ระบบสกัดน้ำมันปาล์ม ฯ งานวิจัยของเอ็มเทคคว้ารางวัลชมเชยด้านการอนุรักษ์พลังงาน ประเภทพิเศษ (Special Submission) จากกระทรวงพลังงาน
Last Updated on Thursday, 21 May 2009 13:12
"ระบบสกัดน้ำมันปาล์มแบบไม่ใช้ไอน้ำขนาด 1 ตันผลปาล์มต่อชั่วโมง" ผลงานวิจัยซึ่งนำทีมโดยดร.เอกรัตน์ ไวนิตย์ นักวิจัยห้องปฏิบัติการการกัดกร่อนและการวิเคราะห์การประลัยและการเสื่อมสภาพของวัสดุ หน่วยปฏิบัติการวิจัยประสิทธิผลการใช้งานวัสดุ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ได้รับรางวัล Thailand Energy Awards 2009 ด้านการอนุรักษ์พลังงาน ประเภทพิเศษ (Special Submission) รางวัลชมเชย
โดยวันที่ 20 พฤษภาคม 2552 ศาสตราจารย์ ดร.ปราโมทย์ เดชะอำไพ รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัลดังกล่าวจาก ฯพณฯ นายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ณ ศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพ ฯ
จากวิกฤตพลังงานที่เกิดขึ้น นำไปสู่ความพยายามในการค้นหาและพัฒนาพลังงานทดแทน หนึ่งในพืชพลังงานทดแทนที่สำคัญคือ ปาล์ม สำหรับประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2548 รัฐบาลได้มีนโยบายเพิ่มพื้นที่การปลูกปาล์มเพื่อผลิตไบโอดีเซล แต่หนึ่งปัญหาสำคัญที่พบ คือ การแปรรูปผลปาล์มดิบ เนื่องจากไม่มีโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในพื้นที่ปลูก ส่งผลให้เกษตรกรต้องเสียค่าใช้จ่ายในการขนส่งวัตถุดิบ รวมถึงคุณภาพของผลปาล์มสดที่ลดลงเพราะระยะทางการขนส่ง
สำหรับสาเหตุที่ทำให้โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มเกิดขึ้นน้อยและช้า เนื่องจากเทคโนโลยีสกัดน้ำมันออกจากผลปาล์มโดยใช้ไอน้ำ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่โรงงานส่วนใหญ่นิยมใช้ ต้องใช้งบลงทุนค่อนข้างสูง รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะกระบวนการผลิตมีการใช้ไอน้ำจึงทำให้เกิดน้ำเสีย ขณะที่การสกัดน้ำมันออกจากผลปาล์มโดยไม่ใช้ไอน้ำ แต่อาศัยนำผลปาล์มไปอบแห้งเพื่อลดความชื้นและหยุดปฏิกิริยาการ เกิดกรดไขมันอิสระก่อน แล้วนำผลปาล์มที่ผ่านการอบไปเข้าเครื่องหีบน้ำมันเพื่อให้ได้น้ำมันปาล์มออกมา จะมีความยุ่งยากน้อยกว่า กากเนื้อปาล์มที่ได้สามารถใช้เป็นอาหารสัตว์ และไม่มีปัญหาเรื่องน้ำเสีย แต่น้ำมันปาล์มที่ได้เป็นน้ำมันรวมระหว่างเนื้อปาล์มกับเมล็ดในปาล์ม ซึ่งมีค่าไอโอดีนไม่เหมาะที่จะใช้ในกระบวนการกลั่นต่อ ทำให้น้ำมันถูกลดเกรดเป็นน้ำมันปาล์มเกรดบี ราคาขายต่ำกว่าน้ำมันเกรดเอ ประมาณ 1-1.50 บาทต่อกิโลกรัม (ลิตร) เครื่องจักรที่ใช้มีความสึกหรอมากกว่าเพราะใช้หีบเนื้อปาล์มและเมล็ดในปาล์มพร้อมกัน
จากข้อดีและข้อจำกัดของ 2 วิธี ทีมวิจัยของศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ นำโดย ดร.เอกรัตน์ ไวยนิตย์ จึงหาแนวทางพัฒนากระบวนการสกัดน้ำมันปาล์มระดับชุมชน โดยระบบดังกล่าวมีคุณสมบัติ คือ
1.มีขนาดไม่ใหญ่ ลงทุนน้อย ติดตั้งและขยายกำลังการผลิตได้ง่าย
2.มีกระบวนการทำงานสั้น และง่าย แต่ให้ผลผลิตเทียบเท่าระบบสกัดแบบใช้ไอน้ำ และได้น้ำมันปาล์มมีคุณภาพได้มาตรฐาน
3.ไม่ใช้ไอน้ำร้อนในการสกัด ทำให้ไม่ต้องสร้างระบบหม้อต้มน้ำจึงประหยัดพลังงาน และไม่ทำให้เกิดน้ำเสีย
ในที่สุดทีมงานก็ได้พัฒนาระบบสกัดน้ำมันปาล์มแบบไม่ใช้ไอน้ำขนาด 1 ตันผลปาล์มต่อชั่วโมง ขึ้น โดยระบบการสกัดน้ำมันที่พัฒนาขึ้นใหม่ เป็นระบบที่มีการทำงานสัมพันธ์ต่อเนื่อง มีองค์ประกอบหลักคือ 1.เครื่องอบผลปาล์มร่วง 2.เครื่องแยกเนื้อออกจากกะลาปาล์ม 3.สกรูป้อนให้ความร้อน 4.เครื่องหีบน้ำมัน 5.เครื่องกรองหยาบสั่น และ 6. เครื่องกรองละเอียด ซึ่งระบบการสกัดที่พัฒนาขึ้นใหม่เป็นระบบขนาดเล็กสามารถรองรับวัตถุดิบในรูป ผลปาล์มร่วงในปริมาณ 1.0 ตันต่อชั่วโมง (เทียบเท่ากับทะลายปาล์มสด 1.5 ตันต่อชั่วโมง) และสามารถรองรับผลผลิตปาล์มสดจากพื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1,500 ไร่
รางวัล Thailand Energy Awards เกิดขึ้นโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทน จึงได้พยายามผลักดัน มาตรการต่างๆ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์พลังงาน หนึ่งในมาตรการที่ พพ. ดำเนินการ คือการสร้างความตระหนักและการเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทน จึงจัดให้มีโครงการประกวดผลงานดีเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทน ภายใต้ชื่อโครงการ “Thailand Energy Awards ”
โดยมีวัตถุประสงค์
1.เพื่อยกย่องและแสดงความชื่นชมแก่ผู้ที่มีผลงานดีเด่นในการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทน
2.เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ในโรงงานและอาคาร และเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ผู้ที่เกี่ยวข้องให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทนอย่างจริงจัง
3.เพื่อผลักดันให้โรงงาน อาคาร และบุคลากร มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทน
4. เพื่อคัดเลือกผู้ที่จะเป็นตัวแทนของประเทศไทยเข้าร่วมการประกวดโครงการดีเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงานและการพัฒนาพลังงานทดแทนในระดับอาเซียน
ทั้งนี้รางวัล Thailand Energy Awardsได้แบ่งการประกวดออกเป็น 2 ด้านหลักๆ ดังนี้ ด้านการอนุรักษ์พลังงาน และด้านพลังงานทดแทน
สำหรับรางวัลด้านการอนุรักษ์พลังงาน เริ่มประกวดครั้งแรก ปี พ.ศ.2543 โดยมุ่งเน้นการพิจารณาและคัดเลือก โรงงาน อาคาร และบุคลากรที่มีผลงานดีเด่นในการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งสามารถเป็นแบบอย่างแก่ผู้อื่นเพื่อนำไปประยุกต์ใช้ได้เป็นอย่างดี
ที่มาข้อมูล
http://www.energy-awards.com/index.php เข้าถึงเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2552
http://www.mtec.or.th/index.php?option=com_content&task=view&id=750&Itemid=36 เข้าถึงเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2552
Items details
- Hits: 6833 clicks
- Average hits: 189.8 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info
| < Prev | Next > |
|---|



