มาตรการป้องกันกัมมันตรังสีจากเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์
Last Updated on Thursday, 17 March 2011 15:07
ทั้งนี้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้กำหนด "มาตรการความปลอดภัยเมื่อมีการฟุ้งกระจายของวัสดุกัมมันตรังสีจากเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์มายังประเทศไทย" โดยมีแนวปฏิบัติเบื้องต้นสำหรับประชาชน คือ
- ไม่ดื่ม หรือไม่รับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีดังกล่าว
- ถ้าวัดระดับรังสีในอากาศได้มากกว่า 1 ไมโครซีเวิร์ทต่อชั่วโมง ขึ้นไป ให้หลบอยู่ในที่พักอาศัย โดยปิดประตู หน้าต่างอย่างแน่นหนา และปิดระบบระบายอากาศ เพื่อป้องกันไม่ให้วัสดุกัมมันตรังสีที่อยู่ในอากาศเข้ามาในที่พักอาศัยได้
- รอรับการแจ้งจากหน่วยงานระงับเหตุฉุกเฉิน ว่าจะปฏิบัติตนอย่างไรต่อไป
- เมื่อระดับรังสีที่ประเมินได้ สูงจนเป็นอันตราย หรือ 1 มิลลิซีเวิร์ท แนะนำให้อพยพออกนอกบริเวณ และไปอยู่ในบริเวณที่มีระดับรังสีไม่ทำให้เป็นอันตรายต่อร่างกาย
- เมื่อระดับรังสีที่ประเมินได้ อยู่ในระดับปกติ แจ้งเตือนให้ระมัดระวังเรื่องของการเปรอะเปื้อนทางรังสีที่พื้น ดิน อาคารบ้านเรือน
- การป้องกันเบื้องต้นสำหรับวัสดุกัมมันตรังสี I-131 เมื่อพบว่ามีการฟุ้งกระจายของวัสดุกัมมันตรังสี I-131 แจ้งให้รับประทานโปแตสเซียมไอโอได ทันที เพื่อลดการรับรังสีบีตา และแกมมาที่ต่อมไทรอยด์
- การป้องกันเบื้องต้นสำหรับวัสดุกัมมันตรังสี Cs-137 ให้รับประทาน Prussian Blue หลังจากที่ได้รับวัสดุกัมมันตรังสี Cs-137 นั้นเข้าสู่ร่างกาย (ตามคำแนะนำของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ)
ช่องทางในการได้รับสารกัมมันตรังสีเข้าสู่ร่างกาย
การได้รับสารกัมมันตรังสีเข้าสู่ร่างกาย มักพบในกรณีมีการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสีที่เป็นก๊าซ ของเหลว หรือฝุ่นละออง จากแหล่งเก็บสารกัมมันตรังสี หรือที่เก็บกากสารกัมมันตรังสี จากการระเบิดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยการกระจายของสารกัมมันตรังสีจะฟุ้งไปในอากาศ น้ำ มนุษย์อาจได้รับรังสีเข้าสู่ร่างกาย เช่น
- การหายใจฝุ่นละอองของรังสีเข้าไป
- การรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่เปรอะเปื้อนสารกัมมันตรังสีเข้าไป
- การฝังสารกัมมันตรังสีเพื่อการรักษา
โดยมีหลัก 3 ประการในการป้องกันอันตรายจากรังสี (ตาม หลักของ ALALA : As low as reasonably achievable ) คือ
- เวลา ใช้เวลาที่จะสัมผัสรังสีให้น้อยที่สุด
- ระยะทาง อยู่ให้ห่างจากแหล่งกำเนิดรังสีให้มากที่สุด เนื่องจากความเข้มของรังสีจะ เปลี่ยน แปลงลดลงไปตามระยะทางจากสารต้นกำเนิดรังสี
- เครื่องกำบัง เมื่อผ่านเครื่องกำบัง ความเข้มของรังสีจะลดลง (ขึ้นอยู่กับพลังงานของรังสี คุณสมบัติ ความหนาแน่น และ ความหนาของวัตถุที่ใช้)
ปริมาณรังสีที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย ได้ดังนี้
| ปริมาณรังสี(มิลลิซีเวิร์ต:mSv) | อาการ |
| 2.2 | เป็นระดับรังสีปกติในธรรมชาติ ที่มนุษย์แต่ละคนได้รับใน 1 ปี |
| 5 | เกณฑ์สูงสุดที่อนุญาตให้สาธารณชนได้รับใน 1 ปี |
| 50 | เกณฑ์สูงสุดที่อนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานทางรังสีได้รับใน 1 ปี |
| 250 | ไม่ปรากฏอาการผิดปกติใดๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว |
| 500 | เม็ดเลือดขาวลดลงเล็กน้อย |
| 1,000 | มีอาการคลื่นเหียน และอ่อนเพลีย เม็ดเลือดขาวลดลง |
| 3,000 | อ่อนเพลีย อาเจียน ท้องเสีย เม็ดเลือดขาวลดลง ผมร่วง เบื่ออาหาร ตัวซีด คอแห้ง มีไข้ อายุสั้น อาจเสียชีวิตภายใน 3-6 สัปดาห์ |
| 6,000 | อ่อนเพลีย อาเจียน ท้องร่วงภายใน 1-2 ชั่วโมง เม็ดเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว ผมร่วง มีไข้ อักเสบบริเวณปากและลำคออย่างรุนแรง มีเลือดออก มีโอกาสเสียชีวิตถึง 50% ภายใน 2-6 สัปดาห์ |
| 10,000 | มีอาการเหมือนข้างต้น ผิวหนังพองบวม ผมร่วง เสียชีวิตภายใน 2-3 สัปดาห์ |
ที่มาข้อมูล:
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ. สำนักกำกับดูแลความปลอดภัยทางรังสี. กลุ่มเตรียมความพร้อมประสานงานกรณีฉุกเฉินทางรังสี. 2554. "มาตรการเมื่อมีการฟุ้งกระจายของวัสดุกัมมันตรังสีจากเหตุฉุกเฉินทางนิวเคลียร์มายังประเทศไทย." http://www.oaep.go.th/dt_news1.php?id=781 (สืบค้นเมื่อ 17 มีนาคม 2554).
Items details
- Hits: 677 clicks
- Average hits: 48.4 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



