รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก วอชิงตัน เดือนมกราคม 2551

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      นักวิจัยจากเอ็มไอทีคิดประดิษฐ์วิธีสร้างกลุ่มเซลเลียนแบบตับมนุษย์

      การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างกลุ่มเซลขนาดเล็กของเซลตับมนุษย์ที่ทำงานเสมือนประหนึ่งตับจริง ๆ จะเป็นการช่วยส่งเสริมการค้นพบยาและการพัฒนายาใหม่ ๆ กลุ่มนักวิจัยจากเอ็มไอที ประกาศการค้นพบเทคโนโลยีใหม่โดยเฉพาะยาที่มีศักยภาพจะทำอันตรายต่อการทำงานของตับ ตลอดจนจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการพัฒนายาต่าง ๆ เช่นกัน

      เทคโนโลยีค้นพบโดย Harvard-MIT Division of Health Sciences and Technology (HST) และ MIT's Department of Electrical Engineering and Computer Science โดยการนำเซลตับมนุษย์มาเรียงเป็นกลุ่มเซลเล็ก ๆ เส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 500 ไมโครเมตร
      และทำงานเหมือนตับจริง ๆ ตลอดจนสามารถอยู่รอดได้นานถึง 6 สัปดาห์ และเพื่อตรวจเช็คว่าตับจำลองทำหน้าที่เหมือนตับจริง นักวิจัยได้ประเมิน gene expression profiles และพบว่าเหมือนกันมาก

      องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ สรุปผลการศึกษาว่าผลิตภัณฑ์จากสัตว์โคลนนิ่งมีความปลอดภัยในการบริโภค 

      องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ได้พิมพ์เอกสารทางวิชาการ 3 ฉบับเกี่ยวกับสัตว์โคลนนิ่งในส่วนนโยบายและแนวทางการควบคุมตามกฎหมายได้แก่

      • การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)
      • แผนการจัดการความเสี่ยง (Risk Management Plan)
      • แนวทางสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Guidance for Industry)

      เอกสารดังกล่าวมีการเผยแพร่ครั้งแรกในเดือนธันวาคม พ.ศ.2545 และหลังจากนั้นมีการปรับปรุงด้านการประเมินความเสี่ยงโดยเพิ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ล่าสุดเข้าไปจนได้ข้อสรุปสุดท้ายในปีนี้ นปี พ.ศ.2544 กลุ่มผู้ผลิตอาหารในสหรัฐฯ ตกลงกันที่จะละเว้นการนำเนื้อหรือนมจากสัตว์โคลนนิ่งหรือลูกหลานของมันมาใช้ในการเป็นอาหารมนุษย์จนกว่าองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ จะทำการประเมินผลด้านความปลอดภัยอาหารแล้วเสร็จ  รายงานดังกล่าวยังยอมรับว่าประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นนอกเหนือ จากเรื่องสุขภาพมนุษย์ผู้บริโภคสัตว์โคลนนิ่งยังมีประเด็นด้านศีลธรรม ศาสนา และริยธรรม แต่ไม่ได้มีการพิจารณาเพราะองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจดูแลตามกฎหมาย

      นโยบายด้านวิทยาศาสตร์ของประธานบดีสหรัฐฯ คนต่อไป 

      ผู้สมัครประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไปหรือคนที่ 44 ได้แถลงถึงนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ของสหรัฐฯ  ทั้งนี้ในส่วนผู้สมัครที่มีศักยภาพสรุปได้ว่าในส่วนพรรคเดโมแครต (Democrat) นางฮิลลารี่ คลินตัน Hillary Clinton) ผู้สมัครประธานาธิบดีพรรคดีโมแครตเสนอตั้ง National Energy Council  เพื่อดูแลงานด้าน Climates และเทคโนโลยีสะอาด (Green Technology) เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน 80% จากระดับปี พ.ศ.2533  ให้ได้ภายในปี พ.ศ.2593 โดยอาศัย Tax Credits กฎหมายและ Carbon Caps จะก่อให้เกิดการว่าจ้างงาน 5 ล้านคนในด้านพลังงานสะอาดภายใน 10 ปีข้างหน้า  นอกจากนี้ นางฮิลลารี่ได้เสนอให้เพิ่มงบประมาณของ National Institute of Health (NIH) เป็น 2 เท่าจาก 30 พันล้านเหรียญสหรัฐฯใน 10 ปีข้างหน้า

      นายมิทท์ รอมนีย์ (Mitt Romney) ผู้ว่าการมลรัฐแมสซาชูเซต มีนโยบายไม่สนับสนุนเซลต้นตอตัวอ่อนมนุษย์และการทำแท้ง ตลอดจนยังไม่มีทีท่าไม่เชื่อว่ามนุษย์จะก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อน นโยบายในการสมัครประธานาธิบดีของนายมิทท์ดังกล่าวเปลี่ยนจากเดิม 180 องศา จากนโยบายในตำแหน่งผู้ว่าการมลรัฐแมสซาชูเซตเริ่มดำรงตำแหน่งในปี พ.ศ.2546 ว่าให้การสนับสนุนการวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการวิจัยเซลต้นตอตัวอ่อนมนุษย์ ตลอดจนเป็นผู้นำในการชักนำรัฐอื่น ๆ 7 มลรัฐในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ มาร่วมกันจัดทำแผนภูมิภาคในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์จากโรงไฟฟ้า

      ลวดซิลิกอนนาโนเปลี่ยนความร้อนไปสู่กระแสไฟฟ้า 

      ลวดนาโนซิลิกอนนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติจากวัสดุที่สามารถเปลี่ยนความร้อนเป็นกระแสไฟฟ้าได้ต่ำไปสู่คุณสมบัติที่ดีขึ้น ผลการวิจัยดังกล่าวจะนำไปสู่การผลิตอุปกรณ์ที่ให้พลังงานที่มีราคาถูกโดยการเก็บเอาความร้อนที่ปล่อยทิ้งนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าได้อีก กลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลอฟอร์เนีย เบอร์กเล่ย์ และจากมหาวิทยาลัย Cal Tech พบว่าลวดนาโนที่ทำจากซิลิกอนมีประสิทธิภาพในการเป็นเทอร์โมอิเล็กทริกได้ดีเทียบเท่ากับวัสดุเทอร์โมอิเล็กทริกอื่น ๆ ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ในปัจจุบัน ทั้งนี้เชื่อว่าโครงสร้างนาโนจะช่วยหน่วงเหนี่ยวคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในวัสดุหรือโฟนอน (Phonons) ทำให้ประสิทธิภาพในการเป็นเทอร์โมอิเล็กทริกดีขึ้น

      Science and Engineering Indicators 2008 ของสหรัฐฯ 

      รายงานดังกล่าวจัดทำขึ้นทุก 2 ปีเพื่อรายงานสถานการณ์ด้านการวิจัยและการศึกษาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา และเป็นแหล่งข้อมูลที่รวบรวมเกี่ยวกับการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐ ตลอดจนบริษัทธุรกิจนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยรัฐสภาสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 มีบทบาทสำคัญ 2 ประการคือ
      การกำกับดูแลและตั้งนโยบายสำหรับ National Science Foundation (NSF) และอีกบทบาทหนึ่งคือการเป็นที่ปรึกษาให้แก่ประธานาธิบดี และรัฐสภาสหรัฐฯ ในประเด็นด้านนโยบายของชาติอย่างกว้างเกี่ยวกับการวิจัยและการศึกษาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์

      การแถลงผลงานและนโยบายปี 2551 ของประธานาธิบดีบุช 

      ประธานาธิบดีบุชเสนอให้มีการลงทุนในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ทันสมัยและพลังงานที่เกิดใหม่ได้ในรถยนต์และรถบรรทุกในอนาคต ตลอดจนการจัดตั้งกองทุนนานาชาติเทคโนโลยีสะอาดขึ้นใหม่เพื่อช่วยประเทศกำลังพัฒนา เช่น อินเดียและจีนใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานที่สะอาดและยังสนับสนุนการดำเนินการให้แล้วเสร็จในข้อตกลงนานาชาติที่ช่วยชะลอ หยุด และลดการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก จะสัมฤทธิ์ผลหากทุกประเทศ Major economy มีส่วนร่วม อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ มีพันธกรณีในด้านความมั่นคงทางพลังงานและการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายที่ดีที่สุดสำหรับสหรัฐฯ ได้แก่ การดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาพลังงานที่สะอาดขึ้นและการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

      ยานอวกาศเมสเซนเจอร์สหรัฐฯ เยือนดาวพุธ 

      เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2551 ยานอวกาศที่ปราศจากมนุษย์ชื่อเมสเซนเจอร์หรือผู้นำสารขององค์การอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซาได้เดินทางถึงดาวพุธซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดและอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในระบบสุริยจักรวาลและโคจรอยู่รอบดาวพุธในระบบห่างจากผิวดาวเพียง 200 กิโลเมตร โดยได้ถ่ายภาพปล่องภูเขาไฟต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดอย่างไม่เคยได้เห็นมาก่อน และยังทำการบันทึกแถบสี (Spectra) ของผิวดาวพุธในส่วนที่มีสภาพบรรยากาศบางหรือที่เรียกว่า เอ็กโซสเฟียร์ (Exosphere) ซึ่งผลการวิเคราะห์ยืนยันได้ว่ามีธาตุโซเดียมในชั้นบรรยากาศนี้เหมือนที่เคยทราบจากการสังเกตจากโลก

      นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯประสบความสำเร็จในการสร้างยีโนม

      ในการประติดประต่อชิ้นส่วนของดี เอ็น เอ (Custom made) ขึ้นเองโดยการสังเคราะห์จากกรดอะมิโนแล้วนำมาเชื่อมต่อกันจนเป็นยีโนมของจุลชีพ (Microbial genome) ในห้องปฏิบัติการ ยีโนมที่ครบสมบูรณ์เป็นโมเลกุลเดี่ยวของดี เอ็น เอ โดยมีรหัสพันธุกรรมอยู่ 583,000 รหัสซึ่งมากเป็น 18 เท่าของขนาดยีโนมที่เคยผลิตขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์ในห้องปฏิบัติการ  ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดหมายจะนำ ดี เอ็น เอ ไปใส่ในแบคทีเรียอีโคไล (E. Coli) เพื่อเลี้ยงให้ผลิตสำเนา ดี เอ็น เอ อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าโมเลกุลของ ดี เอ็น เอ มีความใหญ่เกินไปที่จะใส่เข้าไปในแบคทีเรีย อีโคไล ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาทีมวิจัยจึงใส่ส่วนของ ดี เอ็น เอ ที่อยากทำสำเนาเข้าไปในเซลของยีสต์ที่ใช้หมักเหล้าคือ Sacharonces Cereviside ซึ่งจะมีเอนไซม์ที่ซ่อมแซม ดี เอ็น เอ เพื่อต่อ ดี เอ็น เอ 4 สายจนเป็นยีโนมสำเร็จตามต้องการและมีลำดับโค้ดตามที่ออกแบบไว้แต่แรกอย่างแม่นยำแน่นอน

      ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/343----12551

       

        Items details

        • Hits: 817 clicks
        • Average hits: 45.4 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        Tags: ข่าววิทยาศาสตร์  ข่าวเทคโนโลยี  รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตัน  วิทยาศาสตร์  เทคโนโลยี  ประธานาธิบดี  สหรัฐ  พรรคเดโมแครต  climate  เทคโนโลยีสะอาด  คาร์บอน  กฎหมาย  พลังงานสะอาด  มลรัฐแมสซาชูเซต  เซลต้นตอ  การทำแท้ง  เทคโนโลยีชีวภาพ  ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์  ลวดซิลิกอน  กระแสไฟฟ้า  มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย  มีประสิทธิภาพ  เทอร์โมอิเล็กทริก  เชิงพาณิชย์  คลื่นความร้อน  โฟนอน  Phonons  science and engineering  การศึกษาวิทยาศาสตร์  วิศวกรรมศาสตร์  รัฐสภา  สหรัฐ  นโยบาย  ที่ปรึกษา  กองทุนนานาชาติ  การลงทุน  ก๊าซเรือนกระจก  ความมั่นคงทางพลังงาน  จีน  นโยบาย  ภูมิอากาศโลก  อินเดีย  แบตเตอรี่  ยานอวกาศ  เมสเซนเจอร์  เยือนดาวพุธ  ผู้นำสาร  องค์การอวกาศแห่งชาติ  นาซา  ดาวพุธ  ดาวเคราะห์  ดวงอาทิตย์  ระบบสุริยจัักรวาล  ปล่องภูเขาไฟ  ภาพถ่าย  นักวิทยาศาสตร์สหรัฐ  การสร้างยีโนม  ดีเอ็นเอ  กรดอะมิโน  ห้องปฏิบัติการ  พันธุกรรม  ยีโนม  แบคทีเรีย  โมเลกุล  เซลของยีนต์  หมักเหล้า  
        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 2
        น้อยมากที่สุด