ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล คว้ารางวัล The most interesting technology for investment

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

       

       


       ดร.พิทักษ์ เหล่ารัตนกุล คว้ารางวัล ห้องปฏิบัติการเซรามิกส์ประยุกต์ หน่วยปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีเซรามิกส์  ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ  (เอ็มเทค) คว้ารางวัล "The most interesting technology for investment" จากโครงการ G - ROCK หินมวลเบาสังเคราะห์สำหรับคอนกรีต ในงาน NSTDA Investors’ Day

       

      โครงการ G - ROCK หินมวลเบาสังเคราะห์สำหรับคอนกรีต

      ๑. จุดเด่นของเทคโนโลยี (Innovation Statemet)
          * เม็ดมวลเบาสังเคราะห์เป็นวัสดุที่ถูกพัฒนาด้วยกระบวนการทางวิทยา ศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อให้ได้เม็ดวัสดุทรงกลมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการใช้งาน โดยมีคุณสมบัติที่สำคัญเช่น มีความหนาแน่นต่ำ (น้ำหนักต่อปริมาตรน้อย) มีความเป็นฉนวนหรือป้องกันความร้อน/เย็นที่ดี และมีความแข็งแรงทางด้านกลศาสตร์
          * เม็ดมวลเบาสังเคราะห์ ได้รับการพัฒนาทั้งในเชิงคุณสมบัติและกระบวนการผลิต ทำให้สามารถกำหนดลักษณะทางกายภาพและคุณสมบัติได้หลากหลายตามความต้องการของการใช้งาน
          * เมื่อนำเม็ดมวลเบาสังเคราะห์ผสมในคอนกรีตแล้ว จะมีน้ำหนักโดยรวมลดลง 20-30 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคงความแข็งแรงเท่าเดิม
          * มีกระบวนการผลิตและใช้วัตถุดิบที่หาง่ายและราคาถูกจากภายในประเทศ ทำให้ราคาต้นทุนของวัสดุต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุที่มีการใช้ในปัจจุบัน
          * มีการพัฒนาเทคนิคการผลิตเม็ดมวลเบาสังเคราะห์เพื่อให้เหมาะสมต่อการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ทั้งทางด้านเทคนิคการผลิตและเครื่องจักร

      ๒. คุณสมบัติของต้นแบบผลิตภัณฑ์
          * เม็ดมวลเบาสังเคราะห์เป็นวัสดุที่ถูกพัฒนาด้วยกระบวนการทางวิทยา ศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ เพื่อให้ได้เม็ดวัสดุทรงกลมที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการใช้งาน โดยมีคุณสมบัติที่สำคัญเช่น มีความหนาแน่นต่ำ (น้ำหนักต่อปริมาตรน้อย) มีความเป็นฉนวนหรือป้องกันความร้อน/เย็นที่ดี และมีความแข็งแรงทางด้านกลศาสตร์
          * เม็ดมวลเบาสังเคราะห์ ได้รับการพัฒนาทั้งในเชิงคุณสมบัติและกระบวนการผลิต ทำให้สามารถกำหนดลักษณะทางกายภาพและคุณสมบัติได้หลากหลายตามความต้องการของการใช้งาน
          * เมื่อนำเม็ดมวลเบาสังเคราะห์ผสมในคอนกรีตแล้ว จะมีน้ำหนักโดยรวมลดลง 20-30 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังคงความแข็งแรงเท่าเดิม
          * มีกระบวนการผลิตและใช้วัตถุดิบที่หาง่ายและราคาถูกจากภายในประเทศ ทำให้ราคาต้นทุนของวัสดุต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับวัสดุที่มีการใช้ในปัจจุบัน
          * มีการพัฒนาเทคนิคการผลิตเม็ดมวลเบาสังเคราะห์เพื่อให้เหมาะสมต่อการผลิตเชิงอุตสาหกรรม ทั้งทางด้านเทคนิคการผลิตและเครื่องจักร

      ๓. คุณสมบัติของต้นแบบผลิตภัณฑ์
          * มีน้ำหนักต่อปริมาตรต่ำ
          * มีความต้านทานต่ออุณหภูมิร้อน/เย็นสูง
          * มีความแข็งแรงสูง
          * มีขนาดและรูปร่างหลากหลาย
          * มีความพรุนตัวสูง
          * ไม่ติดไฟง่าย
          * มีความเป็นฉนวนด้านเสียงสูง
          * ไม่มีสารปนเปื้อนหรือสารอันตราย
          * สามารถปรับคุณสมบัติต่างๆได้ตามความต้องการ
          * มีต้นทุนการผลิตต่ำ

      ๔. การประยุกต์ใช้งาน
          * เม็ดมวลเบาสังเคราะห์ถูกพัฒนาให้มีความเหมาะสมในการนำไปผสมใน คอนกรีตเพื่อลดน้ำหนัก เพิ่มความเป็นฉนวน แต่ยังคงความแข็งแรงเทียบเท่ากับเทคโนโลยีคอนกรีตแบบดั้งเดิม
          * เม็ดมวลเบาสังเคราะห์ยังถูกพัฒนาให้เหมาะสมต่อการใช้งานในส่วนต่างๆ ของสิ่งปลูกสร้าง เช่น หลังคา ผนังและพื้น ในลักษณะผลิตภัณฑ์ที่แตกต่าง เช่น บล็อก แผ่นหลังคา พื้นผนังสำเร็จรูป (precast wall) รวมถึง แผ่นพื้นสำเร็จรูป (pre-tensioned floor)

      ๕. กลุ่มลูกค้า/ผู้ใช้งานเทคโนโลยีเป้าหมาย
          * ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายวัสดุมวลเบา
          * ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้างมวลเบา
          * บริษัทและผู้รับเหมาก่อสร้าง
          * ผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

      ๖. กลุ่มนักลงทุนเป้าหมาย
          * นักลงทุนทั่วไป และนักลงทุนที่เกี่บงข้องกับอุตสาหกรรมก่อสร้าง อาทิเช่น ผู้ผลิตผนังสำเร็จรูป ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์วัสดุก่อสร้าง ผู้รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงบริษัทพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

      ๗. สถานภาพทรัพย์สินทางปัญญา
          * ยื่นขอรับสิทธิบัตร เลขที่คำขอที่ 0901003315 เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2552 เรื่อง “สูตรมวลรวมเบาสังเคราะห์ สำหรับผสมคอนกรีต”

      ๘. ภาพรวมของตลาด
      ปัจจุบันคอนกรีตหล่อสำเร็จรูปรูป (precast concrete wall) ซึ่งเกิดจากการผสมระหว่างซีเมนต์ ทราย และหินบด ได้รับความนิยมใช้เป็นผนังภายนอกอาคาร เนื่องจากมีความรวดเร็วกว่าการก่ออิฐฉาบปูน ลดงานเปียกหน้างาน แต่น้ำหนักของผนังต่อปริมาตรที่สูงของคอนกรีตหล่อสำเร็จมีความหนักกว่า และมีความหนาแน่นสูงทำให้ยากต่อการตัดเจาะหรือตบแต่งภายหลัง รวมถึงมีความเป็นฉนวนที่ต่ำทำให้เกิดความร้อนสะสมต่ออาคาร

      จากข้อจำกัดของตุณสมบัติของคอนกรีตหล่อสำเร็จรูปดังกล่าว ทำให้คอนกรีตที่มีส่วนผสมของเม็ดมวลเบาสังเคราะห์น่าจะเป็นทางเลือกที่น่า สนใจสำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง เนื่องจากคอนกรีตที่มีส่วนผสมของเม็ดมวลเบาสังเคราะห์จะมีน้ำหนักของผนังต่อ ปริมาตรที่ต่ำกว่า แต่ยังมีความแข็งแรงที่ได้ใกล้เคียงกับคอนกรีตหล่อสำเร็จรูปทั่วไป ทำให้ช่วยลดน้ำหนักคอนกรีตลงโดยไม่ทำให้ความแข็งแรงลดลง ส่งผลให้ต้นทุนค่าโครงสร้าง ค่าก่อสร้าง รวมไปถึงค่าขนส่งวัสดุก่อสร้างโดยรวมลดลง

      นอกจากนี้ ด้วยสภาวะการณ์ในปัจจุบันซึ่งมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ทำให้อุตสาหกรรมก่อสร้างมีการขยายตัวอย่างในช่วงที่ผ่านมา ทั้งในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ถนน โครงการรถไฟฟ้า และส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งบ้านจัดสรรและอาคารชุด ทำให้ต้องมีการใช้คอนกรีตจำนวนมาก อีกทั้งโครงการก่อสร้าง หรือผู้ที่รับผิดชอบด้านงานก่อสร้าง มีความตื่นตัวเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการก่อสร้าง และการลดต้นทุน ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น คอนกรีตมวลเบา คอนกรีตหล่อสำเร็จที่มีส่วนผสมของเม็ดมวลเบา และคอนกรีตอัดแรงมวลเบา เป็นที่ต้องการของตลาด

      งาน NSTDA Investors’ Day นี้ จัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่สร้างคุณค่าให้แก่เศรษฐกิจและสังคมของประเทศโดย อาศัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นฐาน สวทช. สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้จากการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ และถ่ายทอดให้มีผู้นำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ตามพันธกิจหลักขององค์กร โดยในปัจจุบัน สวทช. ได้พัฒนาผลงานวิจัยและเทคโนโลยีเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งบางส่วนเหมาะที่จะนำไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้

      ศูนย์ลงทุน สวทช. ซึ่งมีหน้าที่ใช้กลไกการร่วมลงทุนกับภาคเอกชนในการลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยี เพื่อก่อให้เกิดผลประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมไทย ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการสร้าง พัฒนา และส่งเสริมให้เกิดธุรกิจเทคโนโลยีในประเทศอย่างแพร่หลาย จึงจัดให้มีงาน NSTDA Investors' Day ขึ้น โดยให้เป็นกิจกรรมประจำปีของ สวทช. เพื่อเสนอผลงานวิจัยและเทคโนโลยีของ สวทช. ที่ได้รับการคัดเลือกแล้วว่ามีศักยภาพสูงในการลงทุนผลิตเป็นสินค้าหรือให้ บริการ เพื่อให้กลุ่มนักลงทุนเป้าหมายได้มีโอกาสเข้าถึงหรือเลือกซื้อผลงานวิจัยและ เทคโนโลยีดังกล่าว รวมทั้งให้ความเห็นต่อการนำผลงานวิจัยที่จัดแสดงไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์

      งาน NSTDA Investors’ Day ถือว่าเป็นกิจกรรมใหม่ของ Commercialization cycle ของ สวทช. ทั้งนี้บทบาทของศูนย์ลงทุนในการจัดงานนี้คือ การสนับสนุนเงินอุดหนุนเพื่อพัฒนาผลงานวิจัยและเทคโนโลยีของ สวทช. เป็นต้นแบบระดับอุตสาหกรรมเพื่อจัดแสดงในงาน การเชิญชวนนักลงทุนเป้าหมายในวงกว้างให้มาร่วมงาน รวมทั้งการสนับสนุนข้อมูลทางธุรกิจและการเงินเพื่อใช้ในการเจรจาธุรกิจ

      เว็บไซต์งาน NSTDA Investors’ Day

        Items details

        • Hits: 2050 clicks
        • Average hits: 102.5 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 4
        น้อยมากที่สุด