รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจาก วอชิงตัน เดือนมกราคม 2551
Last Updated on Wednesday, 24 November 2010 14:16
นักวิจัยจากเอ็มไอทีคิดประดิษฐ์วิธีสร้างกลุ่มเซลเลียนแบบตับมนุษย์
การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างกลุ่มเซลขนาดเล็กของเซลตับมนุษย์ที่ทำงานเสมือนประหนึ่งตับจริง ๆ จะเป็นการช่วยส่งเสริมการค้นพบยาและการพัฒนายาใหม่ ๆ กลุ่มนักวิจัยจากเอ็มไอที ประกาศการค้นพบเทคโนโลยีใหม่โดยเฉพาะยาที่มีศักยภาพจะทำอันตรายต่อการทำงานของตับ ตลอดจนจะช่วยลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการพัฒนายาต่าง ๆ เช่นกัน
เทคโนโลยีค้นพบโดย Harvard-MIT Division of Health Sciences and Technology (HST) และ MIT's Department of Electrical Engineering and Computer Science โดยการนำเซลตับมนุษย์มาเรียงเป็นกลุ่มเซลเล็ก ๆ เส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 500 ไมโครเมตร
และทำงานเหมือนตับจริง ๆ ตลอดจนสามารถอยู่รอดได้นานถึง 6 สัปดาห์ และเพื่อตรวจเช็คว่าตับจำลองทำหน้าที่เหมือนตับจริง นักวิจัยได้ประเมิน gene expression profiles และพบว่าเหมือนกันมาก
องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ สรุปผลการศึกษาว่าผลิตภัณฑ์จากสัตว์โคลนนิ่งมีความปลอดภัยในการบริโภค
องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ได้พิมพ์เอกสารทางวิชาการ 3 ฉบับเกี่ยวกับสัตว์โคลนนิ่งในส่วนนโยบายและแนวทางการควบคุมตามกฎหมายได้แก่
- การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)
- แผนการจัดการความเสี่ยง (Risk Management Plan)
- แนวทางสำหรับภาคอุตสาหกรรม (Guidance for Industry)
เอกสารดังกล่าวมีการเผยแพร่ครั้งแรกในเดือนธันวาคม พ.ศ.2545 และหลังจากนั้นมีการปรับปรุงด้านการประเมินความเสี่ยงโดยเพิ่มข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์ล่าสุดเข้าไปจนได้ข้อสรุปสุดท้ายในปีนี้ นปี พ.ศ.2544 กลุ่มผู้ผลิตอาหารในสหรัฐฯ ตกลงกันที่จะละเว้นการนำเนื้อหรือนมจากสัตว์โคลนนิ่งหรือลูกหลานของมันมาใช้ในการเป็นอาหารมนุษย์จนกว่าองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ จะทำการประเมินผลด้านความปลอดภัยอาหารแล้วเสร็จ รายงานดังกล่าวยังยอมรับว่าประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นนอกเหนือ จากเรื่องสุขภาพมนุษย์ผู้บริโภคสัตว์โคลนนิ่งยังมีประเด็นด้านศีลธรรม ศาสนา และริยธรรม แต่ไม่ได้มีการพิจารณาเพราะองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ ไม่มีอำนาจดูแลตามกฎหมาย
นโยบายด้านวิทยาศาสตร์ของประธานบดีสหรัฐฯ คนต่อไป
ผู้สมัครประธานาธิบดีสหรัฐคนต่อไปหรือคนที่ 44 ได้แถลงถึงนโยบายด้านวิทยาศาสตร์ของสหรัฐฯ ทั้งนี้ในส่วนผู้สมัครที่มีศักยภาพสรุปได้ว่าในส่วนพรรคเดโมแครต (Democrat) นางฮิลลารี่ คลินตัน Hillary Clinton) ผู้สมัครประธานาธิบดีพรรคดีโมแครตเสนอตั้ง National Energy Council เพื่อดูแลงานด้าน Climates และเทคโนโลยีสะอาด (Green Technology) เพื่อลดการปล่อยคาร์บอน 80% จากระดับปี พ.ศ.2533 ให้ได้ภายในปี พ.ศ.2593 โดยอาศัย Tax Credits กฎหมายและ Carbon Caps จะก่อให้เกิดการว่าจ้างงาน 5 ล้านคนในด้านพลังงานสะอาดภายใน 10 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ นางฮิลลารี่ได้เสนอให้เพิ่มงบประมาณของ National Institute of Health (NIH) เป็น 2 เท่าจาก 30 พันล้านเหรียญสหรัฐฯใน 10 ปีข้างหน้า
นายมิทท์ รอมนีย์ (Mitt Romney) ผู้ว่าการมลรัฐแมสซาชูเซต มีนโยบายไม่สนับสนุนเซลต้นตอตัวอ่อนมนุษย์และการทำแท้ง ตลอดจนยังไม่มีทีท่าไม่เชื่อว่ามนุษย์จะก่อให้เกิดปัญหาโลกร้อน นโยบายในการสมัครประธานาธิบดีของนายมิทท์ดังกล่าวเปลี่ยนจากเดิม 180 องศา จากนโยบายในตำแหน่งผู้ว่าการมลรัฐแมสซาชูเซตเริ่มดำรงตำแหน่งในปี พ.ศ.2546 ว่าให้การสนับสนุนการวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพและการวิจัยเซลต้นตอตัวอ่อนมนุษย์ ตลอดจนเป็นผู้นำในการชักนำรัฐอื่น ๆ 7 มลรัฐในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ มาร่วมกันจัดทำแผนภูมิภาคในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์จากโรงไฟฟ้า
ลวดซิลิกอนนาโนเปลี่ยนความร้อนไปสู่กระแสไฟฟ้า
ลวดนาโนซิลิกอนนักวิทยาศาสตร์ได้ทำการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติจากวัสดุที่สามารถเปลี่ยนความร้อนเป็นกระแสไฟฟ้าได้ต่ำไปสู่คุณสมบัติที่ดีขึ้น ผลการวิจัยดังกล่าวจะนำไปสู่การผลิตอุปกรณ์ที่ให้พลังงานที่มีราคาถูกโดยการเก็บเอาความร้อนที่ปล่อยทิ้งนำไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าได้อีก กลุ่มนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลอฟอร์เนีย เบอร์กเล่ย์ และจากมหาวิทยาลัย Cal Tech พบว่าลวดนาโนที่ทำจากซิลิกอนมีประสิทธิภาพในการเป็นเทอร์โมอิเล็กทริกได้ดีเทียบเท่ากับวัสดุเทอร์โมอิเล็กทริกอื่น ๆ ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ในปัจจุบัน ทั้งนี้เชื่อว่าโครงสร้างนาโนจะช่วยหน่วงเหนี่ยวคลื่นความร้อนที่เกิดขึ้นในวัสดุหรือโฟนอน (Phonons) ทำให้ประสิทธิภาพในการเป็นเทอร์โมอิเล็กทริกดีขึ้น
Science and Engineering Indicators 2008 ของสหรัฐฯ
รายงานดังกล่าวจัดทำขึ้นทุก 2 ปีเพื่อรายงานสถานการณ์ด้านการวิจัยและการศึกษาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ในสหรัฐอเมริกา และเป็นแหล่งข้อมูลที่รวบรวมเกี่ยวกับการดำเนินงานวิจัยและพัฒนาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมและภาครัฐ ตลอดจนบริษัทธุรกิจนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยรัฐสภาสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2493 มีบทบาทสำคัญ 2 ประการคือ
การกำกับดูแลและตั้งนโยบายสำหรับ National Science Foundation (NSF) และอีกบทบาทหนึ่งคือการเป็นที่ปรึกษาให้แก่ประธานาธิบดี และรัฐสภาสหรัฐฯ ในประเด็นด้านนโยบายของชาติอย่างกว้างเกี่ยวกับการวิจัยและการศึกษาวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์
การแถลงผลงานและนโยบายปี 2551 ของประธานาธิบดีบุช
ประธานาธิบดีบุชเสนอให้มีการลงทุนในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ทันสมัยและพลังงานที่เกิดใหม่ได้ในรถยนต์และรถบรรทุกในอนาคต ตลอดจนการจัดตั้งกองทุนนานาชาติเทคโนโลยีสะอาดขึ้นใหม่เพื่อช่วยประเทศกำลังพัฒนา เช่น อินเดียและจีนใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานที่สะอาดและยังสนับสนุนการดำเนินการให้แล้วเสร็จในข้อตกลงนานาชาติที่ช่วยชะลอ หยุด และลดการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจก จะสัมฤทธิ์ผลหากทุกประเทศ Major economy มีส่วนร่วม อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ มีพันธกรณีในด้านความมั่นคงทางพลังงานและการเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกเพื่อบรรลุจุดมุ่งหมายที่ดีที่สุดสำหรับสหรัฐฯ ได้แก่ การดำเนินการอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาพลังงานที่สะอาดขึ้นและการพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม
ยานอวกาศเมสเซนเจอร์สหรัฐฯ เยือนดาวพุธ
เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2551 ยานอวกาศที่ปราศจากมนุษย์ชื่อเมสเซนเจอร์หรือผู้นำสารขององค์การอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ หรือนาซาได้เดินทางถึงดาวพุธซึ่งเป็นดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุดและอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุดในระบบสุริยจักรวาลและโคจรอยู่รอบดาวพุธในระบบห่างจากผิวดาวเพียง 200 กิโลเมตร โดยได้ถ่ายภาพปล่องภูเขาไฟต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดอย่างไม่เคยได้เห็นมาก่อน และยังทำการบันทึกแถบสี (Spectra) ของผิวดาวพุธในส่วนที่มีสภาพบรรยากาศบางหรือที่เรียกว่า เอ็กโซสเฟียร์ (Exosphere) ซึ่งผลการวิเคราะห์ยืนยันได้ว่ามีธาตุโซเดียมในชั้นบรรยากาศนี้เหมือนที่เคยทราบจากการสังเกตจากโลก
นักวิทยาศาสตร์สหรัฐฯประสบความสำเร็จในการสร้างยีโนม
ในการประติดประต่อชิ้นส่วนของดี เอ็น เอ (Custom made) ขึ้นเองโดยการสังเคราะห์จากกรดอะมิโนแล้วนำมาเชื่อมต่อกันจนเป็นยีโนมของจุลชีพ (Microbial genome) ในห้องปฏิบัติการ ยีโนมที่ครบสมบูรณ์เป็นโมเลกุลเดี่ยวของดี เอ็น เอ โดยมีรหัสพันธุกรรมอยู่ 583,000 รหัสซึ่งมากเป็น 18 เท่าของขนาดยีโนมที่เคยผลิตขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดหมายจะนำ ดี เอ็น เอ ไปใส่ในแบคทีเรียอีโคไล (E. Coli) เพื่อเลี้ยงให้ผลิตสำเนา ดี เอ็น เอ อย่างไรก็ตาม ปรากฏว่าโมเลกุลของ ดี เอ็น เอ มีความใหญ่เกินไปที่จะใส่เข้าไปในแบคทีเรีย อีโคไล ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาทีมวิจัยจึงใส่ส่วนของ ดี เอ็น เอ ที่อยากทำสำเนาเข้าไปในเซลของยีสต์ที่ใช้หมักเหล้าคือ Sacharonces Cereviside ซึ่งจะมีเอนไซม์ที่ซ่อมแซม ดี เอ็น เอ เพื่อต่อ ดี เอ็น เอ 4 สายจนเป็นยีโนมสำเร็จตามต้องการและมีลำดับโค้ดตามที่ออกแบบไว้แต่แรกอย่างแม่นยำแน่นอน
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/343----12551
Items details
- Hits: 817 clicks
- Average hits: 45.4 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



