รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จาก วอชิงตัน เดือนกรกฎาคม 2553

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      สำนักงานที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน  หรือ Office of Science & Technology Washington D.C. หรือ OSTC ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนสารสนเทศทางวิทยา ศาสตร์และเทคโนโลยี ระหว่างนักวิชาการ หน่วยงานวิจัย หน่วยงานวิชาการ และหน่วยงานอื่นๆ จากประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และไทย  ได้จัดทำจุลสารอิเล็กทรอนิกส์ ชื่อ รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จาก วอชิงตัน เสนอข่าวสาร สาระความรู้ ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี สำหรับรายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประจำเดือนกรกฎา พบกับ

      FDA เผ้าติดตามการทดสอบด้านพันธุกรรม
      Mercury News เป็นแหล่งข่าวทางฝั่งตะวันตกของประเทศสหรัฐฯ ได้รายงานว่า US Foods and Drug-FDA กำลังวางแผนในการเผ้าติดตามการซื้อขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลจากการทดสอบทางพันธุกรรมกับผู้บริโภค ซึ่งผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ได้แก่ อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ยังต้องการการรับรองจากหน่วยงานของรัฐ ในหนังสือที่ FDA ส่งไปถึงบริษัทได้ระบุว่า ข้อมูลที่บริษัทยื่นเสนอไปได้แสดงผลการทดสอบทางคลินิกและการวิเคราะห์ที่ได้รับการยอมรับ ซึ่งเป็นข้อมูลที่บริษัทสามารถนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการขายเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าใจแนวโน้มทางพันธุกรรมที่อาจจะเกิดขึ้นและสามารถควบคุมดูแลตนเองได้มากขึ้น แต่หนังสือของ FDA ไม่มีข้อความใดระบุว่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ของบริษัท จะเป็นอันตรายต่อประชาชน จดหมายดังกล่าวยังระบุว่า อุปกรณ์ทางการแพทย์ดังกล่าวควรที่จะมีการทดสอบทางคลินิกและการวิเคราะห์ที่แน่นอนเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนในข้อมูลของผลการทดสอบ ทั้งนี้ยังมีบริษัทบางแห่งออกมายอมรับว่าได้มีความผิดพลาดทางห้องปฏิบัติการอย่างน่าละอาย โดยมีลูกค้าจำนวน 96 รายได้รับและเห็นข้อมูลพันธุกรรมที่ไม่ใช่ของตนเอง จึงควรมีการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดอย่างนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต


      โอบามาสั่งตัดงบหน่วยงานกลัวบานปลาย
      ทำเนียบขาวกำลังมีคำสั่งให้หน่วยงานต่างๆ ปรับแผนและลดงบประมาณอย่างน้อยร้อยละ 5 โดยให้พิจารณาแผนงานที่มีความสำคัญน้อย หรือไม่ใช่นโยบายของประธานาธิบดีโอบามา เรื่องดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลในการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น

      รัฐบาลก่อนหน้านี้ก็ได้มีคำสั่งให้หน่วยงานต่างๆ พิจารณาปรับลดงบประมาณในแผนงานต่างๆ เหมือนกัน นักวิเคราะห์งบประมาณได้กล่าวว่า ประธานาธิบดีโอบามาได้ขอให้รัฐสภาพให้อำนาจในการอนุญาตให้หน่วยงานต่างๆ เก็บงปบระมาณส่วนที่ประหยัดลงได้ โดยไม่ต้องคืนงบประมาณเพื่อป้องกันและแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณ แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่าแผนงานใดควรที่จะถูกตัดทอนงบประมาณลง เนื่องจากมีแผนงานที่ซ้ำซ้อนกันกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ และที่สำคัญมีแผนงานจำนวนกว่า 110 แผนงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของวิทยาศาสตร์ขั้นสูงและการศึกษาด้านคณิตศาสตร์ ตลอดจนแผนงานการสนับสนุนเยาวชน ซึ่งแผนงานดังกล่าวทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรและยากจะดำเนินการให้บรรลุตามเป้าหมายได้ ทั้งนี้หน่วยงานต่างๆ จะต้องนำเสนอแผนงานที่จะปรับลดงบประมาณไปยังสำนักงบประมาณเพื่อสร้างความมั่นใจว่า แผนหลักในการจัดสรรงบประมาณปี 2012 ของรัฐบาลจะตรงกับเป้าหมายของการลดรายจ่าย แต่แผนงานดังกล่าวจะยกเว้นแผนงานด้านความมั่นคง

      เหตุการณ์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลก
      สิ่งต่างๆ รอบตัวเราที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นด้วยธรรมชาติ การค้นและการกระทำทางวิทยาศาตร์ หรือระบบสุริยะ ต่างส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ทั้งทางด้านดีและไม่ดี ขณะนี้ได้มีการคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นภายในปี 2050 ซึ่งเป็นเหตุการณ์สำคัญที่จะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงโลก เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านั้นได้มีการจัดระดับความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นไว้ 10 ระดับ (ระดับที่ 1 = ระดับน้อยที่สุด, ระดับที่ 5 = ระดับปานกลาง และระดับ 10 = ระดับสูงสุด) ดังนี้

      • เทคโนโลยีการโคลนมนุษย์ (Human Cloning) : มีระดับความเป็นไปได้ในระดับ 8 ตั้งแต่ความสำเร็จของการโคลนแกะดอลลี่ในปี 1996 นักวิทยาศาสตร์ต่างพากันวิจัยและพัฒนาการโคลนสัตว์ชนิดอื่นๆ และค่อนข้างประสบความสำเร็จในสัตว์หลายๆ ชนิด จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าการโคลนมนุษย์น่าจะเป็นสิ่งที่กระทำได้สำเร็จ แต่การโคลนมนุษย์กระทำได้ยากกว่าในสัตว์ กระทั่งในปี 2010 นักวิทยาศษสตร์ประสบความสำเร็จในการโคลนตัวอ่อนมนุษย์ แต่ร้อยละ 25 ของโคลนตัวอ่อนมนุษย์ จะเกิดปัญหาของการพัฒนาการในขั้นต่อไป การโคลนมนุษย์ยังมีอุปสรรคในด้านจริยธรรม และการยอมรับของประชาชน และการควบคุมประสิทธิภาพของมนุษย์โคลน
      • สิ่งมีชีวิตนอกโลก (Extraterrestrial Intelligence: ETI) : มีระดับความเป็นไปได้ในระดับ 2.5 การค้นคว้าวิจัยเรื่องสิ่งมีชีวิตนอกโลกมีการดำเนินการมาแล้วกว่า 50 ปี แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถค้นพบสิ่งมีชีวิตนอกโลก นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยค้นคว้าสิ่งมีชีวิตนอกโลก (Search for Extraterrestrial Intelligence Institute) กล่าวว่า "ในปัจจจุบัน สถาบันฯ ได้ใช้วิธีการส่งคลื่นวิทยุไปยังดวงดาวต่างๆ โดยหวังจะได้รับการตอลสนองของสิ่งมีชีวิตในดาวต่างๆ ผ่านทางคลื่นวิทยุ แต่ก็ยังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ จากนอกโลก หรืออาจจะเป็นเพราะสิ่งมีชีวิตนอกโลกไม่ได้ใช้คลื่นวิทยุกในการส่งสัญญาณ" ปัจจุบันยจังไม่มีเทคโนโลยีใดที่สามารถสื่อสารหรือตรวจพบสิ่งมีชีวิตต่างๆ จากดวงดาวที่ห่างไกลได้ และคาดว่าต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่อีกอย่างน้อยใน 20 ปี ข้างหน้า
      • การเปลี่ยนแปลงจากอาวุธนิวเคลียร์ (Nuclear Exchange) : มีระดับความเป็นไปได้ในระดับ 2.5 หลังจากสงครามเย็นระหว่างประเทศสหรัฐฯ และอดีตสหภาพโซเวียต รวมถึงมาตรการควบคุมการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างประเทศสหรัฐฯ ประเทศรัสเซีย และประเทศอื่นๆ เพื่อลดภาวะความตึงเครียดของภัยคุกคามจากการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธนิวเคลียร์เป็นอาวุธที่ร้ายแรงการระเบิดเพียง 1 ครั้งของอาวุธนิวเคลียร์ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาลกับชีวิตมนุษย์ แม้ว่าผลกระทบจากอาวุธนิวเคลียร์จะเลวร้ายก็ตาม แต่ก็ขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบของมนุษย์เท่านั้นที่จะเป็นผู้กำหนดว่าต้องการให้อาวุธชนิดนี้เป็นไปในทางใด
      • การสร้างสิ่งมีชีวิต (Creation of Life) : มีระดับความเป็นไปได้ในระดับ 9.0 ปัจจุบันวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่มนุษย์นำมาใช้ดัดแปลงพันธุกรรมสิ่งมีชีวิตให้สร้างคุณลักษณะตามที่เราต้องการ อย่างไรก็ดีนักวิทยาศาสตร์มีเป้าหมายในการสร้างสิ่งมีชีวิตสังเคราะห์ที่เป็นประโยชน์ตามที่มนุษย์ต้องการ อาทิ เป็นแหล่งผลิตพลังงาน ผลิตวัสดุที่เราต้องการ และใช้เป็นแหล่งอาหารเป็นต้น เทคโนโลยีนี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงโลกครั้งยิ่งใหญ่ แต่อย่างไรก็ดีนักวิทยาศาสตร์ต้องคำนึงถึงการควบคุมความปลอดภัยต่อสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ซึ่งนั่นหมายรวมถึง "มนุษย์" ด้วย
      • Room-temperature superconductors: มีระดับความาเป็นไปได้ในระดับ 5.0 เราสามารถพัฒนาแหล่งพลังงานที่ยั่งยืนในที่ต่างๆ ได้ แต่การนำพลังงานที่สร้างขึ้นมาใช้งาน (ซึ่งส่วนมากพลังงานไฟฟ้าผลิตมาจากแหล่งที่ห่างไกลตัวเมืองหลายร้อยกิโลเมตร) ส่วนใหญ่ตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวด (superconductor) ที่ทันสมัย สามารถนำไฟฟ้าได้หลายเมกะวัตต์ในระยะทางหลายพันกิโลเมตร แต่ต้องอยู่ภายใต้การเดินทางที่มีอุณหภูมิต่ำที่ -196 องศาเซลเซียส ซึ่งต้องใช้ปั๊มและตัวทำความเย็นในทุก 1 กิโลเมตร ทำให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตสูงขึ้น ดังนั้นตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดที่สามารถนำไฟฟ้าได้ภายใต้อุณหภูมิและความดันห้อง จะเป็นประโยชนฺ์ต่อแหล่งพลังงานของโลกอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นความหวังของนักวิทยาศาสตร์ที่จะพัฒนาตัวนำไฟฟ้ายิ่งยวดภายใต้อุณหภูมิห้องได้ในอนาคต
      • เครื่องจักรที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง : มีระดับความเป็นไปได้ในระดับ 7.0 นักวิจัยทางด้านเครื่องจักรอัจฉริยะ (Artificial Intelligence: AI) เชื่อมั่นว่าในอนาคตจะสามารถพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์และหุ่นยนต์อัจฉริยะที่สามารถทำงานได้ด้วยตนเอง ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของโลมนุษย์ ในปัจจุบันเราสามารถสร้างเครื่องจักรให้ทำงานเฉพาะอย่างที่เรากำหนดได้ แต่ในอนาคตจะมีการพัฒนาเครื่องจักรอัจฉริยะที่มีความสามารถซับซ้อนมากขึ้นถึงขั้นสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวของมันเอง ขณะที่คอมพิวเตอร์จะถูกพัฒนาให้สามารถแสดงออกของลักษณะ selfware กล่าวคือคอมพิวเตอร์สามารถที่จะพัฒนาตัวเองได้ รวมถึงสามารถเพิ่มจำนวนได้เองจนมนุษย์ไม่สามารถตามทันและไม่สามารถควบคุมมันได้ ทำให้นักวิทยาศาสตร์มีความวิตกกังวลถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร และอาจจะเกิดสงครามล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ขึ้นก็เป็นได้
      • น้ำแข็งขั้วโลกละลาย (Polar Meltdown) ประเทศสหรัฐฯ ประสบกับการสูญเสียพื้นที่ชายวฝั่งตะวันออกมากกว่า 200 เมตร ในช่วงศตวรรษที่ 20 จากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 17 เซนติเมตร ถ้าหากปัญหาก๊าซเรือนกระจกยังไม่ได้รับการแก้ไข นักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่าแผ่นน้ำแข็งในบริเวณ Greenland ร้อยละ 9 และบริเวณ Antarctica ร้อยละ 90 เกิดหลอมละลาย จะทำให้น้ำทะเลสูงขึ้นอย่างน้อย 65 เมตร จะส่งผลให้ประชากรราว 200 ล้านคน และเมืองใหญ่กว่า 8 ใน 10 แห่งจะได้รับผลกระทบนี้ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันปัญหาก๊าซเรือนกระจกจะลดลงก็ตาม แต่การละลายของน้ำแข็งบริเวณขั้วโลกก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้
      • แผ่นดินไหวบริเวณชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific earthquake): มีระดับความเป็นไปได้ในระดับ 9.0 พื้นที่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของประเทศสหรัฐฯ เป็นบริเวณที่มีแนวแผ่นดินไหวที่เรียกว่า San Andreas วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ตั้งแต่ตอนล่างของมลรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นระยะทางยาวกว่า 1,300 กิโลเมตร ซึ่งเป็นแนวเชื่อมระหว่างแผ่น North America กับแผ่น Pacific นักวิทยาศาสตร์ได้คาดการว่าจะเกิดการเคลื่อนที่ของแผ่นดินในทุกๆ 150 ปี การเคลื่อนที่ของแผ่นดินจะก่อให้เกิดแผ่นดินไหว และการเกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อ 300 ปีที่แล้ว ปัจจุบันวิวัฒนาการและความก้าวหน้าของเทคโนโลยีโครงสร้างอาคารมีความแข็งแรง ความสูญเสียจากแผ่นดินไหวอาจจะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากนัก แต่ก็ยังคงมีผลเสียมากมายมหาศาลกับประเทศที่ยากจน เช่น ประเทศเฮติที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงที่สุดเมื่อต้นปี 2010 ที่ผ่านมา

      การลงทุนด้านเทคโนโลยีในศตวรรษที่ 21 ของประเทศสหรัฐฯ
      ปัจจุบันเราต้องเผชิญกับความท้าทายของเศรษฐกิจที่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าในอนาคตจะมีทิศทางไปทางไหน ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับประเทศ ซึ่งจะส่งประชาชนชาวอเมริกันมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้รัฐบาลประเทศสหรัฐฯ ได้จัดสรรงบประมาณปี 2010 เพื่อการลงทุนด้านเทคโนโลยีดังนี้

      • Broadband Technology
      • Health Information Technology (IT)
      • Education Technology
      • Clean Energy Technology
      • Federal Information Technology
      • Next generation Manufacturing Technologies

      ประเทศจีนผลักดันการสร้าง Brandname
      สินค้าใช้กันอยู่ในปัจจุบันนี้เคยสังเกตกันไหมว่าส่วนมากมีฐานการผลิตมาจากประเทศจีน (Made in China) ประเทศจีนถึงแม้จะเป็นผู้ส่งออกสินค้ารายใหญ่ที่สุดของโลก และมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นอันดับ 2 ของโลกก็ตาม แต่ประเทศจีนไม่เคยมีสินค้าแบรนด์เนม (brand name) เป็นของตัวเองเลย ซึ่งสิ่งนี้เป็นปัญญาสำคัญของประเทศจีน การที่ประเทศจีนไม่มียี่ห้อเป็นของตัวเองทำให้เกิดผลเสียต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่สามารถขยายตัวทางเศรษฐกิจได้อย่างเต็มที่ส่งผลให้สูญเสียรายได้อย่างมหาศาลโดยผลกำไรส่วนใหญ่ตกอยู่กับประเทศที่เป็นเจ้าของยี่ห้อสินค้า ปัญหาเหล่านี้เกิดจากประเทศจีนขาดการสร้างนวัตกรรมในสินค้าของตัวเองทำให้ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์สินค้าซึ่งคิดเป็นมูลค่ากว่าพันล้านเหรียญสหรัฐ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจีนจึงพยายามส่งเสริมการสร้างยี่ห้อสินค้าของตนเองโดยการผลักดันการพัฒนานวัตกรรมสู่ตลาดการค้า และป้องกันสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ

      ในช่วงศตวรรษที่ 1990 ประเทศจีนได้พัฒนาโทรศัพท์ของตนเอง แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จโดยมีจำนวนผู้ใช้เพียง 20 ล้านคน จากจำนวนผู้บริโภคในตลาดที่มีถึง 500 ล้านคน Joerg Wuttke ประธานหอการค้ายุโรป กล่าวว่า "ประเทศจีนมีช่องว่างระหว่างจำนวนเงินที่ลงทุนไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัย กับการนำเทคโนโลยีที่พัฒนานั้นออกสู่ตลาดการค้า"

      ยา "Pink Pill" Viagra ของผู้หญิง
      หลังจากยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศของผู้ชาย หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ "Viagra" ที่ผลิตได้สำเร็จเมื่อปี 1998 ที่ผ่านมา ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์และภาคอุตสาหกรรมยา พยายามค้นคว้าเพื่อผลิตยาเพิ่มสมรรถภาพสำหรับผู้หญิง เหตุที่ต้องมีการค้นคว้าตัวยานี้ก็เนื่องมาจากการสำรวจในปี 1999 พบว่าหญิงชาวอเมริกันประสบกับปัญหาเรื่องการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศมากกว่าร้อยละ 43 และในปี 2004 บริษัท Procter & Gamble ได้พัฒนาตัวยา Intrinsa ที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมน testosterone ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยเพิ่มความต้องการทางเพศของผู้หญิงได้ แต่ปรากฏว่าตัวยาดังกล่าวมีผลข้างเคียงที่อาจจะทำให้ผู้บริโภคอาจประสบกับโรคหัวใจ และโรคมะเร็งเต้านม

      บริษัท Beohringer Ingelheim สามารถผลิตยาที่มีชื่อว่า "Pink Pill" ได้สำเร็จ ยา Pink Pill มีสารเคมีที่เชื่อว่าจะเพิ่มความต้องการทางเพศให้กับผู้หญงิก่อนวัยหมดประจำเดือนที่มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรือ Hypoactive Sexual Desire Disorder (HSDD) ทางบริษัทฯ ได้ทำการทดสอบยานี้กับผู้หญิงในประเทศอเมริกา ประเทศแคนาดา และประเทศในแถบยุโรป จำนวน 5,000 คน พบว่าผู้หญิงที่เป็นกลุ่มตัวอย่างมีความต้องการทางเพศเพิ่มขึ้นจากค่าเฉลี่ย 2.7 เป็น 4.5 แต่นักวิจารณ์หลายคนก็ยังมีความเห็นว่าผลที่ได้นี้มีความต่างที่เพิ่มขึ้นไม่มากนักจึงทำให้ไม่สามารถบอกความต่างอย่างเป็นนัยสำคัญได้ อย่างไรก็ตามบริษัทฯ ได้ยื่นขออนุญาตผลิตเป็นการค้าต่อองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐฯ (FDA) แต่ FDA ปฏิเสธการรับรองประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา Pink Pill โดย FDA ให้เหตุผลว่ายา Pink Pill นี้ยังมีประสิทธิภาพต่ำต่อการเพิ่มความต้องการทางเพศของผู้หญิงได้ และถึงแม้ Pink Pill จะมีประสิทธิภาพในการเพิ่มความต้องการทางเพศได้แต่ก็ยังไม่พบประโยชน์ด้านอื่นๆ ของตัวยานี้เพียงพอที่จะให้ FDA รับรองให้ใช้เป็นยาสำหรับผู้หญิงได้ จึงทำให้นักวิจัยในอุตสาหกรรมยาต้องการทำการศึกษาค้นคว้ากันต่อไป แต่ก็คงไม่นานเกินรอที่จะชนิดนี้จะสามารถวางขายได้ในท้องตลาด

      บริษัท Biotech ได้รับการสนับสนุนเงินทุน และลดหน่อนภาษี
      หลังจากที่กฎหมายปฏิรูปประกันสุขภาพได้รับการรับรองคณะบริหารของประธานาธิบดีโอบามาได้พิจารณาถึงผลประโยชน์ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotech Firms) พึงได้รับ ในด้านเงินช่วยเหลือ (grants) หรือการลดหย่อนภาษี (tax credit) ซึ่งทุนเหล่านี้จะมอบให้กับบริษัท Biotech ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพทางการแพทย์ที่ใช้ต้นทุนต่ำ แต่ยังคงมีการจ้างงานที่มีรายได้สูง รวมถึงสามารถเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศสหรัฐฯ ในตลาดโลกได้ ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 1000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับเป็นเงินช่วยเหลือและลดหย่อนภาษี โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาได้แก่ บริษัทต้องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการวิจัยด้านการรักษา หรือมีความก้าวหน้าในการวิจัยด้านการรักษาโรคมะเร็ง ทั้งนี้ Francis S. Collins ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (NIH) ได้กล่าวว่า "โครงการนี้จะสามารถช่วยเหลืองานวิจัยของหลายบริษัทที่ขาดเงินทุน ให้ฟื้นคืนกลับมาได้"
      ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/244----72553
      ข่าววิทยาศาสตร์, ข่าวเทคโนโลยี, รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากวอชิงตัน, วิทยาศาสตร์, เทคโนโลยี

      การรับฟังความคิดเห็นด้านนโยบายเทคโนโลยีผ่าน Webcast
      คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมของประธานาธิบดีสหรัฐฯ (President's Innovation and Technology Advisory Committee) ได้เชิญชวนให้ผู้ที่มีส่วนร่วม ชุมชนนักวิจัย ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย หน่วยงานปฏิบัติการวิจัย หน่วยงานของรัฐและเอกชน มูลนิธิที่เกี่ยวข้องกับการนำผลจาก Information technology, biotechnology และ nanotechnology ร่วมให้ข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นแก่คณะกรรมการในประเด็น "อะไรเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ ซึ่งรัฐบาลสามารถช่วยจัดหาและจำเป็นต่อการสร้างความสามารถด้านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ด้าน biotechnology, nanotechnology และ information technology รวมถึงนวัตกรรมซึ่งนำไปสู่การจ้างงานใหม่และการเพิ่ม GDP" คณะกรรมการฯ ได้เชิญชวนให้ผู้มีส่วนร่วมทั้งหลายในสหรัฐฯ ส่งความเห็นไปที่ opencast website: http://pcast.ideascale.com นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งในวิธีการระดมความคิดเห็นเพื่อกำหนดนโยบายของสหรัฐฯ

      ดูเพิ่มเติมฉบับเต็มได้ที่ : http://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/244----72553

        Items details

        • Hits: 2292 clicks
        • Average hits: 114.6 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 4
        น้อยมากที่สุด