พลิกฟื้นดินเค็มด้วยพลังชุมชน
จากการลดลงของพื้นที่ป่าจาก 50% ของพื้นที่ประเทศไทยในปี 2504 เหลือเพียง 25% ของพื้นที่ในปี 2539 ส่งผลให้เกิดการเสียสมดุลของธรรมชาติ และการทำนาเกลือสินเธาว์แบบนาตาก ก่อให้เกิดการแพร่กระจายของเกลือจากชั้นหินเกลือสู่ผิวดิน เกิดการแพร่กระจายพื้นที่ดินเค็มอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันพื้นที่ดินเค็มได้ขยายตัวครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 21.7 ล้านไร่ บนพื้นที่มากกว่า 17 จังหวัดของประเทศไทยทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ (http://lakbank.com) พื้นที่ดินเค็มกำลังขยายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกษตรกรบนพื้นที่ดินเค็มได้รับผลผลิตทางการเกษตรลดลง 2-3 เท่า จนถึงไม่ได้รับผลผลิตเมื่อเปรียบเทียบกับการปลูกบนพื้นที่ดินไม่เค็ม
การแก้ไขปัญหาดินเค็มที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน คือ การคืนผืนป่าบนพื้นที่ดินเค็ม หรือการปลูกสวนป่า หรือสวนเกษตรไม้ยืนต้นบนพื้นที่ดินเค็ม การทำการเกษตรแบบหมุนเวียนเพื่อสร้างพืชคลุมดิน ต้นไม้มีกลไกการลดการแพร่กระจายของความเค็มได้โดยการดูดน้ำใต้ดินที่จะละลายชั้นหินเกลือและซึมขึ้นสู่ผิวดิน จากการแผ่กิ่งก้านของต้นไม้ทำให้สามารถรักษาความชื้นของผิวดินและลดการซึมของเกลือขึ้นสู่ผิวดินใบของต้นพืชที่ร่วงหล่นและย่อยสลายจะแตกเป็นประจุเกลือทำให้เกลือไม่แสดงความเค็มออกมา จึงมีความจำเป็นในการวิจัยและพัฒนาพันธฺุ์พืชที่สามารทนทานต่อความเค็ม ที่มีศักยภาพในการยับยั้งการแพร่กระจายของดินเค็มเพื่อคืนผืนป่า และการหาพันธุ์พืชเพื่อให้เกษตรกรปลูกเป็นอาชีพทดแทนการทำนาเกลือสินเธาว์แบบนาตาก บนพื้นที่ที่มีศักยภาพการแพร่กระจายดินเค็ม ความพยายามในการแก้ไขปัญหาดินเค็มได้มีการศึกษาวิจัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นเวลามากกว่า 30 ปี อย่างไรก็ตามการประยุกต์องค์ความรู้ให้สามารถนำไปใช้ได้จริงในระดับเกษตรกรยังไม่รายงานวิธีการที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว ประหยัด เพื่อการลดระดับความเค็มของดินและหยุดยั้งการแพร่กระจายของดินเค็ม
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับกรมพัฒนาที่ดิน กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ และชุมชนบ้านหนองบ่อ อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ จึงได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาโครงการ "การวิจัยพื้นฐานและพัฒนาพันธุ์ไม้ป่าทนเค็มโดยใช้เทคโนโลยีชีวภาพ" ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจากโครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย (BRT) สามารถค้นพบไม้ยืนต้นทนเค็มในระดับสูง (มากกว่า 4% เกลือ) หรืออาจกล่าวได้ว่ามีความสามารถทนต่อความเค็มได้ใกล้เคียงกับระดับความเค็มของน้ำทะเล ดังนี้ สนทะเล ยูคาลิปตัส มะขวิด ซ้อ มะขาม นนทรีบ้าน มะกรูด ส้ม ขนุน โมกมัน มะละกอ ตีนเปด ส้มโอ เลี่ยน มะเฟือง ส้มเช้ง ไทร มะขามเทศ และพุทราไทย ต้นแบบการคืนผืนป่าและความหลากหลายบนพื้นที่ดินเค็มได้ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นที่ 43 ไร่ บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองบ่อ อำเภอรบือ จังหวัดมหาสารคาม สามารถลดระดับความเค็มของพื้นที่จาก 10% เกลือ เป็น 5% เกลือ ในเวลา 4 ปี ซึ่งเป็นระดับความเค็มที่สามารถทำการเกษตรได้ตามปกติ เทคโนโลยีการฟื้นฟูที่ดินเค็มได้ถูกปรับแต่งเพื่อการฟื้นฟูที่เหมืองตากเกลือเก่า บริษัท เกลือพิมาย จำกัด จังหวัดนครราชสีมา จากการฟื้นฟูบนพื้นที่ 75 ไร่ สามารถลดระดับความเค็มของพื้นที่จาก 3.8% เกลือ เป็น 0.8% เกลือ ในเวลา 3 ปี
ข้าวเป็นธัญพืชหลักของประเทศไทย ข้าวที่เจริญภายใต้สภาวะความเค็มระดับกลาง (0.4-0.8% เกลือ) มีผลผลิตต่ำกว่าพื้นที่ดินไม่เค็มมากกว่า 2 เท่า จนถึงไม่ติดผลผลิต จากความต้องการของเกษตรกรบนพื้นที่ดินเค็ม สวทช. จึงได้สร้างความร่วมมือกับศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี บริษัท เกลือพิมาย จำกัด สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และกรมวิชาการเกษตร พัฒนาสายพันธุ์ข้าวหอมทนเค็ม สายพันธุ์ข้าวทนเค็ม สายพันธุ์บริสุทธิ์ที่ได้จากการปรับปรุงพันธุ์สามารถเจริญและให้ผลผลิตได้ดีบนพื้นที่ดินเค็มที่ระดับความเค็ม 1.0-1.5% เกลือ ในขณะที่สายพันธุ์ข้าวหอมมะลิ 105 ไม่ให้ผลผลิต ซึ่งเป็นความร่วมมือของไบโอเทค สวทช. บริษัท เอสซีจี เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด บริษัท เกลือพิมาย จำกัด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร กรมทรัพยากรธรณี กรมพัฒนาที่ดิน และกรมป่าไม้
การเสวนานี้เป็นการนำเสนอมุมมองของปัญหาดินเค็ม แนวทางการแก้ไขดินเค็ม วิถีชีวิต-ชุมชน-สังคม บนพื้นที่ดินเค็มให้มีความสมดุล อันเกิดจากแรงผลักดันจากทุกภาคส่วนอันประกอบด้วย นักวิจัย นักวิชาการ อุตสาหกรรมการผลิตเกลือ หน่วยงานภาครัฐ และเกษตรกรบนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากดินเค็ม รวมถึงแนวทางการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันของทุกภาคส่วนในการสร้างทุนทางปัญญา ทุนทางความรู้ และทุนทางสินทรัพย์ เพื่อสร้างความสามารถของเกษตรกรผ่านศูนย์บ่มเพาะเกษตรกร ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตบนพื้นที่ดินเค็มได้อย่างยั่งยืน
โดยมีการแบ่งประเด็นย่อยในการเสวนา ดังนี้
- ความก้าวหน้าของการมีส่วนร่วมของชุมชนต่อการพัฒนาพื้นที่ดินเค็ม โดย ดร. เฉลิมพล เกิดมณี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
- พื้นที่ดินเค็ม: การแพร่กระจาย และผลกระทบต่อภาคเกษตร โดย คุณอภิสิทธิ์ เอี่ยมหน่อ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ
- การฟื้นฟูพื้นที่ดินเค็มจากประสบการณ์ของภาคเอกชน โดย คุณยุทธศักดิ์ โภคสมบัติ บริษัท เกลือพิมาย จำกัด
- มิติ-มุมมองและแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ดินเค็มจากภาคเกษตรกร โดย คุณชลันธร ห้าวหาญ คุณบุญเชิด สีเขียว คุณระเบียบ สละ
- การแก้ปัญหาดินเค็มและการขยายผลจากหน่วยงานภาครัฐ โดย คุณปราณี สีหบัณฑ์ กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
- สรุปภาพรวม โดย คณะวิทยากร
Items details
- Hits: 1654 clicks
- Average hits: 127.2 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info
Tags: NAC 2011 NSTDA Annual Conference 2011 การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. การประชุมวิชาการประจำปี สวทช. 2554 ดินเค็ม การทำนาเกลือสินเธาว์ การทำนาเกลือ นาเกลือสินเธาว์ นาเกลือ เกษตรกร เกษตร พันธุ์ไม้ป่าทนเค็ม เทคโนโลยีชีวภาพ โครงการพัฒนาองค์ความรู้และศึกษานโยบายการจัดการทรัพยากรชีวภาพในประเทศไทย BRT ไม้ทนเค็ม พื้นที่ดินเค็ม บริษัท เกลือพิมาย จำกัด ข้าว การปลูกข้าว ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร กรมวิชาการเกษตร ข้าวหอมมะลิ 105 ไบโอเทค ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ มูลนิธิสถาบันราชพฤกษ์ ชุมชนบ้านหนองบ่อ บริษัท เอสซีจี เปเปอร์ จำกัด (มหาชน) บริษัท สยามฟอเรสทรี จำกัด มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร กรมทรัพยากรธรณี กรมพัฒนาที่ดิน กรมป่าไม้ อุตสาหกรรมการผลิตเกลือ เกลือ



