การวิจัยและพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม : มิติใหม่ของการเกษตรเพื่อสุขภาพและความอยู่รอด
เนื่องจากต้นทุนทางการผลิตพืชแบบเคมีหรือพืชเชิงเดี่ยวสูงขึ้น อีกทั้งยังมีปัญหาสารพิษตกค้างในกระบวนการผลิต ทำให้มีสารเคมีตกค้างในห่วงโซ่อาหาร น้ำ ดิน อากาศ ตลอดจนผลผลิตทางการเกษตรปนเปื้อนไปด้วยสารเคมีและยาฆ่าแมลง จึงได้มีแนวคิดเพื่อทดลองใช้ปัจจัยการผลิตภายในประเทศเพื่อศึกษาการเจริญเติบโตและผลผลิตทั้งพืชไร่ พืชสวน สัตว์ปีก ประมง โดยการใช้เชื้อจุลินทรีย์ ปุ๋ยหมักอินทรีย์ และปุ๋ยน้ำชีวภาพ ร่วมกับการใช้สารสกัดสมุนไพรเพื่อควบคุมและป้องกันศัตรูพืชและสัตว์ โดยทำการทดลองควบคู่ไปกับการดำเนินการจัดการฟาร์มในพื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริภายในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำนวนพื้นที่ 10 ไร่
จากสภาพดินที่มีความเป็นกรด-ด่างต่ำกว่า 5 และมีอินทรียวัตถุต่ำมากเมื่อปี 2544 จนกระทั่งปี 2548 ดินมีความเป็นกรด-ด่างอยู่ในระดับ 6-7 และดินมีอินทรียวัตถุมากขึ้น จากการทดลองปลูกข้าวหอมมะลิ 105 และข้าวหอมแดงพบว่าได้ผลผลิตสูง หลังจากปลูกข้าวแล้วทำการปลูกพืชไร่หมุนเวียน พบว่ามีการเจริญเติบโตดีแข็งแรง ดินมีความโปร่งและร่วนซุย สำหรับไม้ผลพบว่าทั้งมะม่วง ลำไย และลิ้นจี่สามารถเจริญเติบโตได้ดีเช่นกัน ส่วนระหว่างแปลงไม้ผลระยะแรกปลูกเบญจมาศ พืชไร่และพืชผัก พบว่าได้ผลผลิตดีโดยไม่ต้องใช้สารเคมีและพบว่าสภาพดินดีมาก นอกจากนี้ได้ทดลองเลี้ยงปลา ไก่ เป็ดและสุกร พบว่าการใช้เชื้อจุลินทรีย์และสมุนไพร (ฟ้าทะลายโจรและขมิ้นชัน) ผสมอาหารทำให้ลดรายจ่ายและลดการใช้สารปฏิชีวนะได้ระดับหนึ่ง และจากการทดลองใช้มูลสัตว์ผลิตก๊าซชีวภาพพบว่าการใช้มูลโคและกระบือทำให้มูลหมุนเวียนได้ดี บ่อก๊าซไม่เต็มเร็วคือสามารถใช้ได้นานกว่า เกษตรกรมีความพึงพอใจนำไปเผยแพร่และปฏิบัติตามกันอย่างแพร่หลาย
แหล่งที่มา: สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. 2554. "การวิจัยและพัฒนาการเกษตรแบบยั่งยืน เพื่อประโยชน์ต่อการศึกษาและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม : มิติใหม่ของการเกษตรเพื่อสุขภาพและความอยู่รอด". องค์ความรู้และนวัตกรรมด้านเกษตรอินทรีย์ ปี พ.ศ. 2552-2553. http://www.nia.or.th/organic/books/14_1.pdf. (สืบค้นเมื่อ 21 มีนาคม 2554).
Items details
- Hits: 1630 clicks
- Average hits: 125.4 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



