รายงานข่าววิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จาก วอชิงตัน เดือนมีนาคม 2553
Last Updated on Monday, 31 October 2011 08:42
ไฮโดรเจล (Hydrogel) วัสดุใหม่ที่น่าจับตามอง
ไฮโดรเจลชนิดใหม่นี้ เป็นวัสดุที่มีการผสมผสานระหว่างดินเหนียว น้ำ และตัวผสานชนิดใหม่ นักวิทยาศาสตร์ได้สร้างเจลชนิดนี้ให้มีคุณสมบัติที่แข็งแรง และสามารถกลับมารวมตัวกันใหม่ได้ง่ายหลังจากการแตกแยกเป็นสองส่วน นอกจากนี้สามารถพัฒนาให้เจลชนิดนี้ไปใช้ได้ในงานวิศวกรรมเนื้อเยื่อ และวัสดุทางเคมีที่เป็นมิตรกับสิ่งมีชีวิต ไฮโดรเจลมีความแข็งแรงมากกว่าวัสดุที่สามารถรวมตัวกันใหม่ได้ หลังจากการแตกสลายชนิดอื่น ๆ ถึง 50 เท่า ถูกพัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น เหมาะสมในการใช้เป็นวัสดุในงานด้านต่าง ๆ เพราะมีความยืดหยุ่น ในอนาคตอาจจะนำวัสดุนี้ใช้เป็นโครงสร้างของเนื้อเยื่อที่กำลังเจริญเติบโต และใช้แทนกระดูกอ่อนที่แตกได้ นักเคมีพบว่าเจลชนิดนี้ง่ายต่อการขึ้นรูปและสามารถนำมาต่อกันเป็นรูปร่างต่าง ๆ ได้ง่าย ไฮโดรเจลถูกนำไปใช้ประโยชน์หลายด้าน ตัวอย่างเช่น รักษาบาดแผล สร้างเส้นเลือดใหม่ (new blood vessel) ผลิตยา และคอนแทคเลนส์ เป็นต้น
อากาศเบาบางบนยอดเขาช่วยให้คุณมีรูปร่างดี
หากคุณกำลังมองหาวิธีการลดน้ำหนักอยู่ ลองขึ้นไปอยู่ที่ยอดเขาสิอาจจะช่วยคุณได้ มีรายงานว่าผู้ชายอ้วน 20 คน ใช้ชีวิตอยู่บนยอดเขาสูงที่สุดในประเทศเยอรมัน และพวกเขาได้พบว่าร่างกายมีการเผาผลาญพลังงานอย่างมาก มีความอยากอาหารลดลง และน้ำหนักก็ลดลงมากกว่าเมื่อพวกเขาอยู่ที่บ้าน อากาศบนภูเขามีปริมาณออกซิเจนน้อยกว่าอากาศในระดับล่าง ดังนั้นการหายใจบนยอดเขา จึงส่งผลให้การเต้นของหัวใจเร็วขึ้น และร่างกายเผาผลาญพลังงานมากขึ้น นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยมิวนิค ประเทศเยอรมัน แปลกใจเกี่ยวกับอากาศบนภูเขาว่าสามารถลดน้ำหนักตัวของคนอ้วนได้โดยที่ไม่มีกิจกรรมอื่นที่มากกว่าปกติ ซึ่งเป็นการยากอยู่แล้วที่จะกระตุ้นให้คนอ้วนออกกำลังกาย ดังนั้นถ้านำคนอ้วนขึ้นไปอยู่บนยอดเขา แล้วปล่อยให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายที่สูงดำเนินการเอง จะทำให้พวกเขาลดความอ้วนได้ นักสรีรวิทยาจาก University of Southern California in Los Angeless กล่าวว่า รัฐโคโลราโดเป็นรัฐที่มีคนอ้วนที่น้อยที่สุดในสหรัฐอเมริกา อาจเนื่องมาจากเป็นรัฐที่ตั้งอยู่ในบริเวณเทือกเขา นักสรีรวิทยาจากอังกฤษกล่าวว่าน้ำหนักตัวเขาได้ลดลง 11 กก.ภายหลังจากที่เขาสำรวจเทือกเขา Andes
ในประเทศชิลี เป็นเวลา 3 เดือน กุญแจสำคัญของการลดลงของน้ำหนักร่างกายคือความอยากอาหารที่ลดน้อยลงและการเผาผลาญพลังงานในร่างกายสูงขึ้นเมื่ออาศัยอยู่ในระดับความสูงที่เพิ่มขึ้น
รัฐแคลิฟอร์เนียติดตั้งระบบเครือข่ายตรวจวัดก๊าซที่ทำให้เกิดสภาวะโลกร้อน
รัฐแคลิฟอร์เนียนับได้ว่าเป็นรัฐแรกของประเทศสหรัฐฯ ที่กำลังเตรียมการติดตั้งเครื่องวัดปริมาณก๊าซ ที่จะส่งผลกระทบต่อสภาวะโลกร้อนบนอาคารสูงทั่วรัฐ แผนงานระบบเครือข่ายตรวจวัดปริมาณก๊าซนี้เริ่มแรกจะมุ่งเน้นการตรวจวัดแหล่งที่มีปริมาณความเข้มข้นของก๊ามีเทน(methane) ซึ่งเป็นก๊าซที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสภาวะอากาศโลก (Climate change) รัฐแคลิฟอร์เนียจะจัดหาเครื่องportable analyzers จำนวน 7 เครื่อง ที่ผลิตโดยบริษัท Picarro มาติดตั้งบนตึกต่าง ๆ ใน San Joaquin และ Sacramento Valleys ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมัน และแหล่งผลิตทางการเกษตรขนาดใหญ่ และบริเวณเทือกเขา Wilson นครลอสแอนเจอลิส ก่อนฤดูร้อนปีนี้ การตรวจวัดของเครื่องนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของภูมิประเทศและภูมิอากาศท้องถิ่น เครื่อง Picarro analyzer หนึ่งเครื่องมีประสิทธิภาพตรวจวัดครอบคลุมพื้นที่ได้หลายร้อยไมล์ ประธานบริษัท Picarro กล่าวว่า "นี่เป็นก้าวแรกที่สำคัญของการสร้างระบบเครือข่ายการตรวจวัดก๊าซในระดับชาติ"
เทคโนโลยีสะอาด: นวัตกรรมอันดับต่อไปของ Silicon Valley
บริษัท Silicon Valley จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำที่สำคัญและมีบทบาทในการแข่งขันทางเทคโนโลยีพลังงานที่ยั่งยืน และเทคโนโลยีสะอาดอื่น ๆ ยุคเทคโนโลยีสะอาดจะเป็นยุคที่สามที่สำคัญทางนวัตกรรม จำนวนเงินลงทุนทางเทคโนโลยีสะอาดทั่วโลกได้เพิ่มขึ้นจาก 908 ล้านเหรียญ ไปเป็น 8.5 พันล้านเหรียญ และจำนวนผู้ประกอบการจาก 164 รายในปี 2002 เป็นจำนวนผู้ประกอบการ 567 รายในปี 2008 ในช่วงระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมาปริมาณการลงทุนทางเทคโนโลยีสะอาดได้เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3 เป็นมากกว่าร้อยละ 25 ในปี 2009 แต่กลุ่มบริษัท Valley จะไม่ใช่ผู้นำด้านเทคโนโลยีสะอาดแต่เพียงผู้ดียว ยังต้องแข่งขันกับอีกหลายประเทศทั่วโลก เช่น ประเทศเยอรมันซึ่งเป็นผู้นำด้านพลังงานแสงอาทิตย์ ประเทศญี่ปุ่นซึงเป็นผู้นำการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และประเทศจีนที่จัดสรรงบประมาณมหาศาลในโครงการพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีสะอาดเพราะว่าประเทศจีนเป็นหนึ่งในประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเมื่อเทียบเท่ากับประเทศสหรัฐฯ เทคโนโลยีสะอาดนี้เป็นเทคโนโลยีหนึ่งที่หลายคนเชื่อมั่นว่าจะสามารถช่วยลดปัญหาสภาวะโลกร้อนในปัจจุบันได้
ข้อดี ข้อเสีย ของถุงพลาสติก
ถุงพลาสติกทำมาจาก polyethylene เป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่มีคุณสมบัติในการขึ้นรูปได้ในรูปแบบต่าง ๆ หรือขนาดตามที่เราต้องการได้ง่าย อีกทั้งมีความคงทน และกันน้ำ ถุงพลาสติกสามารถใช้ได้บ่อยครั้งเท่าที่เราต้องการถุงพลาสติกสามารถหลอมละลายและขึ้นรูปใหม่ได้ ถุงพลาสติกยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อม โดยใช้พลังงานในกระบวนการผลิตที่น้อยกว่าการผลิตถุงกระดาษ ถุงพลาสติกยังสามารถใช้ในการผลิตกระแสไฟฟาได้จากการเผาไหม้ถุงพลาสติก และพบว่าปริมาณก๊าซซัลเฟอร์(sulphur) ที่เกิดขึ้นหลังจากการเผามีน้อยกว่าจากถ่านหิน
ถุงพลาสติกมีข้อเสียหลายอย่างด้วยกัน ทั้งการใช้งาน การผลิต และการย่อยสลาย โดย polyethylene ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตถุงพลาสติกได้มาจากก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปไม่ยั่งยืนทำให้ธรรมชาติเสื่อมโทรม พลาสติกที่ใช้แล้วจำนวนน้อยมากที่สามารถนำกลับมาผลิตใหม่ได้ (reycle) ส่งผลให้มีขยะจากถุงพลาสติกจำนวนมากวิธีการกำจัดถุงพลาสติกในปัจจุบันคือการใช้การฝังกลบซึ่งจะเป็นมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศน์ และสุขอนามัยต่อประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงกับพื้นที่ฝังกลบ พลาสติกไม่สามารถจะย่อยสลายตามธรรมชาติได้
สุขภาพที่ดีขึ้นของชาวอเมริกันกับงบประมาณปี 2011
สถาบันสุขภาพแห่งชาติ (The National Institute of Health; NIH) สนับสนุนการค้นพบความรู้ และวิธีการรักษาใหม่ ๆ ที่จะส่งผลให้คนอเมริกันมีสุขภาพอนามัยที่ดีขึ้น งบประมาณปี 2011 สถาบันฯ ได้รับการจัดสรรงบประมาณ 32.1 พันล้านเหรียญงบประมาณนี้ใช้สนับสนุนงานวิจัยต่อเนื่องทางด้านชีววิทยาทางการแพทย์ (Biomedical) ที่ครอบคลุมทั้งทางด้านวิทยาศาสตร์ และสุขภาพอนามัย โดยมุ่งเน้นไปทางด้านกลยุทธ์ที่สำคัญ 5 ลำดับแรก 1.การประยุกต์ใช้ข้อมูลกลุ่มยีนในเซลล์ของสิ่งมีชีวิต (applying genomics) 2.การนำความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ไปสร้างสรรค์กระบวนการรักษาการวินิจฉัยใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าแบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน 3.การนำความรู้วิทยาศาสตร์ไปใช้กับการปฏิรูปการประกันสุขภาพ 4.การปรับปรุงสุขภาพอนามัยของประชากรโลก 5.การส่งเสริมกลุ่มงานวิจัยทางด้านชีววิทยาการแพทย์ สถาบันฯ ยังคงมีเป้าหมายในการบรรเทาหรือลดจำนวนผู้ป่วยมะเร็ง และมุ่งเน้นงานวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์เฉพาะทางในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวต่อไป
แผนการดำเนินการด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมของประธานธิบดีโอบามา ในปี 2011
ปีงบประมาณ 2011 ที่กำลังจะมาถึงประธานาธิบดีโอบามาเพิ่มงบประมาณให้กับหน่วยงานหลักด้านวิทยาศาสตร์ 3 หน่วยงาน ได้แก่
1.สถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ (National Science Foundation: NSF) เป็นแหล่งสนับสนุนงานวิจัยหลักแก่สถาบันการศึกษาทางด้านการแพทย์ วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ 2.สำนักงานวิทยาศาสตร์ กระทรวงพลังงาน (Department of Energy's Office of Science: DOE SC) มีภารกิจในการสร้างเครื่องมือวิทยาศาสตร์ที่มีพื้นฐานทางพลังงานที่มีเป้าหมายในงานวิจัยที่สำคัญด้านนาโนเทคโนโลยี
3.สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (National Institute of Standards and Technology: NIST) นำงบประมาณลงทุนเพื่อพัฒนานวัตกรรมผ่านทางงานวิจัย การวัดที่ทันสมัย และการการพัฒนามาตรฐาน
จนถึงปี 2017 หรือเพิ่มขึ้น 2 เท่าเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2006 แผนงานของประธานาธิบดีโอบามาครั้งนี้มุ่งเน้นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์
และรักษาความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม
วิสัยทัศน์สู่ยุครถยนต์ใช้ไฟฟ้า
นาย Michael Horn นักวิทยาศาสตร์ด้านเทคโนโลยีอวกาศ และนักวิจัยทางด้านวัสดุศาสตร์ได้นำเสนอความคิดเรื่องการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า ไว้ในนิตยสาร Futurist ประจำเดือนมีนาคม-เมษายน 2010 ว่าก่อนกลางศตวรรษที่ 21 ระเทศสหรัฐฯ จะเปลี่ยนเชื้อเพลิงของรถยนต์จากน้ำมัน เป็นไฟฟ้า (Electric Vehicles: EV) ซึ่งจะช่วยให้ประเทศสหรัฐฯ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศ ปัญหาของการใช้น้ำมันในรถยนต์ คือการปล่อยก๊าซที่เป็นพิษสู่สภาพแวดล้อมเป็นจำนวนมาก อกจากนี้น้ำมันยังเป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป ซึ่งมีความเสี่ยงอย่างมากสำหรับเศรษฐกิจที่พึ่งพาแต่น้ำมันเป็นหลัก จึงมีความคิดที่จะมองหาแหล่งพลังงานอื่นมาทดแทนน้ำมัน ด้านดีของรถยนต์ใช้ไฟฟ้า คือ ประหยัดค่าใช้จ่ายเนื่องจากรถยนต์มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป โดยไม่มีส่วนที่เสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม การเร่งความเร็วทำได้เร็วกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา เพราะไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง และสายพาน แต่สิ่งสำคัญต้องทำให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว โดยการสร้างสถานีสำหรับการชาร์ตพลังงานไฟฟ้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศเป็นอันดับแรก นอกจากนี้ต้องสร้างแบตเตอรี่ กับเครื่องชาร์ตไฟฟ้าให้มีมาตรฐานแบบเดียวกันทั้งหมด เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถชาร์ตไฟฟ้าได้ทุกแห่ง แนวความคิดเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐบาลในการออกกฎข้อบังคับกับเจ้าของปั๊มน้ำมันแต่ละแห่ง
รัฐศาสตร์ในวิทยาศาสตร์
ข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐอเมริกากับแคนาดาในปี 1979 เป็นแนวทางความร่วมมือแบบทวิภาคี ซึ่งส่งผลประโยชน์ต่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ และสังคมของสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง และวิทยาศาสตร์การทูต(Science diplomacy) ที่ผ่านมา
ก็ช่วยให้สหรัฐฯ สามารถปรับปรุงความสัมพันธ์กับนครเปียงยางได้เช่นกัน การเยือนประเทศเกาหลีเหนือของนักการทูตด้านวิทยาศาสตร์ของสหรัฐฯ จึงเป็นการสร้างความสัมพันธ์ในครั้งแรก และเป็นการเริ่มต้นที่ดีของยุคความร่วมมือด้านงานวิจัยระดับนานาชาติ การเริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ด้านวิทยาศาสตร์ กับนานาประเทศของประเทศสหรัฐฯ ดำเนินการไปได้ด้วยดีโดยมีสัญญาข้อตกลงกับนานาประเทศ 43 ข้อตกลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางฮิลลารี่ คลินตัน ก็มีโครงการด้านวิทยาศาสตร์การทูต คือสนับสนุนความร่วมมือใหม่ ๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศมุสลิม ฐบาลสหรัฐฯ ยังต้องสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้มากขึ้น เพื่อช่วยพัฒนาวิทยาศาสตร์การทูต (Science diplomacy) กับนานาประเทศทั่วโลก ดังนั้นนโยบายนี้จึงเป็นนโยบายอันหนึ่งที่สำคัญของนโยบายด้านการต่างประเทศของสหรัฐในโลกปัจจุบัน
ติดตามอ่านเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.nstda.or.th/index.php/nstda-doc-archives/doc_download/232----32553
Items details
- Hits: 2819 clicks
- Average hits: 141 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



