4. แนวนโยบายในการดำเนินงาน

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

            สวทช. แนวนโยบายในการดำเนินงานตามพันธกิจ 4 ด้าน คือ การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงงานด้านการสนับสนุน ไว้ ดังนี้
       

      นโยบายด้านการวิจัยและพัฒนา

       
           งานวิจัยและพัฒนามีเป้าหมายสูงสุด คือ การนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม สามารถรับมือกับสภาพปัญหาได้อย่างทันเหตุการณ์  โดยมีประเด็นนโยบายที่สำคัญ ได้แก่
      1. การให้ความสำคัญก่อนหลังและเน้นความสำคัญ (Prioritization and Focus)  ต้องมีการกำหนดความสำคัญก่อนหลังของโปรแกรมต่างๆ โดยพิจารณาทั้งในแง่ศักยภาพที่จะส่งมอบงาน ศักยภาพด้านผลกระทบ เป็นต้น โดยอาจต้องชะลอหรือยุติบางโปรแกรม เพื่อระดมทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ไปเร่งรัดงานวิจัยและพัฒนาให้สามารถส่งมอบผลงานได้ตามข้อผูกพัน
         
      2. การเน้นให้ความสำคัญต่อผู้ใช้ประโยชน์ (Customer-Focus R&D) การดำเนินงานของโปรแกรมวิจัยและพัฒนา ต้องมีกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ที่ชัดเจนในภาคเศรษฐกิจ สังคม และสาธารณะ เพื่อสร้างหลักประกันให้ผลผลิตจากการดำเนินงานเหล่านี้ สามารถทำให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและชัดเจนกับกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ โดยมีคุณภาพและเวลาส่งมอบที่เหมาะสม โดยจัดให้กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์ดังกล่าวมีส่วนร่วมในงานวิจัยและพัฒนา ตั้งแต่ระยะแรกๆ ของการดำเนินงาน 
         
      3. การเน้นให้เกิดถ่ายทอดเทคโนโลยีและการนำผลงานไปใช้ประโยชน์ ให้มีการบูรณาการกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีเข้าเป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมวิจัยและพัฒนา โดยจัดให้ผู้ใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและพัฒนา (ลูกค้า) มีส่วนร่วมในขั้นตอนต่างๆ ตั้งแต่ต้น เช่น กำหนดโจทย์ กำหนดเป้าหมาย รวมถึงการรับทราบความก้าวหน้าอย่างสม่ำเสมอ โดยมุ่งให้ลูกค้ามีความผูกพัน (Commitment) และมีส่วนได้ส่วนเสียระดับหนึ่งตั้งแต่เริ่มดำเนินการ เพื่อให้ลูกค้าซึ่งมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น จะนำผลงานวิจัยที่ดำเนินการจนสำเร็จและบรรลุเป้าหมายไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์หรือเชิงสังคมได้ทันที และสร้างผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจและสังคมที่สาธารณะสามารถมองเห็นหรือรับรู้ได้ชัดเจนขึ้น
         
      4. การสร้างฐานเทคโนโลยีให้กับประเทศ  ประเทศไทยยังมีความจำเป็นในการสร้างความเข้มแข็งด้านเทคโนโลยีที่เป็นฐานการพัฒนาในอุตสาหกรรมต่างๆ ในระยะยาว โดย สวทช. จะมีสัดส่วนการดำเนินการวิจัยในส่วนนี้อย่างมีนัยสำคัญ
         
      5. มุ่งเน้นการส่งมอบงานที่ทันความต้องการ สวทช. จะมุ่งเน้นการส่งมอบผลงานระยะสั้นและระยะกลางมากขึ้น ดังนั้น โปรแกรมการวิจัยต่างๆ จึงต้องพิจารณาให้มีผลงานส่งมอบในระยะสั้น (ผลงานที่ส่งมอบภายใน 1 ปี) ประสานกับผลงานในระยะกลาง (ไม่เกิน 3 ปี) อย่างสมดุล กับทั้งเพื่อให้สามารถสร้างผลงานนำหน้าปัญหาและความต้องการของผู้ใช้ประโยชน์อยู่เสมอ

      นโยบายด้านการถ่ายทอดเทคโนโลยี

       
      1. มุ่งเชื่อมโยงกลไกการวิจัยและพัฒนาและการถ่ายทอดเทคโนโลยี  เพื่อกระตุ้นให้เกิดนำเทคโนโลยีที่พัฒนาไปสู่ผู้ใช้ประโยชน์ ในทางกลับกัน สวทช. ต้องมีกลไกที่จะรับ “โจทย์” การวิจัยและพัฒนาจากภาคเอกชนในเวลาเดียวกัน
         
      2. มุ่งให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นขั้นตอน “Planned Technology Transfer”  โดยเริ่มตั้งแต่การหาโจทย์ในภาคอุตสาหกรรม  การจัดตั้ง Consortium กับผู้ใช้ประโยชน์ ตลอดจนการสร้างกลไกการช่วยเหลืออื่นๆ เพื่อให้ผู้รับถ่ายทอดเทคโนโลยีประสบความสำเร็จ
         
      3. มุ่งสร้างแรงกระตุ้นให้นักวิจัยและบุคลากรสนับสนุนอื่น เห็นความสำคัญ ของกิจกรรมส่วนนี้
         
      4. มุ่งเพิ่มจำนวนลูกค้าในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยยกระดับคุณภาพการถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง
         
      5. มุ่งให้สำนักงานจัดการสิทธิเทคโนโลยี (Technology Licensing Office: TLO) มีความเข้มแข็ง สามารถให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพทั้งภายในและภายนอกองค์กร
       

      นโยบายด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

       
      1. เน้นการดำเนินงานที่สนับสนุนกิจกรรมวิจัยและพัฒนาตามเป้าหมาย ของ สวทช.  เช่น โครงการ TGIST และทุนปริญญาโท-เอก ที่มีการทำวิจัยร่วมกับนักวิจัย สวทช. เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากการมีส่วนร่วมในงานวิจัย นอกจากนี้ สวทช. ก็ได้รับประโยชน์จากกำลังคนที่เพิ่มขึ้นในการทำวิจัย กิจกรรมที่แม้มีประโยชน์ แต่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมการวิจัยและพัฒนาน้อย ให้ลดปริมาณลง หรืออาจยกเลิกในอนาคต
         
      2. กิจกรรมที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล เช่น งานค่ายวิทยาศาสตร์ จะดำเนินการโดยรวมงานในลักษณะเดียวกันของศูนย์เข้ามาไว้ด้วยกัน และวางแผนถอนตัว หรือแยกตัวเป็นหน่วยงานอิสระในอนาคต
         
      3. กิจกรรมที่สามารถหารายได้  (เช่น การฝึกอบรมทั่วไป) จะพยายามลดหรือเลิก หรือมอบให้หน่วยงานภายนอก (ซึ่ง สวทช. อาจจัดตั้งขึ้นใหม่) หรือ หน่วยงานกลางดำเนินการ
         
      4. กำหนดนโยบายและบรรทัดฐานให้ชัดเจน เกี่ยวกับนโยบายในการให้บริการ และนโยบายในการยกเลิกบริการ (Entry and Exit Policy) เพื่อใช้ประเมิน เริ่ม หรือเลิกโครงการต่างๆ
       

      นโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

       
      1. มุ่งพัฒนามาตรฐานในการให้บริการ การประเมินราคางาน การรับงาน และระยะเวลาในการให้บริการ
         
      2. มุ่งให้ห้องปฏิบัติการบริการทุกห้อง ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม
         
      3. กำหนดนโยบายและบรรทัดฐานให้ชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายการให้บริการ และนโยบายการยกเลิกบริการ (Entry and Exit Policy) เพื่อใช้ประเมินการเริ่มหรือยุติการดำเนินงานโครงการต่างๆ เช่น ลด หรือยกเลิกบริการที่แข่งขันกับภาคเอกชนในที่สุด และส่งเสริมให้ภาคเอกชนสามารถให้บริการในงานที่มีลักษณะประจำและภาระงานสูง
         
      4. เชื่อมโยงการให้งานบริการเข้ากับงานวิจัยและพัฒนา ทั้งภายในและภายนอกให้ชัดเจน และคงไว้ซึ่งการบริการที่ต้องใช้เทคโนโลยีและการวิเคราะห์ขั้นสูงเท่านั้น
         
      5. มุ่งให้มีการประชาสัมพันธ์การให้บริการอย่างเป็นระบบ
       

      นโยบายด้านงานสนับสนุน

       
      1. มุ่งให้เกิดการพัฒนาระบบบริการสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพอยู่เสมอ เนื่องจากงานด้านบริการสนับสนุน เป็นฟันเฟืองที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนให้เกิดพันธกิจสำคัญของ สวทช.
         
      2. ให้ความสำคัญกับการดูแล เอาใจใส่ ทั้งด้านการพัฒนาเส้นทางอาชีพและพัฒนาศักยภาพเพื่อเข้าครองตำแหน่ง ให้สอดคล้องกับสมรรถนะ (Competency) ที่องค์กรต้องมี เนื่องจากบุคลากร เป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญที่สุดขององค์กร
         
      3. พัฒนาประสิทธิภาพของแผนกลยุทธ์และแผนงาน ให้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการกำหนดนโยบายและทิศทางขององค์กร ตลอดจนการจัดสรรทรัพยากรของ สวทช. ให้เหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดขององค์กร และประโยชน์สูงสุดของประเทศ
         
      4.  ระบบสารสนเทศ จะต้องเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ทั้งในเรื่อง การจัดเก็บ ประมวลผลข้อมูลการดำเนินการต่างๆ ติดตาม ประเมินผล และวัดผลการปฏิบัติงานด้วยความรวดเร็ว รวมถึงเป็นข้อมูลสารสนเทศสำหรับพิจารณาในการปรับแผนตามสถานการณ์ได้อย่างทันเวลา
         
      5. ให้ความสำคัญกับการสื่อสารภายใน ทั้งเพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงาน บุคลากร ยังเพื่อสร้างความเข้าใจต่อนโยบาย เป้าหมาย ทิศทางองค์กร เพื่อให้เกิดความมีส่วนร่วม และการเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
         
      6. มุ่งยกระดับประสิทธิภาพของกระบวนการจัดซื้อ จัดหา และจัดจ้าง และกระบวนการทางการเงิน เนื่องจากมีผลกระทบที่ต่อประสิทธิภาพของกิจกรรมต่างๆ ภายใน สวทช. อย่างมีนัยสำคัญ
         
      7. พัฒนาบริการสนับสนุนร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ศูนย์แห่งชาติต่างๆ เพื่อช่วยลดต้นทุน จากการทำงานที่ซ้ำซ้อน และยกระดับประสิทธิภาพและคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐานเดียวกัน และดียิ่งขึ้นไปได้

        Items details

        • Hits: 542 clicks
        • Average hits: 33.9 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 2
        น้อยมากที่สุด