Commercializing R&D

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      กรณีตัวอย่างความสำเร็จที่เกิดจากการผลักดันการวิจัยและพัฒนาเชิงพาณิชย์อย่างจริงจังของบริษัท SCG และอุปสรรคของการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาภายในประเทศไทย พร้อมแนวทางการแก้ไขปัญหาโดย คุณกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่เครือซีเมนต์ไทย  ในงานสัมมนา นโยบายการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์ "จากหิ้งสู่ห้าง"
      วันที่ 3 กันยายน 2553 ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี

      กว่า 96 ปี นับตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการของบริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือที่คุ้นกันในชื่อ SCG (Siam Cement Group) ก้าวขึ้นสู่การเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ เห็นได้จากตัวเลขผลประกอบการ เฉพาะ High-value added products and services (HVA) ในช่วง 5 ปี (พ.ศ. 2547-2552)  จาก 8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็น 6 หมื่นล้านบาท

      ตัวอย่าง HVA ผลงานของ SCG

      1. กลุ่มสินค้ากระดาษ
        • กระดาษ Idea Green กระดาษเป็นมิตรกับต้นไม้ กระดาษที่มีส่วนผสมของ EcoFiber 30% เพื่อช่วยลดปริมาณการตัดต้นไม้
        • กระดาษ  Idea Work กระดาษคุณภาพระดับ Super premium ที่ยกระดับงานพิมพ์ด้วย N2 Technology ที่ช่วยให้ได้ภาพพิมพ์ที่คมชัด ยังมีคุณสมบัติที่ ขาว ผิวเรียบเนียนพิเศษ แกร่งคงรูปใช้ได้สองหน้า
      2. กลุ่มสินค้าท่อยาง PE 100+Pipe ซึ่งนับเป็นบริษัทรายแรกใน ASEAN และ รายที่สอง ใน Asia ที่สามารถผลิตขึ้น

       

      ทั้งหมดเกิดจากการทุ่มงบประมาณและกำลังคนในส่วนวิจัยและพัฒนาของบริษัทโดยงบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนาเมื่อปี พ.ศ. 2547 ซึ่งอยู่ 40 ล้านบาท เพิ่มเป็น 880 ล้านบาท ในปี พ.ศ. 2551 เช่นเดียวกับจำนวนกำลังคนทีมวิจัยและพัฒนาจาก 364 คน (ปริญญาเอก 9 คน) เป็น 973 คน (ปริญญาเอก 40 คน)  ตามลำดับ นอกจากนี้สิ่งสำคัญที่คุณกานต์ และทีม SCG ตั้งเป้าคือการเปลี่ยนจากผู้ซื้อเทคโนโลยี เป็นผู้ผลิตเทคโนโลยี โดยคุณกานต์ กล่าว่า "คนที่ซื้อเทคโนโลยีอนาคตไม่ใช่ผู้นำ" พร้อมกับการมองอนาคตของ SCG ในอีก 10-20 ข้างหน้า ในฐานะผู้บริหารระดับสูงว่า จะต้องรุกตลาด ASEAN และการเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาของบริษัท

      ข้างต้นเป็นตัวอย่างผลประโยชน์จากการวิจัยและพัฒนาเชิงพาณิชย์ (R&D Commercialization) ของบริษัท SCG แล้วประเทศไทย....

      คุณกานต์ ได้นำเสนออุปสรรคของการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาภายในประเทศว่า เกิดจากการขาดการตระหนักถึงความสำคัญและจำเป็นของการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม

      1. รัฐบาล
        • ขาดกลไกในการแปลงนโยบายสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม และต่อเนื่อง
        • ขาดกลไกที่รองรับมาตราการการส่งเสริมงานวิจัยและพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ
        • พึ่งพาการนำเข้าเทคโนโลยีมากเกินไปสำหรับโครงการของรัฐ
      2. เอกชน
        • ขาดเงินทุนในการวิจัยและพัฒนา
        • ขาดบุคลากรที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในงานวิจัยและพัฒนา
      3. สถาบันวิจัย/มหาวิทยาลัย
        • ขาดความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของภาคธุรกิจและชุมชน
        • ขาดความร่วมมือกับภาคธุรกิจในการวิจัย
        • ขาดเงินทุนสนับสนุนที่เพียงพอ
        • ดัชนีชี้วัดความสำเร็จไม่เอื้อต่อการทำงานวิจัย
        • ขาดระบบบริหารจัดการความขัดแย้งด้านทรัพย์สินทางปัญญา

      ทั้งนี้คุณกานต์ ได้สรุปปัญหาพร้อมข้อเสนอแนะในการแก้ไข ซึ่งประกอบด้วย
      ปัญหา : มุมมอง แนวคิด และการให้ความสำคัญของการพัฒนางานวิจัยและพัฒนา
      ข้อเสนอแนะ :

      • ภาครัฐและเอกชนต้องให้ความสำคัญเรื่องงานวิจัยและพัฒนามากขึ้น โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีและผู้บริหารระดับสูง โดยต้องทำให้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม เป็นเรื่องหลักของประเทศ
      • การกำหนดเรื่องการพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 11 อย่างชัดเจน
      • การส่งเสริมนักวิจัยผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย (Create National Hero)


      ปัญหา : ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันวิจัย/มหาวิทยาลัย
      ข้อเสนอแนะ :

      • การทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้นักวิจัยในภาครัฐเข้าใจความต้องการของภาคเอกชนและสังคม
      • ภาครัฐต้องเปิดโอกาสให้นักเรียนทุนรัฐบาล หรือนักวิจัยในภาครัฐทำงานร่วมกับภาคเอกชน รวมถึงการแลกเปลี่ยนนักวิจัยกัน
      • หน่วยงานวิจัยควรให้การสนับสนุนงานวิจัยขั้นพื้นฐานและต่อยอดเชิงพาณิชย์อย่างสมดุล
      • มหาวิทยาลัยควรปรับปรุงดัชนีชี้วัดความสำเร็จของอาจารย์ที่เน้นเรื่องการสอนกับที่เน้นการวิจัย
      • การจัดตั้งโครงการให้ทุนการศึกษาสำหรับนักวิจัยร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อทราบโจทย์แล้วนำไปสู่การวิจัยเพื่อตอบโจทย์


      ปัญหา: เงินทุน งบประมาณ และบุคลากรด้านวิจัยและพัฒนา
      ข้อเสนอแนะ :

      • ควรตั้งเป้าหมายภายใน 3 ปี ใน 3 เรื่อง คือ
        • งบประมาณในการวิจัยและพัฒนาจาก 0.2% เป็น 1% ของ GDP
        • สัดส่วนของบุคลากรด้านการวิจัยและพัฒนา จาก 6 คน 10 คน ต่อประชากร 10,000 คน
        • สัดส่วนการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน จาก 57:43 เป็น 30:70
      • การเพิ่มหรือปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาให้จูงใจมากยิ่งขึ้น
      • ภาครัฐต้องจัดเก็บเงินเพื่อเป็นงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาจากองค์กรรัฐวิสาหกิจตามพระราชบัญญัติอย่างเคร่งครัด (3% ของกำไร)
      • ภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดตั้งกองทุนด้านการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้เงินช่วยเหลือสำหรับกิจการที่เพิ่งเริ่มดำเนินการ
      • ภาครัฐต้องเพิ่มงบประมาณเพื่อส่งเสริมให้เกิดการวิจัยและพัฒนายิ่งขึ้น โดยเฉพาะ SMEs


      ปัญหา: นโยบายและโครงสร้างองค์กร
      ข้อเสนอแนะ :

      • ภาครัฐต้องให้ความสำคัญในการคัดสรรรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ตลอดจนการจัดสรรงบประมาณในระยะยาว
      • ภาครัฐควรปรับโครงสร้างของ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ เพื่อผลักดันให้การวิจัยและพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
      • ภาครัฐควรมีนโยบายสนับสนุนภาคเอกชนจัดตั้งหน่วยงานวิจัยและพัฒนาของตน หรือร่วมกันจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา


      ปัญหา: การบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา
      ข้อเสนอแนะ :

      • ภาครัฐ ควรเพิ่มจำนวนพนักงานในการจดรับรองสิทธิบัตรเพื่อให้ทันการคุ้มครอง พร้อมพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ความเชี่ยวชาญยิ่งขึ้น และพัฒนาเป็นองค์กรอิสระเพื่อให้เกิดความคล่องตัว
      • ภาคเอกชน สถาบันวิจัย/มหาวิทยาลัย จะต้องร่วมกันแก้ปัญหาข้อขัดแย้งและสร้างมาตรฐานเรื่องความเป็นเจ้าของสิทธิบัตรและผลประโยชน์ที่ได้รับ


        Items details

        • Hits: 1597 clicks
        • Average hits: 88.7 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 3
        น้อยมากที่สุด