รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จาก วอชิงตัน เดือนกันยายน 2552

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างดวงตาจากเซลล์ต้นตอให้กับลูกอ๊อดที่ตาบอดได้
      นักวิจัยมหาวิทยาลัยการแพทย์รัฐนิวยอร์ก เมืองไซราคิวส์ โดยใช้สารเคมีสกัดแยกเซลล์ต้นตอจากตัวอ่อนของกบ โดยกระตุ้นเซลล์ให้เป็นเนื้อเยื่อของดวงตาและนำไปปปลูกถ่ายกับตัวอ่อนกบที่ตาบอด ซึ่งกบสร้างดวงตาใหม่ทำงานได้เหมือนปกติ ซึ่งเซลล์นี้มีคุณลักษณะใกล้เคียงกับดวงตามนุษย์ คาดหวังว่าจะประยุกต์ใช้ในการรักษาอาการตาบอดของมนุษย์ได้ต่อไป

      ไขมันและกระในร่างกายมนุษย์สามารถนำมาใช้เพื่อพัฒนางานวิจัยเซลล์ต้นตอ
      เซลล์ไขมันและเซลล์ผิวหนังทำหน้าที่สร้างรงควัตถุหรือเม็ดสี (Pigment-Producing Skin Cells) สามารถนำมาเปลี่ยนคุณสมบัติให้กลับไปเป็นเซลล์ต้นตอได้ ทีมนักวิจัยจากโรงเรียนการแพทย์สแตนฟอร์ด มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ทดลองใช้เนื้อเยื่อไขมันในการสร้างไอพีเอสเซลล์ โดยใช้วิธีดูดไขมัน เพื่อแยกไขมันจากหน้าท้องผู้มีน้ำหนักเกิน อายุ40-65 ปี นำมาผ่านกระบวนการแยกเม็ดไขมัน ให้เหลือเซลล์ต้นตอของเนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งใช้เวลา 2 วันสามารถนำมาใช้สร้างไอพีเอสเซลล์ได้ทันที ทีมนักวิจัยจากโรงพยาบาล มลรัฐแมสซาซูเส็ทส์ นำเมลาโนไซต์มาสร้างไอพีเอสเซลล์ พบว่ากระบวนการสร้างไอพีเอสเซลล์จากเมลาโนไซต์ใช้เวลา 10 วัน และมีอัตราสำเร็จมากกว่าการใช้เซลล์เส้นใยผิวหนัง 5 เท่า
      ซึ่งขั้นต่อไป นักวิจัยวางแผนจะทดลองหาวิธีสร้างไอพีเอสเซลล์จากเนื้อเยี่อไขมันโดยไม่ต้องมีการใช้ชั้นอาหารเพื่อนำมาใช้กับมนุษย์โดยที่ไม่ต้องเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากสัตว์ทดลอง

      การสร้างอินดิวส์พลูริโพเทนท์สเต็มเซลล์ของมนุษย์
      นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดค้นพบการสร้างอินดิวส์พลูริโพเทนท์เสต็มเซลล์หรือไอพีเอสเซลล์ (Induced Pluripotent Stem Cells (iPSCs) ของมนุษย์โดยไม่ต้องมีการใช้ชั้นให้อาหาร (Feeder Cells) ที่รับมาจากเซลล์ของหนู เนื่องจากอาจปนเปื้อนหรือเสี่ยงติดไวรัสหรือโมเลกุลได้

      ปัจจุบันนักวิจัยสามารถสร้างไอพีเอสเซลล์ได้จากกลุ่มเซลล์ไขมัน (Adipose Cells) ร่วมกับอาหารเลี้ยงเซลล์ชื่อ mTeSR1 ซึ่ง mTeSR1 มีคุณสมบัติช่อยให้เซลล์ต้นตอจากตัวอ่อนและไอพีเอสเซซล์สามารถขยายเพิ่มจำนวนโดยไม่ต้องใช้ชั้นให้อาหาร  การค้นพบนี้เป็นความก้าวหน้าที่จะช่วยให้การบำบัดโรคให้กับมนุษย์มีประสิทธิภาพมากขึ้น

      สารนาโนไทเทเนียมก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบภูมิคุ้มกันโรคจำลอง
      สารก่อการระคายเคืองในครีมกันแดด เครื่องสำอางนาโนไทเทเนียมไดออกไซด์ นิยมใช้ในครีมกันแดด เครื่องสำอาง ซึ่งนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซ้นทรัลฟลอริดา สร้างระบบเพาะเลี้ยงเซลล์เลียบแบบระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ และนำไปเปรียบเทียบการสร้างภูมิคุ้มกันของนาโนไทเทเนียหรือไททาเนียมไดออกไซด์ จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ แร่ผลึกแอนนาเทส แร่ผลึกรูไทล์ และหลอดนาโนไทเทเนียมไดออกไซด์ ซึ่งเป็นพิษต่อเซลล์เมื่อมีความเข้มข้นสูง ทั้งยังส่งผลให้ระดับอนุมูลอิสระ (Reactive oxygen species) กระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้น

      การผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงจากน้ำส้มสายชู
      บริษัทเทอร์ราบอน (Terrabon) มลรัฐเท็กซัสได้พัฒนากระบวนการเปลี่ยนของเสียที่สารชีวมวลให้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งมี 2 วิธีคือ จากนั้นเชื้อจุลินทรีย์ทำการเปลี่ยนน้ำตาลไปเป็นเชื้อเพลิงหลังจากธาตุผ่านกระบวนการทางเคมีแล้วจะเปลี่ยนเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง นำวิธีการดังกล่าวมาผสมเข้าด้วยกันจากผสมสารอินทรีย์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนสารอินทรีย์ไปเป็นกรดคาร์โบไซลิค (Carboxylic Acids) สารผสมและธาตุโซเดียมผสมอยู่ด้วย เป็นผลให้ต้นทุนการผลิตต่ำ

      การนำเอาเทคโนโลยีหลอดนาโนมาใช้เป็นส่วนประกอบในแผ่นรับพลังงานแสงอาทิตย์
      นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอนร์แนล (Cornell University) ศาสตราจารย์พอล แมคเอน (Paul McEuen) ได้นำหลอดนาโนมาใส่ไปในแผงวงจรซึ่งทำให้เกิดชั้นที่สามารถรับแสงได้ถึงสามชั้นเรียกว่า เกทส์ (Gates) ทำหน้าที่สร้างพลังงานไฟฟ้าภายในหลอดนาโน เกทส์ทำหน้าที่สร้างพลังงานไฟฟ้าภายในหลอดนาโน เมื่อโปรตอนเคลื่อนตัวสู่หลอดนาโนจะทำการถ่ายพลังงานไปสู่อีเลคตรอน พลังงานนี้จะเคลื่อนตัวไปตามวงจรหลอดนาโนนั้นๆ ดอทส์ (Quantum Dots) ซึ่งควอนตัม ดอทส์นั้นเป็นการทำให้โปรตอนเปลี่ยนรูปพลังงานจากหนึ่งโปรตอนให้แตกตัวไปเป็นหลายๆอีเลคตรอน อีกทั้งยังเป็นการใช้ประโยชน์จากหลอดนาโนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

      การพัฒนาเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ที่มีศักยภาพสูงขึ้นแต่มีราคาที่ต่ำลง
      บริษัท 1366 เทคโนโลยีได้พัฒนาเซลล์รับพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดเกล็ดซิลิคอนทำให้ราคาพลังงานไฟฟ้าถูกลง 20 เปอร์เซนต์ ซึ่งในสภาพที่มีแสงแดดมากพอสำหรับการผลิตนั้นจะช่วยให้ราคาพลังงานไฟฟ้าอยู่ที่ 15-16 เซนต์ต่อกิโลวัตต์ต่อชั่วโมง ขั้นตอนการพัฒนามีสามระดับคือ (Busbar) ที่มีลักษณะเป็นร่องซึ่งทำหน้าที่ป้องกันการสะท้อนกลับของแสงอาทิตย์ลดปริมาณแสงที่สะท้อนออกจากผิวหน้าของเซลล์แผ่นรับพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดเกล็ดซิลิคอนด้วยการปรับสภาพพื้นผิวของแผ่นรับพลังงาน เพื่อเพิ่มปริมาณประสิทธิภาพในการผลิตได้สูงถึง 19 เปอร์เซนต์

      ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/283----92552

        Items details

        • Hits: 769 clicks
        • Average hits: 42.7 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        Tags: ข่าววิทยาศาสตร์  ข่าวเทคโนโลยี  รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตัน  วิทยาศาสตร์  เทคโนโลยี  เซลล์ต้นตอ  เมลาโนไซต์  ไขมัน  ไอพีเอสเซลล์  สเต็มเซลล์  อินดิวส์พลูริโพเทนท์  เซลล์ไขมัน  อนุมูลอิสระ  เครื่องสำอาง  นาโนไทเทเนียมไดออกไซด์  จุลินทรีย์  น้ำมัน  น้ำส้มสายชู  สารอินทรีย์  เชื้อเพลิง  พระอาทิตย์  พลังงานแสงอาทิตย์  หลอดนาโน  เซลล์แสงอาทิตย์  ดวงตาเทียม เซลล์จอตา  เซลล์ต้นตอ  
        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 2
        น้อยมากที่สุด