นักวิทยาศาสตร์ปลุกคนไทยรับมือโลกแปรปรวน-วิกฤตอาหาร

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน  (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลีแห่งชาติ (สวทช.) จัดอภิปราย "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในอนาคต" ในการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อเยาวชน ครั้งที่ 6 (วทท. เพื่อเยาวชนครั้งที่ 6) เมื่อเร็วๆ นี้

      รศ.ดร.อภิชาติ วรรณวิจิตร ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์ข้าว มก.วิทยาเขตกำแพงแสน กล่าวว่า ในอนาคตจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งน้ำ อากาศ ภาวะโลกร้อน จะมีการเพิ่มก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ซึ่งมีผลต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น

      นอกจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศแบบฉับพลัน เช่น อากาศเย็นฉับพลันทำให้การผสมเกสรข้าวไม่ติด เราจะต้องสูญเสียข้าวอีกหลายแสนตัน ซึ่งในอนาคตเราจะเผชิญกับอุณหภูมิโลกสูงขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย อุณหภูมิน้ำทะเลจะสูงขึ้นด้วย

      ไทยจะเจอสภาวะน้ำกร่อยท่วมขังพื้นที่ลุ่มภาคกลาง ทำให้สูญเสียพื้นที่ปลูกข้าวเป็นล้านไร่ ความสมบูรณ์ของพันธุ์ข้าวลดลงหรืออาจจะสูญพันธุ์ได้ รวมทั้งจะเกิดการระบาดของแมลงศัตรูพืชอย่างรุนแรง นอกจากนั้นจะเกิดภาวะน้ำท่วมและแห้งแล้งฉับพลัน ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์ต้องปรับปรุงพันธุ์ข้าวที่ปลูกได้ในที่แล้ง

      "การคาดการณ์จุดที่น้ำท่วมจุดแรก คือ เวียดนาม คาดว่าท่วมถึง 1 เมตร ส่วนไทยคาดว่าจะท่วมพื้นที่ราบรังสิต กรุงเทพฯ อยุธยา ปทุมธานี
      ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกข้าว ผมกำลังย้อนกลับไปหาพันธุ์ข้าวดั้งเดิม ที่ทนน้ำเค็มด้วย และการปรัลปรุงพันธุ์ข้าวให้ทนกับสภาวะโลกร้อน"

      ด้าน ผศ.ดร.ยอดเยี่ยม ทิพย์สุวรรณ์ อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์  คณะวิศวกรรมศาสตร์ มก. กล่าวว่า ประเทศไทยควรดูแลระบบการเตือนภัยสึนามิให้ดีกว่านี้ เรื่องที่น่าเป็นห่วงไม่น้อยกว่ากันคือ ประชากรทั่วโลกจะเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นปัญหาที่จะเกิดตามมาคือ "ความมั่นคงทางอาหาร" ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ชีวภาพจะต้องคิดค้นงานวิจัยเพื่อเตรียมรับมือกับเรื่องนี้ในอนาคต

      ด้าน ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย หัวหน้าห้องปฏฺบัติการระบบนำส่ง ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ  สวทช. บอกว่าขณะนี้กำลังทำงานวิจัยร่วมมือกับไบโอเทค เพื่อแก้ไขการขาดแคลนอาหาร ในอนาคตการจะพัฒนาประเทศให้ก้าวไกลจำเป็นต้องอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งจำเป็นต้องสะสมขึ้นในประเทศไทย ไม่ใช่การนำเข้าจากภายนอก

      ดังนั้นการที่เยาวชนหันมาสนใจเรียนรู้วิทยาศาสตร์ให้มากขึ้นน่าจะเป็นสิ่งที่ดี เพราะที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กไทยให้ความสนใจการเรียนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและประกอบอาชีพเป็นนักวิทยาศาสตร์น้อยลง

      การจะสร้างนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูในวัยเด็ก พ่อแม่ต้องเลี้ยงลูกด้วยเหตุผล เยาวชนไทยควรเป็นคนขี้สงสัย ใฝ่รู้ พยายามหาคำตอบด้วยการทดลอง เปรียบเทียบในสิ่งที่ดี และต้องไม่ย่อท้อ

      เพราะโลกในอนาคตคือ คือ โลกที่ต้องอาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการแก้ปัญหาที่มนุษยชาติต้องเผชิญร่วมกัน

        Items details

        • Hits: 1252 clicks
        • Average hits: 104.3 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 8
        น้อยมากที่สุด