5. กลยุทธ์การดำเนินงานของ สวทช. ในปี 2554
ในการดำเนินงานของ สวทช. จะมีการทบทวนผลการดำเนินงาน ประเมินประสิทธิภาพ ปัญหาและอุปสรรคที่มีต่อการบรรลุเป้าหมายของ สวทช. ในแต่ละปี ตลอดจนการบรรลุเป้าหมายในภาพรวมเพื่อนำประเด็นปัญหา อุปสรรคต่างๆ เหล่า มาพัฒนากำหนดเป็นกลยุทธ์ประจำปี โดยในปี 2554 นี้ ได้กำหนดกลยุทธ์สำคัญ จำเป็นสำหรับการดำเนินงานไว้ พร้อมทั้งจะมีการจัดทำเป็นแผนปฏิบัติการร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดเป็นเป้าหมายและความรับผิดชอบร่วมกัน กลยุทธ์สำคัญในปี 2554 ดังนี้
1. การเพิ่มความเข้มข้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของภาคการผลิตและบริการที่ทำงานร่วมกับ สวทช.
ด้วย สวทช. ตระหนักดีว่าการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศอย่างยั่งยืนและมั่นคง คือ การให้ภาคการผลิตและบริการมีการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาเองอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนและการดำเนินงานวิจัยโดยรัฐ ไม่สามารถจะดำเนินการได้ตรงตามความต้องการ ได้อย่างรวดเร็ว และพอเพียง ดังนั้น สวทช. จะปรับบทบาทจากผู้ดำเนินงานมาเป็นหุ้นส่วนในการดำเนินงานกับภาคการผลิตและบริการ ใช้กลไกต่างๆ ที่ สวทช. มีเอื้ออำนวย จูงใจให้ภาคเอกชนเกิดความมั่นใจที่จะลงทุนวิจัยหรือพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในหน่วยงานองค์กรของตนเองเพิ่มมากขึ้น กลไกที่ สวทช. จะนำมาใช้ อาทิ
(1) การร่วมลงทุนวิจัยและพัฒนากับ สวทช. และ/หรือ จ้าง สวทช. วิจัยตามโจทย์ที่ตัวเองกำหนด
(2) การนำผลงานวิจัยของ สวทช. ไปต่อยอดโดยการขออนุญาตใช้สิทธิ
(3) การเอื้อประโยชน์/เพิ่มมาตรการจูงใจให้ภาคเอกชนสามารถนำค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของตัวเองมาลดหย่อนภาษี เป็นต้น
(1) การร่วมลงทุนวิจัยและพัฒนากับ สวทช. และ/หรือ จ้าง สวทช. วิจัยตามโจทย์ที่ตัวเองกำหนด
(2) การนำผลงานวิจัยของ สวทช. ไปต่อยอดโดยการขออนุญาตใช้สิทธิ
(3) การเอื้อประโยชน์/เพิ่มมาตรการจูงใจให้ภาคเอกชนสามารถนำค่าใช้จ่ายด้านการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของตัวเองมาลดหย่อนภาษี เป็นต้น
2. การเพิ่มสัดส่วนนักวิจัย Non-payroll
การเพิ่มกิจกรรมวิจัยและพัฒนาในประเทศไม่ว่าจะเป็นใน สวทช. หรือในภาคการผลิตและบริการ สิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่สุด คือ กำลังคน หรือ บุคลากรวิจัย ซึ่งประเทศ หรือ สวทช. เองยังไม่สามารถเพิ่มจำนวนบุคลากรวิจัยได้อย่างรวดเร็วทันกับปริมาณงานและความคาดหวังของภายนอกที่มีต่อ สวทช. ซึ่งจะทวีคูณขึ้นในอนาคต เพื่อให้งานของ สวทช. มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องต่อไป สวทช. จึงได้ริเริ่มนโยบายเกี่ยวกับการเพิ่มสัดส่วนบุคลากรวิจัยที่รับค่าตอบแทนในลักษณะ non-payroll โดยกลุ่มเป้าหมาย คือ บุคลากรที่มีความประสงค์จะเข้ามาทำงานร่วมกับ สวทช. ในฐานะนักวิจัย และผู้ช่วยนักวิจัยในห้องปฏิบัติการ และในโครงการต่างๆ ของ สวทช. ด้วยวัตถุประสงค์ที่แน่ชัดในการผลิตผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ ภายในกำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ได้แก่ นักวิจัยระดับ post-doctoral และ นักศึกษาระดับปริญญาโทและเอก รวมถึงนักศึกษาทุนรัฐบาลและในโครงการต่างๆ ทั้งที่ศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นต้น
3. การประหยัดพลังงานและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green NSTDA)
เนื่องจากวิกฤติสิ่งแวดล้อม พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก สวทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐที่ทำงานในระดับสากล จึงควรแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่เต็มไปด้วยความตระหนักและความรับผิดชอบต่อสังคม อย่างชัดเจน จึงได้ประกาศนโยบายการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2553 เพื่อให้เกิดการผลักดันนโยบายดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติในวงกว้างทั่วทั้งองค์กร โดยให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมในการดำเนินงานร่วมกัน ทั้งการใช้วัสดุ สิ่งของ ครุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดมลภาวะ และการใช้วิธีการประหยัดพลังงานตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง สร้างจิตสำนึกในการประหยัดพลังงาน และสร้างความตระหนักต่อการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม เช่น การใช้บันไดกรณีขึ้นลงชั้นเดียวแทนการใช้ลิฟต์ ปิดไฟในเวลาพักเที่ยง หรือปิดไฟฟ้าดวงที่ไม่จำเป็น และลดการใช้กระดาษใช้วิธีการส่งมอบ/บริการข้อมูลผ่านทาง e-mail แทน เป็นต้น นอกจากนี้ สวทช. ยังพัฒนางานวิจัยต่างๆ เพื่อสร้างองค์ความรู้ เทคโนโลยี และต้นแบบผลิตภัณฑ์/ วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การจัดทำฐานข้อมูลวัฏจักรชีวิตของวัสดุพื้นฐานและพลังงานของประเทศ (National LCI Database) เป็นต้น
Items details
- Hits: 940 clicks
- Average hits: 58.8 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info
| < Prev | Next > |
|---|



