1. คลัสเตอร์อาหารและการเกษตร

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

            คลัสเตอร์อาหารและการเกษตรเป็นคลัสเตอร์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพื้นที่และสภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสมกับการเพาะปลูก และเป็นประเทศที่ผลิตสินค้าการเกษตร และผลิตภัณฑ์อาหารจากการแปรรูปผลผลิตการเกษตร อันได้แก่ ผลผลิตจากพืช ปศุสัตว์ และประมง ซึ่งนับเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่มีบทบาทต่อเศรษฐกิจของประเทศ โดยอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรของประเทศไทยมีความได้เปรียบเชิงเปรียบเทียบ (comparative advantage) และความสามารถในการแข่งขันสูง การขยายตัวของการค้าทางด้านอาหาร จะส่งผลให้เกิดการแข่งขันของกลุ่มอุตสาหกรรมการผลิตผลิตผลทางอาหารและการเกษตรสูงขึ้น  จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเร่งรัดพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบของอุตสาหกรรมอาหาร ให้เพียงพอกับความต้องการที่เพิ่มขึ้น

             นอกจากนี้ อุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรยังเป็นอุตสาหกรรมที่ช่วยพัฒนากระบวนการผลิตในภาคการเกษตรนับตั้งแต่การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว จนถึงการนำผลผลิต ซึ่งได้แก่ ผลผลิตจากพืช ปศุสัตว์ ป่าไม้ และการประมง มาแปรรูปโดยใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มีอายุการเก็บรักษายาวนานขึ้น และสะดวกต่อการอุปโภค บริโภค  ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลก จึงกล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะเป็นอุตสาหกรรมที่ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างภาคเกษตรและภาคการผลิต เพราะนอกจากการที่ผลผลิตทางการเกษตรจะเป็นแหล่งทรัพยากรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแล้ว  ยังก่อให้เกิดการจ้างงาน การกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาค ช่วยดึงแรงงานบางส่วนไม่ให้อพยพเข้าสู่เมืองซึ่งจะช่วยลดปัญหาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ทางหนึ่ง และยังเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดดุลการค้าของประเทศด้วย

             เนื่องจากอุตสาหกรรมนี้มีความสำคัญต่อประชาชนในวงกว้าง รัฐบาลจึงให้การส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากการที่รัฐบาลมีนโยบายในการสนับสนุนเพื่อให้ไทยเป็น “ครัวของโลก”  และการประกาศให้ปี 2547 เป็นปีแห่งความปลอดภัยทางด้านอาหาร  รวมทั้งทิศทางที่รัฐบาลมุ่งเน้นให้อุตสาหกรรมอาหารและการเกษตรมีการจัดการที่ดี สร้างและพึ่งพาเทคโนโลยีของตนเอง เพื่อเพิ่มคุณภาพ ความปลอดภัย และสร้างมูลค่า (value creation) ให้กับสินค้าการเกษตรและอาหารไทยอย่างยั่งยืน

             อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันภาคการเกษตรของประเทศไทยยังประสบปัญหาในด้านการผลิต มีผลผลิตต่อไร่ต่ำ ทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูง เกิดการสูญเสียของผลผลิตในขั้นตอนการเก็บเกี่ยว การบรรจุ และการขนส่ง นอกจากนี้การเปิดเสรีทางการค้า (free trade agreement) กับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะประเทศจีน ส่งผลให้การแข่งขันในสินค้าเกษตรรุนแรงมากขึ้น คือ นอกจากมีการแข่งขันด้านราคาแล้ว การแข่งขันด้านคุณภาพมีความเข้มข้นมากขึ้น มีการใช้มาตรการทางด้านคุณภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรและอาหารมาเป็นข้อกำหนดในทางการค้า ทำให้เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารไทยได้รับผลกระทบมาอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการขาดความรู้และวิทยาการการยืดอายุและการเก็บรักษาคุณภาพอาหารที่เหมาะสม  กอปรกับข้อจำกัดด้านวัสดุและเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนการจัดการระหว่างการเก็บรักษา และการขนส่งที่ด้อยประสิทธิภาพ  ผลจากปัญหาต่างๆ เหล่านี้ หากไม่เร่งดำเนินการแก้ไขจะทำให้การส่งออกของอุตสาหกรรมอาหารไทยลดลง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกลยุทธ์ที่สำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันของสินค้าเกษตรและอาหารไทยอย่างยั่งยืน (sustainable competitive advantage)

             คลัสเตอร์อาหารและการเกษตร ประกอบด้วย 6 โปรแกรม โดยอยู่ในกลุ่ม A จำนวน 3 โปรแกรม คือ โปรแกรมกุ้ง  โปรแกรมยาง  โปรแกรมเมล็ดพันธุ์ และอยู่ในกลุ่ม B จำนวน 3 โปรแกรม ได้แก่  โปรแกรมการวิจัยและพัฒนาพืชเศรษฐกิจ  โปรแกรมเทคโนโลยีบรรจุภัณฑ์ อุปกรณ์และเครื่องจักรกลเพื่อการเกษตรและอาหาร  และโปรแกรมการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร

        Items details

        • Hits: 2122 clicks
        • Average hits: 54.4 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 4
        น้อยมากที่สุด