คาร์บอนเครดิต...ธุรกิจบนความหายนะ
Last Updated on Monday, 04 January 2010 21:25
จากพันธกรณีตามข้อตกลงในพิธีสารเกียวโตดังกล่าว ประเทศพัฒนาแล้วต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ต่ำกว่าระดับก๊าซที่ปล่อยเมื่อ พ.ศ. 2533 โดยเฉลี่ยร้อยละ 5 ซึ่งหากภาคีสมาชิกใดไม่สามารถดำเนินการได้ตามข้อกำหนดจะมีบทปรับ โดยในสหภาพยุโรปมีค่าปรับถึงตันละ 40 ยูโร ตามแผนการลดมลพิษในระยะที่ 1 (พ.ศ. 2548-2550) และเพิ่มค่าปรับเป็นตันละ 100 ยูโร ตามแผนในระยะที่ 2 (พ.ศ. 2551-2555) หลังจากที่พิธีสารเกียวโตมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ประเทศที่พัฒนาแล้วไม่สามารถปฏิบัติได้ตามข้อกำหนด จึงก่อให้เกิดธุรกิจการซื้อขายคาร์บอนเครดิตกับประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะค่าใช้จ่ายที่ลงทุนไปกับการรับซื้อนั้นต่ำกว่าการชำระค่าปรับหลายเท่าตัว
การซื้อขายคาร์บอนเครดิต จัดทำขึ้นในตลาดเฉพาะที่เรียกว่า ตลาดคาร์บอน โดยผู้รับซื้อแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่
1. Annex I Government
2. Carbon Fund
3. Carbon Broker
ผู้ซื้อประเภท Annex I Government เป็นการรับซื้อของหน่วยงานรัฐบาลของประเทศกลุ่มภาคี Annex I หรือกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่มีหน้าที่ในการจัดหาคาร์บอนเครดิตเพื่อให้ประเทศของตนบรรลุถึงพันธกรณีในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยรัฐบาลจะเป็นผู้จัดสรรงบประมาณผ่านหน่วยงานที่รับผิดชอบไปดำเนินการ เช่น รัฐบาลของประเทศอังกฤษมอบหมายให้ Department for Environment, Food and Rural Affairs มีหน้าที่จัดหาคาร์บอนเครดิต เป็นต้น
ผู้ซื้อประเภท Carbon Fund เป็นผู้บริหารกองทุนที่รวบรวมมาจากการรวมตัวกันของรัฐบาลหรือกลุ่มบริษัทเอกชนที่ต้องการปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลดได้ เช่น ธนาคารโลก ที่เป็นผู้จัดการกองทุน Prototype Carbon Fund, Community Development Carbon Fun เป็นต้น
ผู้ซื้อประเภท Carbon Broker มีนายหน้าที่ทำหน้าที่รับซื้อคาร์บอนเครดิต แล้วนำไปขายให้กับบริษัทเอกชนหรือรัฐบาลของประเทศในกลุ่มภาคี Annex I โดยมีลักษณะการทำงานคล้ายกับ Broker ของตลาดหุ้น เช่น Asia Carbon Exchange ของประเทศสิงคโปร์
ถ้าพิจารณาเนื้อหาสาระของพิธีสารเกียวโต แล้วจะเห็นว่ามีช่องโหว่ที่เกิดขึ้น ตรงที่ประเทศที่พัฒนาแล้วก็ยังคงสามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอัตราเท่าไรก็ได้ ตราบที่ยังมีกำลังเงินลงทุนโครงการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก หรือซื้อคาร์บอนเครดิตจากประเทศกำลังพัฒนา แลัวนำมาหักลบจากเป้าหมายในปี 2555 ที่ตั้งไว้เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของพิธีสารฯ และเป็นที่มาของการแสวงหาผลประโยชน์จากการขายคาร์บอนเครดิต ซึ่งเติบโตขึ้นโดยไม่ได้นึกถึงสภาพแวดล้อมจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ และพิธีสารเกียวโต จะมีประโยชน์อันใด
สรุปความจาก พรรณทิพย์ ตั้งปรียารักษ์. คาร์บอนเครดิต...ธุรกิจบนความหายนะ ตอนที่ 2 ธุรกิจใหม่...กู้โลกหรือเร่งทำลาย. Lab.Today 6, 43 (ต.ค. 50) : 46-48.
Items details
- Hits: 9037 clicks
- Average hits: 225.9 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



