6.3 โปรแกรมงานตามพันธกิจที่จำเป็น

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

                สวทช. ให้ความสำคัญต่อการเตรียมความพร้อม และวางรากฐานของการพัฒนา เพื่อเป็นตัวจักรสำคัญที่ขับเคลื่อนการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนในระยะยาว รวมทั้ง กำหนดให้มีมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือ/สนับสนุนให้ผู้ใช้สามารถนำผลงานออกไปใช้ประโยชน์ โดยจัดตั้งโปรแกรมต่างๆได้แก่ การพัฒนากำลังคน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ที่จำเป็นต่อการพัฒนา ว และ ท ของประเทศในอนาคต ศูนย์ความเป็นเลิศเฉพาะด้าน การสนับสนุนด้านเทคนิค  การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีใน SME (ITAP) การพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยี การฝึกอบรม การสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน (อุทยานวิทยาศาสตร์) และ โปรแกรมกลยุทธ์การตลาด ประชาสัมพันธ์ และการดูแล Stakeholder เฉพาะกลุ่ม เพื่อให้ผลงานวิจัยไปถึงกลุ่มผู้ใช้ และเชื่อมโยงความต้องการกลับมาที่งานวิจัยได้อีกด้วย
       
      1. โปรแกรมการพัฒนากำลังคนและสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หมายถึง งานพัฒนาฐานกำลังคนด้าน ว และ ท ให้ประเทศ โดยเน้นการสร้างและพัฒนาบุคลากรวิจัย ที่จะเป็นผู้สร้างความรู้และนวัตกรรมในอนาคต พร้อมกับสร้างความรู้ความเข้าใจ แก่เด็ก เยาวชน ประชาชนทั่วไป ให้ตระหนักถึงประโยชน์ของ ว และ ท และใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม โดยการสร้างนักวิจัยให้ประเทศ เชื่อมโยงกับงานวิจัยที่ สวทช. มุ่งเน้น และภาคอุตสาหกรรม กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ เด็กที่มีอัจฉริยภาพสูง บุคคลทั่วไป และภาคอุตสาหกรรม
         
      2. โปรแกรมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนา ว และ ท หมายถึง ลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการวิจัยและพัฒนาของประเทศและ สวทช. ซึ่งประกอบด้วย (1) การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ การลงทุนก่อสร้างอาคารสถานที่ปฏิบัติงาน รวมถึงระบบสาธารณูปโภค และระบบสารสนเทศและสื่อสาร การจัดตั้งห้องปฏิบัติการ และการจัดหาครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ และ (2) การดำเนินงาน บำรุงรักษา และพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ศูนย์แห่งชาติได้ดำเนินการมาระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งต้อง ดูแลรักษา และทำให้การดำเนินงานยั่งยืนได้ในลักษณะงานประจำ โดยมีหน่วยงานอื่นมาใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง สามารถรายงานเรื่องผลกระทบให้กับประเทศได้ รวมถึงมีการวางแผนด้าน exit strategy ในระยะปานกลาง ระยะยาว เพื่อให้ สวทช. มีโอกาสสร้างโครงสร้างพื้นฐานอื่นต่อไป
         
      3. ศูนย์แห่งความเป็นเลิศเฉพาะด้าน เพื่อขยายขนาดผลงานวิจัยที่มีศักยภาพให้เป็นต้นแบบระดับอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสในการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและเกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น สร้างความสามารถระดับวิศวกรรมและการผลิตจำนวนมาก เพื่อให้สามารถนำผลงานไปใช้ประโยชน์ได้จริง และพัฒนาหน่วยวิจัยที่ทำงานวิจัยในระดับใกล้ตลาด ให้มีความพร้อมที่จะทำงานในระดับเชิงพาณิชย์ เช่น Focus Center
         
      4. การบริการวิชาการและทดสอบ เป็นการจัดให้มีบริการความช่วยเหลือทางวิชาการหรือบริการด้านเทคนิคต่างๆ (Solution provider) เพื่อเอื้อให้เกิดการรับ หรือถ่ายทอดเทคโนโลยี ตลอดจนใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถของ สวทช. มากขึ้น ได้แก่ การให้บริการวิเคราะห์ ทดสอบ บริการเครื่องมือวิทยาศาสตร์ การให้คำปรึกษาเทคนิค การรับจ้างวิจัย ตลอดจนการร่วมทุนเพื่อการทดสอบผลิตภัณฑ์ จัดระบบให้บริการ ที่สะดวก รวดเร็วเข้าถึงได้ง่าย มีหน่วยงานกลางทำหน้าที่บริหารจัดการสิทธิและใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญา พัฒนามาตรฐานที่จำเป็นต่อชุมชนท้องถิ่น สร้าง NSTDA Mark เชื่อมโยงปัญหา/โจทย์ กลับไปที่หน่วยวิจัย สามารถตอบโจทย์รายได้ของ สวทช. และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ในขณะที่สร้างความสามารถในระยะกลางด้วย

      5. การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs ในการเริ่มต้นนำ ว และ ท เข้ามาพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าและบริการของตนเอง และเห็นประโยชน์ของ ว และ ท ในการยกระดับนวัตกรรมของตนเอง ที่นำไปสู่การใช้บริการ สวทช. รับถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือ วิจัยและพัฒนาเองในที่สุด วัดผลการสำเร็จจากจำนวนผู้ขอรับการสนับสนุนที่เปลี่ยนมาเป็นลูกค้าหรือพันธมิตรของ สวทช. มุ่งสู่การเลี้ยงตัวเองได้ในระยะกลาง ใช้ผู้เชี่ยวชาญจาก สวทช. และเครือข่าย รวบรวมปัญหาเพื่อให้เกิดเป็นโจทย์วิจัยเพื่อเชื่อมโยงกับนักวิจัยและโปรแกรมวิจัยภายในของ สวทช. เข้าด้วยกัน ขยายผลเพื่อสร้างผลกระทบในวงกว้างขึ้น โดยลดการช่วยเหลือจากส่วนกลาง และใช้เงินจากหน่วยงานในพื้นที่ เช่น อบต. อบจ. มากขึ้น

      6. การพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยี เป็นกลไกการเพิ่มการลงทุนวิจัยและพัฒนาในภาคเอกชน การจัดให้มีบริการความช่วยเหลือทางธุรกิจและการเงิน เพื่อเอื้อให้เกิดการรับ หรือถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก สวทช. ได้แก่ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ การร่วมพัฒนาธุรกิจและลงทุน การบ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยี การให้คำปรึกษาด้านธุรกิจ/การรับรองโครงการวิจัยและพัฒนา และกองทุนพัฒนาการวิจัย (RDF) การจัดให้มีข้อมูล Market intelligence หรือ Industrial outlook โดยร่วมมือกับพันธมิตร จัดระบบให้บริการ ที่สะดวก รวดเร็วเข้าถึงได้ง่ายและเชื่อมโยงกับหน่วยวิจัยและหน่วยบริหารจัดการสิทธิเทคโนโลยี สามารถตอบโจทย์รายได้ของ สวทช. ในขณะที่สร้างความสามารถในระยะกลางด้วย
         
      7. การสนับสนุนกำลังคน (ด้านฝึกอบรม) อาศัยกระบวนการฝึกอบรมเป็นเครื่องมือในการให้ภาครัฐภาคเอกชน เข้าถึง ว และ ท ของ สวทช. มากขึ้น โดยให้บริการฝึกอบรมในหลักสูตรที่ตรงความต้องการ และสอดคล้องกับความชำนาญของ สวทช. ที่โดดเด่นแตกต่างจากหัวข้อฝึกอบรมในตลาด รวมไปถึงการให้บริการทดสอบระดับความรู้และสอบเทียบ เป็นบริการที่จัดอย่างมืออาชีพ ได้มาตรฐาน สามารถจัดได้ทั้งในและนอกสถานที่ รวมถึงการจัดฝึกอบรมในระดับภูมิภาคด้วย ให้บริการอุปกรณ์ สถานที่ฝึกอบรม ทั้งเชิงบรรยายและเชิงปฏิบัติการ แก่บุคคลภายนอก โดยเชื่อมโยงนักวิจัยในศูนย์เข้ามาเป็นวิทยากร สร้างสมดุลระหว่างหลักสูตรวิชาการและด้านการผลิต หลักสูตรที่กำไรและไม่กำไร รวมถึงต้องบริหารต้นทุนด้วย เพื่อตอบโจทย์รายได้ของ สวทช.
         
      8. อุทยานวิทยาศาสตร์ จัดให้มีบริการพื้นที่เช่าคุณภาพสูงเพื่อคุยธุรกิจ การตลาด การลงทุน และกิจกรรม R&D เชื่อมโยงผู้เช่าพื้นที่ กับ สวทช. และ/หรือ มหาวิทยาลัยใกล้เคียงให้เกิดเป็นเครือข่ายวิจัยและพัฒนา จัดกิจกรรมให้เกิดการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เช่า ลูกค้า ผู้บริหาร นักวิจัย สวทช. เพื่อเพิ่มโอกาสทำงานร่วมกัน และนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในธุรกิจ บริการฐานข้อมูลวิทยาศาสตร์ และมุ่งสู่ระบบการบริการแบบ Single window

      9. การเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย/การตลาด เพื่อให้เกิดแผนการตลาด ประชาสัมพันธ์ เชิงรุกที่เฉพาะเจาะจงตรงตามกลุ่มเป้าหมาย ตอบสนอง/ สนับสนุนการบรรลุเป้าหมายขององค์กร อย่างครบถ้วน มีประสิทธิภาพในเชิงต้นทุนสูงสุด ครอบคลุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการตลาด ประชาสัมพันธ์สินค้า บริการ ผลงาน รวมถึงการสื่อสารภาพลักษณ์ สวทช. เพื่อให้ สวทช. บรรลุเป้าหมาย และมีนโยบายเรื่องโครงการสร้างราคาของบริการจาก สวทช. ที่ชัดเจน ทำหน้าที่ดูแลลูกค้ารายใหญ่ และเชื่อมโยง account manager ไปสู่ศูนย์แห่งชาติ และเชื่อมโยงให้เกิดรายได้
       
      ตารางที่ 3  รายชื่อโปรแกรมวิจัย และเป้าหมายผลผลิต/เทคโนโลยี/ผลลัพธ์ กลุ่มโปรแกรมงานตามพันธกิจที่จำเป็นของ สวทช. ปีงบประมาณ 2554
       
      โปรแกรม
      เป้าหมายผลผลิต/เทคโนโลยี/ผลลัพธ์
      การพัฒนากำลังคนและสร้างความตระหนักด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
      · บุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีคุณภาพและปริมาณเพียงพอกับความต้องการของประเทศ
       โดยสนับสนุนทุนการศึกษา จำนวน 100 ทุน
      · เยาวชนเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ จำนวน 2,500 คน
      · ผู้มีความสามารถทางวิทยาศาสตร์ จำนวน 100 คน
      · ผู้มีอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์ จำนวน 204 คน
      · จำนวนผลงานที่เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน จำนวน 200 โครงการ
      · จำนวนครูที่ได้รับการอบรม สัมมนา เสวนา กิจกรรมค่าย ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อนำ ความรู้ไปถ่ายทอดขยายผลได้ จำนวน 400 คน
      โปรแกรมโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการพัฒนา
      ว และ ท
      · มีฐานข้อมูลตลอดชีวิตของวัสดุและพลังงาน (Life Cycle Inventory Database : LCI) จำนวน 2 ฐานข้อมูล, ฐานข้อมูลที่ผ่านการ verify/ validate จำนวน 15 ฐานข้อมูล และระบบจัดการฐานข้อมูลที่ได้รับการ updated /maintain เพื่อรองรับการเก็บข้อมูลและเชื่อมโยง 1 ระบบ
      · โครงการความร่วมมือเกี่ยวกับ LCI ระดับ ASEAN จำนวน 1 โครงการ
      · เครือข่ายคอมพิวเตอร์ในสถาบันการศึกษาและหน่วยงานวิจัยให้มีความเร็วสูงและมีประสิทธิภาพ สามารถรองรับการประยุกต์ใช้งานที่มีความต้องการเพิ่มขึ้น โดยมีเป้าหมายการให้บริการข้อมูลผ่านเครือข่ายความเร็วสูงจำนวน 3,000,000 ครั้ง
      · มีรูปแบบการให้บริการและการเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อให้ผู้ใช้บริการมี ความพึงพอใจและเพิ่มมากขึ้น โดยมีหน่วยงานที่ให้บริการเครือข่ายสารสนเทศ 26 หน่วยงาน
      · มีแหล่งค้นคว้า/วิจัยและเผยแพร่ข้อมูล ความรู้ บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต โดยเพิ่มปริมาณข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายให้ผู้ใช้บริการสามารถเรียกใช้ได้สะดวกมากขึ้น
      · พัฒนาบุคคลากร ให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีเครือข่ายและการประยุกต์ใช้งานมากขึ้น
      · เกิดโครงสร้างพื้นฐาน Cyber infrastructure ที่เป็นการพัฒนาร่วมกันในรูปแบบของ consortium โดยมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้ มี worker node ซึ่งมีจำนวนแกนประมวลผล (core) รวมกันไม่น้อยกว่า 1032 คอร์, ขนาดของระบบสำรองข้อมูล ไม่น้อยกว่า 540 TBและมีเครือข่ายที่เชื่อมโยงองค์กรของผู้ใช้และผู้ให้บริการ รวมทั้งเชื่อมโยงกับต่างประเทศ โดยมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับการใช้งาน
      · มีกลุ่มผู้ใช้ดำเนินการวิจัยในสาขาด้านฟิสิกส์พลังงานสูง การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พลังงานและ สิ่งแวดล้อม นาโนเทคโนโลยี วิทยาการ และ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ และมีความร่วมมือกับองค์กร
      ในต่างประเทศในการดำเนินโครงการวิจัยที่มีความสำคัญในระดับสากล 11 โครงการ
      · ให้การสนับสนุนด้านการบริการ ในลักษณะของการให้สิทธิ์การใช้โปรแกรมการคำนวณที่สามารถสนับสนุนงานวิจัย พัฒนาที่มีการศึกษาทางคอมพิวเตอร์ขั้นสูง เพื่อใช้ในการศึกษาสารประกอบที่มีโครงสร้างระดับนาโนเมตรและปฏิกิริยาเคมีในระดับโมเลกุลทางด้านนาโนเทคโนโลยีอันสอดคล้องกับ 3 สาขาเทคโนโลยี ได้แก่ nanocoating, nano-encapsulation และ nanodevice และสนับสนุนงานวิจัยในศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้าน
      นาโนเทคโนโลยีที่เป็นศูนย์เครือข่ายอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างๆ
      · การให้บริการวิเคราะห์และทดสอบตัวอย่างด้วยมาตรฐานสากลทางด้านนาโนเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นมาใหม่
      โดย ISO และ ASTM

      ศูนย์แห่งความเป็นเลิศเฉพาะด้าน (Focus Center)
      · ต้นแบบวัสดุฝังในเพื่อใช้ยึดอวัยวะเทียมตามมาตรฐาน ISO 13485 อย่างน้อย 1 ชุด พร้อมเครื่องมือ
      · ต้นแบบแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดดามกระดูกขนาดเล็กที่ใบหน้าและขากรรไกรตามมาตรฐาน ISO 13485 อย่างน้อย 1 แบบ พร้อมเครื่องมือ
      · ต้นแบบแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็กตามมาตรฐาน ISO 13458 : 2003 อย่างน้อย 1 ชุดพร้อม เครื่องมือ
      · สิทธิบัตร 3 เรื่อง
      · ผลงานเผยแพร่ทางวิชาการ 3 เรื่อง
      · ให้บริการรักษาทันตกรรมรากฟันเทียมแก่แรงงานที่ขึ้นทะเบียนและผ่านเกณฑ์ประเมิน จำนวน 5,000 ราก ในโครงการรากฟันเทียม เฉลิมพระเกียรติ สำหรับประชาชนไทยผู้ใช้แรงงาน
       
       
      การบริการวิชาการและทดสอบ
      ·ส่งเสริมการนำผลงานวิจัยและพัฒนาของ สวทช. ไปสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ในวงกว้าง
      ·สนับสนุนด้านการผลิตและช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกระบวนการผลิตให้แก่ภาคอุตสาหกรรม
      ·ส่งเสริมระบบซึ่งสนับสนุนการจดทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญาและประเมินศักยภาพในการนำผลงานวิจัยและพัฒนาไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
      ·สนับสนุนการสร้างรายได้ให้กับ สวทช.ด้วยผลงานวิจัยและพัฒนา และการจัดสรรผลประโยชน์อย่างเป็นธรรมกลับคืนสู่นักวิจัย เพื่อสร้างแรงจูงใจในการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

       
      การสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม
      · สนับสนุนการทำวิจัยของเอกชน (IRAP)
      · สนับสนุนการพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพของเอกชนให้มีการพัฒนาเทคโนโลยี
      · เพิ่มการยกระดับมาตรฐานของเอกชนในระดับสากลให้ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล
       
      การสนับสนุนด้านธุรกิจเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยี
      · สร้างงานให้ สวทช. ภายใน 70 ราย / ภายนอก 30 ราย
      · สร้างพันธมิตร 4 ความร่วมมือโครงการ (MOU)
      · ข้อมูล/Market Research 3 ฉบับ
      · เพิ่มการลงทุนทางด้าน R&D ของภาคเอกชน 335 ล้านบาท
      · ลดต้นทุนการทำ R&D 180 ล้านบาท
      · รายได้ของผู้เข้ารับการบ่มเพาะฯและผู้ประกอบการใหม่ 40 ล้านบาท

       
      การสนับสนุนกำลังคน
      (ด้านฝึกอบรม)
      · จำนวนผู้ผ่านการฝึกอบรม 8,000 คน
      · จำนวนหลักสูตร 145 หลักสูตร
      · รายได้ 66 ล้านบาท

       
      อุทยานวิทยาศาสตร์
      · อัตราการใช้ (เช่า) พื้นที่ต่อพื้นที่ (เช่า) ทั้งหมด TSP 92% SWP 98%
      · จำนวนผู้เช่าพื้นที่ TSP 60 ราย SWP 50 ราย
      · มูลค่าการลงทุนในงานวิจัยพัฒนา (ข้อมูลย้อนหลัง 1 ปี) 305 ล้านบาท
      · จำนวนบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนาของผู้เช่า 307 ราย
      · จำนวนโครงการวิจัยและพัฒนาของผู้เช่า 325 โครงการ
      · จำนวนผลงานวิจัยพัฒนาที่ออกสู่เชิงพาณิชย์ 187 ชิ้นงาน
      · รายได้ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมวิจัยพัฒนาที่ดำเนินการในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย 1,165 ล้านบาท

       
      การการตลาด ประชาสัมพันธ์ และการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย/
      · 400 Business leads นำไปสู่การสร้างรายได้เป็นมูลค่า 100 ล้านบาท
      · เกิดมูลค่าผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคมแก่ประเทศจากกิจกรรม สวทช. ไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท
      · มูลค่าความร่วมมือโครงการ (MOU) ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท (in kind / in cash)

       

        Items details

        • Hits: 690 clicks
        • Average hits: 43.1 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 2
        น้อยมากที่สุด