รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก วอชิงตัน เดือนเมษายน 2555
Last Updated on Wednesday, 20 June 2012 10:00
พบการสร้างไข่จากเซลล์ต้นกำเนิดที่อยู่ในรังไข่ของผู้ใหญ่
ได้เวลาเปลี่ยนแปลงตำราเรียนครั้งใหม่แล้ว เนื่องจากเป็นระยะเวลากว่า 60 ปี ที่นักเรียนในระดับมัธยมปลายได้รับการสอนจากครูวิชาชีววิทยาว่าผู้หญิงเกิดมาพร้อมกับไข่จำนวนหนึ่ง ซึ่งจะไม่มีการสร้างเพิ่มเติมในภายหลัง แต่มีการค้นพบล่าสุดว่าเซลล้ต้นกำเนิด (stem cells) สามารถสร้างไข่ของมนุษย์ขึ้นมาใหม่ได้ โดยไข่นี้ได้จากรังไข่ของผู้หญิงที่มีอายุช่วง 22-23 ปี
ผลงานวิจัยนี้ได้รับเผยแพร่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ใน Nature Medicine โดย Jonathan Tilly และคณะ ซึ่งทำงานที่ Massachusetts General Hospital ณ เมืองบอสตัน ซึ่งงานวิจัยนี้สอดคล้องกับการค้นพบของกลุ่มนักวิจัยในเซี่ยงไฮ้ที่ได้ทำการแยกเซลล์ต้นกำเนิดจากหนูทดลองในปี พ.ศ. 2552 แต่อย่างไรก็ตามงานวิจัยทั้งสองชิ้นนี้ รวมทั้งงานวิจัยในหนูทดลองของ Tilly ก่อนหน้านี้ยังคงได้รับการโต้แย้งจากนักวิจัยท่านอื่นๆ อีกทั้งยังมีผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากไม่เชื่อว่าจะมีเซลล์ต้นกำเนิดอยู่
Tilly กล่าวว่า งานวิจัยนี้เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เพียงแต่ถูกต้องในหนูทดลองแล้ว แต่สิ่งที่ Tilly พยายามเสนอมาตลอด 8 ปี ว่าประชากรมนุษย์มีต้นกำเนิดมาจากเซลลืต้นกำเนิดที่พบในเนื้อเยื่อขงผู้ใหญ่ที่อายุน้อยยังถูกต้องอีกด้วย
การประเมินผลกระทบของการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง
กลุ่มนักวิจัยกล่าวว่า เขื่อนที่สร้างขึ้นบนแม่น้ำสาขาต่างๆ ก่อให้เกิดผลเสียต่อความหลากหลายทางชีวภาพของปลามากกว่าการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำโขง และยังส่งผลถึงความมั่นคงทางอาหาร
การพัฒนาพลังงานน้ำบนแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขงยังไม่ได้รับการพิจารณาอย่างละเอียดถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระดับเทียบเท่ากับบนแม่น้ำโขง นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมชื่อ Guy Ziv ที่ Standford University ในมลรัฐ California กล่าวว่าได้ให้ความสนใจศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่โดยมุ่งเน้นศึกษากับเขื่อนที่ถูกเสนอให้สร้างบนแม่น้ำโขง เช่น เขื่อไชยบุรี (Xayaburi dam) ในประเทศลาว แต่มีเพียงการศึกษเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนบนแม่น้ำสาขา ปต่ผลการวิจัยที่ตีพิมพ์ในนิตยสาร Proceeding of the National Academy of Science ฉบับเดือนมีนาคม 2555 โดย Ame Trandem กรรมการของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับกลุ่มสิ่งแวดล้อมของแม่น้ำนานาชาติในกรุงเทพมหานคร ได้ระบุ จำเป็นต้องมีการพิจาราณาใหม่ถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นสำหรับการพัฒนาพลังงานน้ำในทั้งลุ่มแม่น้ำแม่โขงทั้งสาย
ความเป็นกรดในน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของปลา
การศึกษานี้ ได้อธิบายถึงความเข้มข้นที่เพิ่มขึ้นของคาร์บอนไดออกไซด์เหนี่ยวนำที่ให้ค่าความเป็นกรดของมหาสมุทรต่างๆ ซึ่งค่าความเป็นกรดที่เพิ่มสูงขึ้นนี้เป็นสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมปลาได้ เช่น การว่ายกลับตัวของปลาโดยทั่วไปแล้วการตอบสนองของเซลล์ประสาทปลาสามารถเกิดในทิศทางตรงกันข้ามได้ในสภาวะน้ำทะเลที่เป็นกรดทำให้ระบบการทำงานของปลาเกิดการแปรปรวน ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าการควบคุมค่าความเป็นกรดด่างในร่างกายรวมทั้งสมองของปลาเกิดขึ้นได้อย่างไร
จากการเผยแพร่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Nature Climate Change เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2555 นักประสาทวิทยาชื่อว่า Andrew Dittman ของ National Oceanic and Atmosperic Administration's Northwest Fisheries Science Center ณ เมือง Seattle ได้อธิบายข้อสงสัยว่า จากการสังเกตเกี่ยวกับระบบสัมผัสที่เปลี่ยนแปลงของปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำในสภาวะที่เป็นกรด สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของปลา คือ พฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่ออยู่ในสภาวะที่ถูกล่า ทำให้มันกลายเป็นสิ่งดึงดูดความสนใจของผู้ล่ามากยิ่งขึ้น
การเพิ่มการบริโภค Trans Fat มีผลเชื่อมโยงกับพฤติกรรมความก้าวร้าวที่เพิ่มขึ้น
นักวิจัยจาก San Diego School of Medicine ที่ University of California (UC) แสดงให้เห็นถึงการบริโภค dietary trans fatty acids (dTFA) ที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมความหงุดหงิดและความก้าวร้าว
งานวิจัยนี้นำโดยรองศาสตร์จารย์ Beatrice Golomb, MD, PhD ที่ UC San Diego Department of Medicine เผยแพร่ออนไลน์ผ่าน PLoS ONE ซึ่งจากการศึกษาในชายและหญิงเกือบ 1,000 คน และได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนของการเชื่อมโยงระหว่าง dTFA กับพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ต่อคนรอบข้าง ตั้งแต่ความใจร้อนไปจนถึงพฤติกรรมที่ก้าวร้าว
สาร dTFA เป็นผลิตภัณฑ์หลักที่ได้จากกระบวนการเติมไฮโดรเจน (hydrogrnation) เข้าไปในน้ำมันไม่อิ่มตัว เพื่อทำให้น้ำมันเหล่านั้นเกิดการแข็งตัวที่อุณหภูมิห้อง สามารถพบสาร dTFA ในปริมาณที่สูงได้ในมาการีน เนยขาว และอาหารต่างๆ ที่ผ่านการปรุงแล้ว โดยเฉพาะในน้ำมันพืช เช่น มันฝรั่ง และเฟรนช์ฟรายและสามารถจำแนกผลกระทบของสาร dTFAs ต่อสุขภาพได้เป็นระดับไขมัน การเผาผลาญ การต้านฮอร์โมนอิซูลิน ปฏิกิริยาออกซิเดชัน การติดเชื้อ และสุขภาพของหัวใจ
NIST พัฒนาการวัดเพื่อให้เซลแสงอาทิตย์สารอินทรีย์มีประสิทธิภาพขึ้น
การพัฒนาเซลแสงอาทิตย์สารอินทรีย์ หรือ Organic Solar Cells ให้มีประสิทธิภาพมากพอที่จะถูกจำหน่ายสู่ตลาด ใกล้เป็นความจริงมากขึ้น ด้วยกระบวนการการวัดประสิทธิภาพการทำงานที่ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างพื้นฐานในความเข้าใจเพื่อการพัฒนาต่อยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จาก the National Institute of Standard and Technology (NIST) และthe U.S. Naval Research Laboratory (NRL)
ในปัจจุบัน การพัฒนาต้นแบบเซลแสงอาทิตย์ที่ทำจากวัสดุอินทรีย์ ค่อนข้างไปได้ช้ากว่าการพัฒนาเซลที่ใช้สารซิลิคอนแบบดั้งเดิม โดยเฉพาะในส่วนของการจ่ายไฟฟ้าออก หากเซลแสงอาทิตย์สารอินทรีย์มีการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพก็จะทำให้มีความแตกต่างในประสิทธิภาพโดยตัวเองคือ มีราคาที่ต่ำกว่าเซลแสงอาทิตย์แบบดั่งเดิม รวมทั้งสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างมากขึ้น และที่สำคัญสามารถนำไปรีไซเคิลได้ง่ายกว่า
เซลล์รากขนภายในหูของคนเราเป็นตัวชี้แนะให้สมองปรับเปลี่ยนความไวในการตอบสนองต่อเสียงได้
นักวิจัยจาก University of illinois at Chicago College of Medicine ได้ค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้ว่า เซลล์ขนภายในหูชั้นในของคนเรามีบางสิ่งที่เราไม่เคยทราบมาก่อน นั่นก็คือรากที่ยืดยาวออกไป ที่อาจช่วยให้ขนเหล่านี้สามารถสื่อสารกับเซลล์ประสาทและสมองเพื่อควบคุมความไวต่อการสั่นสะเทือนของเสียงและตำแหน่งของศีรษะ
งานวิจัยของพวกเขาถูกเผยแพร่อยู่ในนิตยสาร Proceeding of the National Academy of Sciences
โครงสร้างที่มีลักษณะเหมือนขนเรียกว่า "stereocilia" เป็นโครงสร้างที่แข็ง ไม่ยืดหยุ่น และถูกเชื่อมต่อกับโครงสร้างส่วนบนที่เรียกว่า "tip-link"
Anna Lysakowski ศาสตราจารย์ด้านกายวิภาคศาสตร์และชีววิทยาของเซลล์ ที่ UIC college of Medicine กล่าวว่าเมื่อคุณโยกศีรษะหรือมีคลื่นเสียงผ่านเข้าไปในหูของคุณจะทำให้เกิดการเคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิมและเกิดการยึดตัว ส่งผลให้ช่องของไอออนเปิดและทำให้เซลล์เกิดการตื่นตัว ทำให้สามารถถ่ายทอดสัญญาณที่เกิดขึ้นไปยังสมองหลังจากนั้นได้
เพนตากอนเพิ่มงบประมาณด้านการโจมตีทางไซเบอร์
เพนตากอนหรือ กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ กำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรุ่งใหม่ด้านอาวุธไซเบอร์ซึ่งสามารถขัดขวางเครือข่ายกองกำลังศัตรูได้ นักวางแผนของกองทัพสหรัฐฯ กำลังเร่งพัฒนาเทคโนดลยีรุ่นใหม่ด้านอาวุธไซเบอร์ซึ่งสามารถขัดขวางเครือข่ายกองกำลังศัตรูได้ นักวางแผนของกองทัพสหรัฐฯได้เน้นถึงความเป็นไปได้ในการใช้อาวุธไซเบอร์ในการทำสงครามในประเทศอิรักและประเทศซีเรีย เพื่อต่อต้านเป้าหมายสำคัญของกองกำลังศัตรู อาทิ ระบบการป้องกันทางอากาศ โดยอาวุธที่ใช้จะไม่อาศัยเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการปฏิบัติการ แต่การดัดแปลงอาวุธไซเบอร์ดังกล่าวจะต้องใช้เวลาอย่างมากในด้านเทคนิคอย่างน้อยหลายเดือนหรือหลายปี
นักวางแผนของกองทัพสหรัฐฯ กำลังแสวงหาวิธีที่ทำให้ระบบการป้องกันภัยทางอากาศของประเทศซีเรียหยุดชะงักโดยเคยหารือถึงการใช้ไซเบอร์เทคโนดลยี แต่แนวคิดนี้ได้ยุติลงเนื่องจากไม่สามารถหาทางเลือกที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าได้ พวกเขาคาดว่าการสร้างอาวุธไซเบอร์อาจต้องใช้เวลาประมาณหนึ่่งปี รวมถึงเวลาประเมินช่องโหว่ของระบบเป้าหมาย เจ้าหน้าที่อาวุโสของสหรัฐฯ บอกว่า ยังไม่พร้อมที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ในประเทศลิเบีย แต่มีรายงานว่า ในปีที่ผ่านมาผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้เร่งให้มีการพัฒนาอาวุธไซเบอร์และเทคโนโลยีการทหาร โดยกำหนดงบประมาณไว้จำนวน 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับการดำเนินการในช่วงห้าปีหน้า โดยหน่วยงานชื่อว่า Defense Advanced Research Project Agency ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งในด้านการวิจัยชั้นนำของประเทศ
NSF สร้างช่องทางด่วนสำหรับข้อเสนอโครงการริเริ่มสร้างสรรค์
ไม่มีเสียงวิจารณ์ใดที่จะกระทบต่อ the National Science Foundation (NSF) เท่ากับการวิจารณ์ถึง ระบบการประเมินโครงการโดยผู้เชี่ยวชาญ (peer review system) ว่าแสนจะอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นระยะเวลาหลายปีที่ชุมชนนักวิจัยและรัฐสภาสหรัฐฯ ได้พยายามกดดัน NSF ให้เน้นการพิจารณาโครงการวิจัยที่มีความเสี่ยงในการลงทุน แต่สามารถสร้างความตื่นเต้นให้แก่โลก หากโครงการนั้นๆ ประสบความสำเร็จอย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ NSF มักยืนยันว่า การสนับสนุนงานวิจัยพื้นฐานเป็นสิ่งที่ "สามารถนำไปสู่การสร้างศักยภาพ" และไม่จำเป้นต้องมีโปรแกรมพิเศษอะไร จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้อำนวยการ NSF Subra Suresh ได้เปิดเผยว่า NSF ได้จัดให้มีโครงการสนับสนุนริเริ่มสร้างสรรค์ (www.nsf.gov/pubs/2012/nsf12011/nsf12011.jsp) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะเสนอความคิดของนักวิจัยที่ไม่ได้รับการยอมรับในการจัดการปัญหาที่ซับซ้อน ดังนั้น ทุนสนับสนุนที่ชื่อ the Creative Research Awards for Transformative Interdisciplinary Ventures (CREATIV) ซึ่งมีจำนวนเงิน 24 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนเล็กน้อยของงบประมาณเพื่อการวิจัยของ NSF จำนวน 5.5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่ง NSF หวังว่า กองทุนใหม่ที่ตั้งขึ้นจะช่วยส่งสัญญาณให้ชุมชนนักวิจัยสหรัฐฯ ๆด้เห็นถึงแนวทางใหม่ในการติดต่อขอรับการสนับสนุนจาก NSF
การบริโภคเนื้อแดงส่วนเชื่อมโยงกับอัตราการเสียชีวิตที่มาจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและโรคมะเร็ง
จากการศึกษาของคณะนักวิจัยจาก Harvard School of Public Health (HSPH) พบว่าการบริโภคเนื้อแดงมีความเกี่ยวข้องที่มีความเสี่ยงของสาเหตุการตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ผลการวิจัยยังพบว่า การบริโภคโปรตีนจากแหล่งทดแทนอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เช่น ปลา สัตว์ปีก และถั่วต่างๆ เช่น ลูกนัท หรือพืชตระกูลถั่วที่มีเมล็ด (legumes) ทำให้มีความเสี่ยงของสาเหตุการตายที่เกิดจากโรคเหล่านี้ลดลง
การศึกษานี้ถูกเผยแพร่ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ใน Archives of Internal Medicine เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2555
ปีงบประมาณ 2013 R&D ของอเมริกาเน้นการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจ พลังงาน และเสริมสร้างทักษะ
คณะรัฐบาลของประธานาธิบดีโอบามายังคงเน้นในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การศึกษา และนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นแกนกลางการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสร้างความรุ่งเรืงต่ออนาคตของชาติ ดังนั้น การจัดทำงบประมาณในปี ค.ศ. 2013 จึงเรียกร้องให้เพิ่มการวิจัยและพัฒนา (R&D) ในวิสาหกิจของสหรัฐฯและเน้นการพัฒนาด้าน STEM (science, technology, engineering and mathematics) การเสนอตั้งงบประมาณปี 2013 จึงเน้นว่า จะเป็นความสำเร็จของการลงทุนที่สำคัญ โดยแสดงให้เห็นถึงข้อชดเชยเปรียบเทียบในสาขาการพัฒนาด้านอื่นๆ ที่มีผลต่อการขาดดุลหรือการลดงบประมาณในกฎหมาย Budget Control Act. 2011
สกู๊ปจากหน้าปก: Scientific April Fool's Day
1. เรื่องแรก มังกรมีจริง!
2. เรื่อง (เกือบ) จริงของนกแพนกวินบินได้!
3. อัพเดท Tweeter ผ่านกระแสจิต!
4. การเรียงตัวที่น่ามหัศจรรย์
5. การค้นพบอนุภาค Bigon
แนวคิดพัฒนาประเทศไทยจาก ATPAC โดย ดร.บงกช วรรธนะภูติ
ความมั่นคงทางอาหาร (Food Security)หมายถึง การมีปริมาณอาหารที่เพียงพอต่อความต้องการ มีอาหารที่ปลอดภัยต่อร่างกายและการมีสารอาหารที่นำไปสู่สุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงและการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพในรายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตันฉบับที่แล้ว ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับการใช้สารทดแทนเกลือในอาหารเพื่อรักษาโรคและลดโอกาสเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และโรคอื่นๆ ที่อาจจะตามมาจากการรับประทารเกลือโซเดียมในปริมาณมากๆ ฉบับนี้ ขอนำเสนอการพัฒนาอาหารไร้สารกลูเตน (Gluten-free food) ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมและมีแนวดน้มว่าจะเป้นที่นิยมมากขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก ถือเป็นโอกาสหนึ่งของประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเกษตรกรรมและเป็นแหล่งอาหารสำคัญแห่งหนึ่งของโลก ในการพัฒนาและขยายตลาดอาหารส่งออกบทความนี้ นำเสนอโดย ดร. บงกช วรรธนะภูติ รองศาสตราจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์การอาหาร แห่ง University of Missouri เมือง Columbia มลรัฐ Missouri ประเทศสหรัฐอเมริกา และหนึ่งในสมาชิกของสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา (Association of Thai Professionals in America and Canada - ATPAC)
บทสัมภาษณ์: ดร.บงกช วรรธนะภูติ และการวิจัยด้านวิทยาศาสตร์การอาหาร หนึ่งแรงสนับสนุนอนาคตของประเทศไทย
อาหารเป็นหนึ่งในปัจจัย 4 ที่จำเป้นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ แต่อาหารที่ดี ไม่เพียงแต่ทำให้ผู้รับประทานอิ่มท้องและดำเนินชีวิตต่อไปได้ แต่อาหารที่ดีจะต้องไม่ก่อให้เกิดโรคและส่งเสริมสุขภาพ ผู้บริโภคในปัจจุบันนี้กำลังให้ความสนใจในอาหารที่มีความสด สะอาด ผ่านกระบวนการแปรรูปที่น้อยที่สุด และมีสารอาหารที่ร่างกายต้องการอย่างครบครัน
ตัวอย่างหนึ่งของอาหารที่กำลังอยู่ในกระแสความนิยมของผู้บริโภคในประเทศสหรัฐอเมริกาคือ อาหารที่ไร้สารกลูเตน (Gluten free foods) เนื่องจากร้อยละหนึ่งของชาวอเมริกันเป็นโรค Celiac Disease หรือโรคอักเสบของลำไส้เล็กที่เกิดจากการแพ้ยาของกลูเตน ปัญหาทางสุขภาพดังกล่าวทำให้อาหารที่ไร้สารกลูเตนกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก นี่จึงเป็นโอกาสหนึ่งของประเทศไทยในการพัฒนาอาหารส่งออก เช่น การเพิ่มมุลค่าให้แก่ข้าวซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของแป้ง เพื่อตอบสนองความต้องการอาหารที่ไร้สารกลูเตนของตลาดโลก
จดหมายข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนดลยีจากกรุงวอชิงตันฉบับนี้ ได้สัมภาษณ์ ดร. บงกช วรรธนะภูติ ผู้ช่วยศาสตราจารย์จากคณะวิทยาศาสตร์การอาหาร แห่ง University of Missouri เมือง Columbia มลรัฐ Missouri ประเทศสหรัฐอเมริกา และหนึ่งในสมาชิกของสมาคมนักวิชาชีพไทยในอเมริกาและแคนาดา (Association of Thai Professionals in America and Canada - ATPAC) ผู้ซึ่งมุ่งเน้นการวิจัยไปที่คุณสมบัติทางกายภาพและเคมี และหน้าที่ของอาหาร โดยเฉพาะอาหารประเภทโปรตีนจากนม นอกจากนั้น ดร. บงกช ยังเป็นหนึ่งในทีมของจดสิทธิบัตร ภายใต้ชื่อว่า "Process for making whey proteins having improved thermal stability in beverage applications at neutral pH" อีกด้วย
Items details
- Hits: 6241 clicks
- Average hits: 480.1 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



