มาตรวิทยา
Last Updated on Tuesday, 01 February 2011 22:32
"มาตรวิทยา"เป็นคำที่บัญญัติจากภาษาอังกฤษ Metrology ซึ่งเป็นคำผสมระหว่าง Metro กับ Logy โดยมีรากศัพท์จากภาษากรีก คือ Metro มาจาก Metron (การวัด) และ logos (ศาสตร์) หรือ (วิทยาการ)
มาตรวิทยาจึงหมายถึง "ศาสตร์แห่งการวัด" หรือ "วิชาที่ว่าด้วยการวัด" และการสร้างมาตรฐานการวัด เป็นการวัดที่เอาทุกมิติมาประยุกต์ใช้ในทุกสาขาวิชาเพื่อให้สามารถวัดได้อย่างถูกต้องตามต้องการและสามารถรายงานค่าผลของการวัดที่ได้โดยรวมการประเมินความไม่แน่นอนของการวัด (Measurement Uncertainty) ไว้ด้วย
ความสำคัญของมาตรวิทยา
- ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- สนับสนุนการศึกษาวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม เช่น มาตรวิทยาในระดับนาโนสเกลสู่การพฒนานาโนเทคโนโลยี
- ด้านการค้า
- ช่วยขจัดและลดข้อกีดกันทางการค้า หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าสู่ระบบการวัดระบบเดียวกันทั่วโลกบนฐานของความเชื่อมั่นร่วมกัน
- ด้านสิ่งแวดล้อม
- เฝ้าระวัง ติดตามความเปลี่ยนแปลงทางสิ่งแวดล้อม เช่น ปริมาณก๊าซเรือนกระจก อุณหภูมิของน้ำทะเล
- ด้านสุขภาพ
- ช่วยในการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคต่างๆ มีประสิทธิภาพ เช่น การใช้เทอร์โมมิเตอร์แบบไม่สัมผัสมาช่วยตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายของนักเดินทางเพื่อตรวจหาความเสี่ยงเป็นโรคซาร์หรือกลุ่มอาการทางการหายใจอย่างเฉียบพลัน (SAR)
- ด้านความปลอดภัย
- เทคโนโลยีการวัดที่เที่ยงตรงและแม่นยำ นำไปสู่การสร้างความปลอดภัยที่สูงขึ้น เช่น เครื่องตรวจสอบวัตถุที่เป็นโลหะ วัตถุระเบิด เป็นต้น
ประวัติความเป็นมาของมาตรวิทยา
การวัดมีความเป็นมาเก่าแก่ นานกว่า 3,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช และมีวิวัฒนาการก้าวหน้าควบคู่กับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและวัฒนธรรมของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง การวัดจึงถือเป็นพื้นฐานและเป็นภาษาที่ใช้ในการสื่อสารเพื่อบอกปริมาณ ขนาด ตำแหน่ง สภาวะและเวลา เป็นต้น ซึ่งวิชาที่ว่าด้วยศาสตร์แห่งการวัดนี้ เรียกชื่อเฉพาะว่า "มาตรวิทยา" ในประเทศไทยเข้าร่วมเป็นสมาชิกสัญญาสากลช่างตวงวัด ใน สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พ.ศ. 2455 และตราพระราชบัญญัติมาตราชั่งตวงวัดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2466 กำหนดให้ระบบเมตริกเป็นระบบการวัดของประเทศ ซึ่งในปัจจุบันเป็นฉบับ พ.ศ. 2542
หน่วยงานที่รับผิดชอบระบบมาตรวิทยา
สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (มว.) ซึ่งได้รับการสถาปนาขึ้นตามพระราชบัญญัติพัฒนาระบบมาตรวิทยาแห่งชาติ พุทธศักราช 2540 ให้เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีระบบบริหารงานเป็นอิสระอยู่ภายใต้การกำกับ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีพันธกิจสำคัญคือ การพัฒนามาตรฐานการวัดแห่งชาติให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และถ่ายทอดความถูกต้องของการวัดไปสู่กิจกรรมการวัดต่างๆ ในประเทศ รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านมาตรวิทยาแก่สังคมไทย เริ่มเปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พุทธศักราช 2541 โดยมีที่ทำการชั่วคราว ณ อาคารมาตรวิทยาและศูนย์สารนิเทศวิทยาศาสตร์ ตั้งอยู่ที่ถนนพระรามที่หก

พันธกิจของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ
มาตรฐานแห่งชาติโดยสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ มาตรวิทยาสามารถแบ่งออกเป็น 3 สาขาหลักได้แก่
- มาตรวิทยาเชิงเทคนิค(Scientific Metrology) มาตรวิทยาเชิงเทคนิค สามารถแบ่งย่อยลงไปในสาขาเฉพาะ
- มาตรวิทยาเชิงอุตสาหกรรม(Industrial Metrology) มาตรวิทยาเชิงอุตสาหกรรมเป็นสาขาหลักที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตและการควบคุมคุณภาพรวมไปถึงขั้นตอนการสอบเทียบ (Calibration procedures)การเว้นช่วงเวลาการสอบเทียบ (calibration intervals) ควบคุมกระบวนการวัดและจัดการเครื่องมือวัดเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในสภาพยอมรับได้ตามความต้องการใช้งาน
- มาตรวิทยาเชิงควบคุม มาตรวิทยาเชิงกฎหมายหรือการชั่งตวงวัด (Legal Metrology) มาตรวิทยาเชิงควบคุมมาตรวิทยาเชิงกฎหมายหรือการชั่งตวงวัดเป็นสาขาหลักที่ เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของข้อกฎหมาย/ข้อกำหนดควบคุมตามที่บัญญัติไว้ใน พจนานุกรมศัพท์สากลว่าด้วยการชั่งตวงวัด (International Vocabulary of Legal Metrology)ได้ให้ความหมายไว้ว่าเป็นสาขาของมาตรวิทยาที่มีกิจกรรมอันเป็นผล มาจากข้อกำหนดโดยชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการวัดหน่วยของการวัด เครื่องมือวัด วิธีการวัดและได้ปฏิบัติโดยผู้ที่มีความรู้ความสามารถโดยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมานี้จะเห็นถึงแนวโน้มของการค้าในยุคโลกาภิวัตน์ ที่มีการผลักดันให้เห็นถึงความสำคัญของงานด้านมาตรวิทยาและเร่งพัฒนางานด้าน นี้ อย่างไรก็ดีสิ่งที่ท้าทายที่สำคัญมากสำหรับงานด้านการชั่งตวงวัดในส่วนของ ข้อตกลงทางการค้าบนพื้นฐานการขจัดการกีดกันทางการค้าและจะต้องร่วมกันให้การ รับรองข้อตกลงรวมถึงปฏิบัติตามอย่างจริงจังการชั่งตวงวัดมีลักษณะเป็นกฎข้อ บังคับโดยตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นกฎข้อบังคับที่มีความอ่อนไหวต่อการ ขจัดการกีดกันทางการค้าข้อกำหนดที่บัญญัติโดยรัฐเป็นข้อบังคับที่ปราศจากข้อ ยกเว้นอย่างแท้จริงและอาจเป็นตัวเพิ่มการกีดกันทางการค้านอกเสียจากจะมีการ ปรับขอบเขตให้สอดคล้องกับนานาชาติการปรับข้อกำหนดทางด้านมาตรวิทยาให้เป็นไป ตามข้อกำหนดและขั้นตอนการตรวจสอบให้คำรับรองที่สอดคล้องกับนานาชาตินั้นเป็น สิ่งที่ต้องเร่งกระทำและยังเป็นสิ่งสำคัญที่ท้าทายต่องานด้านการชั่งตวงวัด อีกด้วย
ระบบของหน่วยวัด (The System of Units)
การก่อตั้งสนธิสัญญาเมตริก ในปี ค.ศ. 1875 นำไปสู่การประชุม CGPM ครั้งที่ 1 ซึ่งการประชุมมีมติให้สร้างมาตรฐานต้นแบบปฐมภูมิ (Prototypes) เพื่อใช้เป็นต้นแบบสำหรับหน่วยเมตร และหน่วยกิโลกรัม และเพื่อนำไปรวมเข้ากับหน่วยของวินาที ซึ่งได้นิยามจากปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ในสมัยนั้น เป็นหน่วยพื้นฐาน 3 หน่วยแรกของสนธิสัญญาระบบเมตริก (Metre Convention)ในปี ค.ศ. 1954 ได้มีการรับรองหน่วยแอมแปร์ เคลวิน และแคนเดลลา ซึ่งเป็นหน่วยของกระแสไฟฟ้า อุณหภูมิทางเทอร์โมไดนามิก และความเข้มในการส่องสว่าง ตามลำดับให้เป็นหน่วงพื้นฐานเพิ่มเติมและในปี ค.ศ. 1960 ได้ตั้งชื่อระบบหน่วยที่ประกอบด้วยหน่วยพื้นฐานทั้ง 6 ว่า International System of Unit หรือ SI จนในที่สุดการประชุม CGPM ครั้งที่ 14 ในปี ค.ศ. 1972 ได้เพิ่มหน่วยโมล สำหรับปริมาณของสสารเข้ามาเป็นหน่วยพื้นฐานอีกหน่วยหนึ่ง ส่งผลให้ระบบของหน่วยวัดประกอบด้วยหน่วยพื้นฐาน 7 หน่วย ดังเช่นที่ปรากฏในปัจจุบัน
มาตรฐานแห่งชาติโดยสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ
- มาตรฐานแห่งชาติด้านอุณหภูมิ
- มาตรฐานแห่งชาติด้านไฟฟ้า
- มาตรฐานแห่งชาติด้านเวลา
- มาตรฐานแห่งชาติด้านมวล
- มาตรฐานแห่งชาติด้านแรง
- มาตรฐานแห่งชาติด้านความแข็ง
- มาตรฐานแห่งชาติด้านแรงบิด
- มาตรฐานแห่งชาติด้านอัตราการไหล
- มาตรฐานแห่งชาติด้านความดัน
- มาตรฐานแห่งชาติด้านสุญญากาศ
- มาตรฐานแห่งชาติด้านความยาว
- มาตรฐานแห่งชาติด้านวัสดุอ้างอิงความเป็นกรด-เบสของสารละลาย
- มาตรฐานแห่งชาติด้านเสียง
- มาตรฐานแห่งชาติด้านการสั่นสะเทือน
สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nimt.or.th/
ที่มา :
เพียร โตท่าโรง ชัยณรงค์ เชิดชูและอัจฉรา เจริญสุข. (2553). มาตรวิทยา. ในสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว. (เล่มที่ 35, หน้า 161-189). กรุงเทพฯ : โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
Items details
- Hits: 7373 clicks
- Average hits: 273.1 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



