8 ยุทธศาสตร์เชิงรุกการวิจัย เพื่อสร้างความเข้มแข็งของประเทศไทย

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      ศาสตราจารย์ นายแพทย์ สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กับงานวิจัย เรื่อง ยุทธศาสตร์เชิงรุกในการพัฒนาด้านการวิจัยเพื่อสร้างความเข้มแข็งของประเทศไทย จากหลักสูตร วปอ. รุ่นที่ ๕๑ ได้ศึกษากลยุทธ์การพัฒนาด้านวิจัยของประเทศต่างๆ และกลยุทธ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยในประเทศไทย รวมถึงศึกษาการดำเนินการด้านวิจัยของหน่วยงานต่างๆ วิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส ภาวะคุกคาม ปัจจัยสนับสนุน ปัญหาและอุปสรรค์ นำมาสังเคราะห์เป็นยุทธศาสตร์เชิงรุกในการพัฒนาการวิจัยเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้แก่ประเทศ

       

        จากการศึกษาระบบการวิจัยของประเทศสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ ต่างยืนยันได้ว่า การวิจัยเป็น
        แรงขับเคลื่อนที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ การวิจัยที่มีเป้าหมายแนวทางชัดเจนและตอบสนองต่อความต้องการ จะเป็น
        ประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ ปัจจัยแห่งสำเร็จในการพัฒนายังประกอบไปด้วย การจัดทำยุทธศาสตร์ นโยบาย
        และแผนวิจัย เพื่อเป็นแนวทางการวิจัยให้หน่วยงานวิจัยหรือสถาบันต่างๆ มีทิศทางการวิจัยไปในทางเดียวกัน แต่มี
        การกระจายอำนาจการตัดสินใจให้แก่องค์กรระดับต่างๆ ที่มีการกำหนดพันธกิจที่ชัดเจน โดยที่ต่างมุ่งเป้าหมายเป็นหลัก โดย
        มีการประเมินเป็นระยะๆ ประกอบกับมีการลงทุนค่อนข้างสูงในด้านโครงสร้างพื้นฐานและทุนสนับสนุนการวิจัย

        ประเทศไทยยังมีปัญหาเกี่ยวกับการพัฒนาด้านการวิจัยค่อนข้างมาก ประกอบด้วยหลายประการดังนี้

        ๑. ปัญหาด้านระบบ แนวคิด และกระบวนทัศน์ในการพัฒนา ยุทธศาสตร์หรือนโยบายและแผนวิจัยแห่งชาติในปัจจุบัน
        ยังขาดความชัดเจน ขาดทิศทาง ขาดการมีส่วนร่วมในการจัดทำ ทำให้ขาดการยอมรับ การจัดสรรทุน เพื่อการวิจัยก็ไม่สอด
        คล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ระบบงานวิจัยของประเทศไม่มีความชัดเจนในด้านโครงสร้าง องค์กร
        การประสานเครือข่ายความร่วมมือ การขาดความตระหนักในความสำคัญของการวิจัย และไม่ได้ใช้การศึกษาวิจัยอย่างเป็น
        ระบบระเบียบในการแก้ปัญหา กล่าวได้ว่า งานวิจัยของประเทศ ไม่ครบวงจร ไม่สมดุล ไม่ต่อเนื่องเชื่อมโยง
        ระหว่างผู้วิจัยและผู้ที่ควรนำผลไปใช้งาน

        ๒. การขาดแคลนทรัพยากรเพื่อการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย  งบประมาณเพื่อการวิจัยได้มาจากงบประมาณเป็นส่วนใหญ่
        โดยถูกจัดไว้เพียงร้อยละ ๐.๒ ของผลผลิตมวลรวมของประชาชาติ อีกทั้งยังขาดแคลนเครื่องมืออุปกรณ์ในการวิจัย และใช้
        ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดอย่างไม่คุ้มค่า

        ๓. โครงสร้างพื้นฐานทั่วไป โครงสร้างพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังไม่ดีพอ

        ๔. ปัญหาด้านการบริหารจัดการ ขาดประสิทธิภาพ ทั้งการบริหารคน เงิน และ งาน และขาดการประเมินผลในการพัฒนา
        งานต่อไป

        ๕. ปัญหาด้านกำลังคน บุคลากรสายวิจัย สายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี มีจำนวนไม่พอเพียง

        ๖. คุณภาพของงานไม่ดีเพียงพอ

        ๗. การขาดการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง ทุกระดับ

        ๘. การขาดการบูรณาการในด้านการวิจัยในทุกระดับ และทุกมิติ

        จากการสังเคราะห์ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาด้านการวิจัย สามารถสรุปเป็นยุทธศาสตร์เชิงรุก ๘ ยุทธศาสตร์ ที่จะนำไปสู่
        การดำเนินการให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศ ได้แก่

        ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การปรับกระบวนทัศน์ให้เห็นว่า การวิจัยสำคัญต่อการพัฒนา เป็นการลงทุนของประเทศ สามารถตอบสนอง
        การพัฒนาประเทศ

        ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การปรับปรุงระบบวิจัย ปรับองค์กร กำหนดบทบาทหน้าที่ให้มีการบูรณาการ ตั้งแต่ระดับโครงการวิจัย
        บุคลากร หน่วยงานร่วมวิจัย หน่วยงานบริหารจัดการ และหน่วยงานนโยบาย เพื่อนำไปสู่การจัดทำยุทธศาสตร์นโยบายและ
        แผนงานวิจัยของชาติแบบบูรณาการ

        ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การกำหนดงบประมาณเพื่อการวิจัยอย่างพอเพียง ทั่วถึง มีการจัดสรรให้สอดคล้องกับระบบวิจัยและแผนงาน
        มีการกำหนดหน่วยงานที่รับผิดชอบงบประมาณนั้นๆ และสามารถแยกประเภทงบประมาณเพื่อการบริหารจัดการที่ดี

        ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การพัฒนาคนให้มีศักยภาพในการปฏิบัติงานตามภารกิจ สามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และมีศักยภาพ
        ในการปฏิบัติงานตามภารกิจสายอาชีพนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ที่มีคุณลักษณะและวิธีการทำงานที่อาศัยความรู้และการคิด
        วิเคราะห์อย่างมีเหตุผล รวมถึงการพัฒนาอาชีพนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ที่ยังขาดแคลน เพื่อให้เป็นฐานกำลังสนับสนุนและส่งเสริมการสร้างเครือข่ายวิจัยเพื่อเสริมพลังซึ่งกันและกัน และใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

        ยุทธศาสตร์ที่ ๕ การสร้างมูลค่าแก่ผลผลิตการวิจัย การกระจายความรู้ผลผลิตงานวิจัย พัฒนา ตำแหน่งและบริการห่วงโซ่อุปทาน (Value chain) ของผลผลิตเพื่อให้ผลงานให้เป็นที่รับรู้โดยกว้างขวาง ให้ผู้ที่จะใช้ประโยชน์สืบค้นเข้าถึงข้อมูลได้
        ทั้งการนำไปใช้เชิงวิชาการ หรือการนำไปสร้างนวัตกรรม พัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าและบริการ ที่ให้ประโยชน์เชิงพาณิชย์มีเอกลักษณ์ จำหน่ายแข่งขันได้ รวมถึงมีการบริหารจัดการการใช้ประโยชน์ในรูปแบบของทรัพย์สินทางปัญญาที่มีการจดทะเบียน
        คุ้มครอง แบ่งสรรผลประโยชน์อย่างยุติธรรม รวมถึงการปกป้องสิทธิของผู้ประดิษฐ์คิดค้น

        ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การเน้นการสร้างการทำงานแบบบูรณาการด้านการวิจัยในทุกองค์ประกอบ

        ยุทธศาสตร์ที่ ๗ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการวิจัยในภาพรวม เพื่อเป็นปัจจัยสำคัญส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาและบูรณาการงานวิจัย อย่างเหมาะสม พอเพียงสำหรับการพัฒนาในอนาคต และเป็นไปตามระบบมาตรฐาน

        ยุทธศาสตร์ที่ ๘ การพัฒนาการวิจัยแบบก้าวกระโดด โดยการรับถ่ายทอดเทคโนโลยีจากต่างประเทศ หรือรับถ่ายทอดเทคโนโลยี จากทรัพยากรชาวไทยที่มีศักยภาพในต่างประเทศ ในการพัฒนาเฉพาะด้านที่ถูกกำหนดโดยยุทธศาสตร์ให้มีความสำคัญในลำดับต้นๆ หรือที่ประเทศมีความเข้มแข็งเป็นทุน หรือเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ของโลกในปัจจุบัน

        Items details

        • Hits: 7345 clicks
        • Average hits: 333.9 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 7
        น้อยมากที่สุด