงานส่งมอบในระยะสั้น (ผลงานที่ส่งมอบภายใน 1 ปี) ประสานกับผลงานในระยะกลาง (ไม่เกิน 3 ปี) อย่างสมดุล กับทั้งเพื่อให้สามารถสร้างผลงานนำหน้าปัญหาและความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์อยู่เสมอ

        Items details

        • Hits: 2344 clicks
        • Average hits: 67 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 4
        น้อยมากที่สุด