Commercializing R&D
Last Updated on Wednesday, 10 November 2010 10:53
กรณีตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดจากการผลักดันการวิจัยและพัฒนาเชิงพาณิชย์อย่างจริงจังของบริษัท SCG และอุปสรรคของการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาภายในประเทศไทย พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหาโดย คุณกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่เครือซีเมนต์ไทย ในงานสัมมนา นโยบายการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ "จากหิ้งสู่ห้าง"
วันที่ 3 กันยายน 2553 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี
กว่า 96 ปี นับตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการของบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือที่คุ้นกันในชื่อ SCG (Siam Cement Group) ก้าวขึ้นสู่การเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ เห็นได้จากตัวเลขผลประกอบการ เฉพาะ High-value added products and services (HVA) ในช่วง 5 ปี (พ.ศ. 2547-2552) จาก 8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 6 หมื่นล้านบาท
ตัวอย่าง HVA ผลงานของ SCG
- กลุ่มสินค้ากระดาษ
- กระดาษ Idea Green กระดาษเป็นมิตรกับต้นไม้ กระดาษที่มีส่วนผสมของ EcoFiber 30% เพื่อช่วยลดปริมาณการตัดต้นไม้
- กระดาษ Idea Work กระดาษคุณภาพระดับ Super premium ที่ยกระดับงานพิมพ์ด้วย N2 Technology ที่ช่วยให้ได้ภาพพิมพ์ที่คมชัด ยังมีคุณสมบัติที่ ขาว ผิวเรียบเนียนพิเศษ แกร่งคงรูปใช้ได้สองหน้า
- กลุ่มสินค้าท่อยาง PE 100+Pipe ซึ่งนับเป็นบริษัทรายแรกใน ASEAN และ รายที่สอง ใน Asia ที่สามารถผลิตขึ้น
ทั้งหมดเกิดจากการทุ่มงบประมาณและกำลังคนในส่วนวิจัยและพัฒนาของบริษัทโดยงบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนาเมื่อปี พ.ศ. 2547 ซึ่งอยู่ 40 ล้านบาท เพิ่มเป็น 880 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2551 เช่นเดียวกับจำนวนกำลังคนทีมวิจัยและพัฒนาจาก 364 คน (ปริญญาเอก 9 คน) เป็น 973 คน (ปริญญาเอก 40 คน) ตามลำดับ นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่คุณกานต์ และทีม SCG ตั้งเป้าคือการเปลี่ยนจากผู้ซื้อเทคโนโลยี เป็นผู้ผลิตเทคโนโลยี โดยคุณกานต์ กล่าว่า "คนที่ซื้อเทคโนโลยีอนาคตไม่ใช่ผู้นำ" พร้อมกับการมองอนาคตของ SCG ในอีก 10-20 ข้างหน้า ในฐานะผู้บริหารระดับสูงว่า จะต้องรุกตลาด ASEAN และการเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาของบริษัท
ข้างต้นเป็นตัวอย่างผลประโยชน์จากการวิจัยและพัฒนาเชิงพาณิชย์ (R&D Commercialization) ของบริษัท SCG แล้วประเทศไทย....
คุณกานต์ ได้นำเสนออุปสรรคของการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาภายในประเทศว่า เกิดจากการขาดการตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นของการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม
- รัฐบาล
- ขาดกลไกในการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และต่อเนื่อง
- ขาดกลไกที่รองรับมาตราการการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ
- พึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีมากเกินไปสำหรับโครงการของรัฐ
- เอกชน
- ขาดเงินทุนในการวิจัยและพัฒนา
- ขาดบุคลากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในงานวิจัยและพัฒนา
- สถาบันวิจัย/มหาวิทยาลัย
- ขาดความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของภาคธุรกิจและชุมชน
- ขาดความร่วมมือกับภาคธุรกิจในการวิจัย
- ขาดเงินทุนสนับสนุนที่เพียงพอ
- ดัชนีชี้วัดความสำเร็จไม่เอื้อต่อการทำงานวิจัย
- ขาดระบบบริหารจัดการความขัดแย้งด้านทรัพย์สินทางปัญญา
ทั้งนี้คุณกานต์ ได้สรุปปัญหาพร้อมข้อเสนอแนะในการแก้ไข ซึ่งประกอบด้วย
ปัญหา : มุมมอง แนวคิด และการให้ความสำคัญของการพัฒนางานวิจัยและพัฒนา
ข้อเสนอแนะ :
- ภาครัฐและเอกชนต้องให้ความสำคัญเรื่องงานวิจัยและพัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูง โดยต้องทำให้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นเรื่องหลักของประเทศ
- การกำหนดเรื่องการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 อย่างชัดเจน
- การส่งเสริมนักวิจัยผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย (Create National Hero)
ปัญหา : ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันวิจัย/มหาวิทยาลัย
ข้อเสนอแนะ :
- การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักวิจัยในภาครัฐเข้าใจความต้องการของภาคเอกชนและสังคม
- ภาครัฐต้องเปิดโอกาสให้นักเรียนทุนรัฐบาล หรือนักวิจัยในภาครัฐทำงานร่วมกับภาคเอกชน รวมถึงการแลกเปลี่ยนนักวิจัยกัน
- หน่วยงานวิจัยควรให้การสนับสนุนงานวิจัยขั้นพื้นฐานและต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างสมดุล
- มหาวิทยาลัยควรปรับปรุงดัชนีชี้วัดความสำเร็จของอาจารย์ที่เน้นเรื่องการสอนกับที่เน้นการวิจัย
- การจัดตั้งโครงการให้ทุนการศึกษาสำหรับนักวิจัยร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อทราบโจทย์แล้วนำไปสู่การวิจัยเพื่อตอบโจทย์
ปัญหา: เงินทุน งบประมาณ และบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนา
ข้อเสนอแนะ :
- ควรตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปี ใน 3 เรื่อง คือ
- งบประมาณในการวิจัยและพัฒนาจาก 0.2% เป็น 1% ของ GDP
- สัดส่วนของบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา จาก 6 คน 10 คน ต่อประชากร 10,000 คน
- สัดส่วนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน จาก 57:43 เป็น 30:70
- การเพิ่มหรือปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาให้จูงใจมากยิ่งขึ้น
- ภาครัฐต้องจัดเก็บเงินเพื่อเป็นงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาจากองค์กรรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติอย่างเคร่งครัด (3% ของกำไร)
- ภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดตั้งกองทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้เงินช่วยเหลือสำหรับกิจการที่เพิ่งเริ่มดำเนินการ
- ภาครัฐต้องเพิ่มงบประมาณเพื่อส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนายิ่งขึ้น โดยเฉพาะ SMEs
ปัญหา: นโยบายและโครงสร้างองค์กร
ข้อเสนอแนะ :
- ภาครัฐต้องให้ความสำคัญในการคัดสรรรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณในระยะยาว
- ภาครัฐควรปรับโครงสร้างของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ เพื่อผลักดันให้การวิจัยและพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
- ภาครัฐควรมีนโยบายสนับสนุนภาคเอกชนจัดตั้งหน่วยงานวิจัยและพัฒนาของตน หรือร่วมกันจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา
ปัญหา: การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
ข้อเสนอแนะ :
- ภาครัฐ ควรเพิ่มจำนวนพนักงานในการจดรับรองสิทธิบัตรเพื่อให้ทันการคุ้มครอง พร้อมพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญยิ่งขึ้น และพัฒนาเป็นองค์กรอิสระเพื่อให้เกิดความคล่องตัว
- ภาคเอกชน สถาบันวิจัย/มหาวิทยาลัย จะต้องร่วมกันแก้ปัญหาข้อขัดแย้งและสร้างมาตรฐานเรื่องความเป็นเจ้าของสิทธิบัตรและผลประโยชน์ที่ได้รับ
Items details
- Hits: 1597 clicks
- Average hits: 88.7 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



