นักวิจัยจาก สวทช. คว้ารางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2553

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2553 มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ กลุ่มองค์กรเอสซีจี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) แถลงข่าวเปิดรายชื่อนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ประจำปี 2553 ณ โรงแรมสยามซิตี้

       


       

      ในงานนี้นักวิจัยจากศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) และ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ได้แก่
      1. ดร.อุรชา (รังสอดทอง) รักษ์ตานนท์ชัย ห้องปฏิบัติการระบบนำส่ง หน่วยปฏิบัติการกลางนาโนเทค ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) จากผลงานการศึกษาอนุภาคนาโนไขมัน 3 ชนิดใช้พัฒนาระบบนำส่งยา
      2. ดร.วีระวัฒน์ แช่มปรีดา ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีเอ็นไซม์ หน่วยปฏิบัติการ Bioresources Technology ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) จากผลงานการพัฒนาระบบเอนไซม์ย่อยลิกโนเซลลูโลสเพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ

       

       

      ดร.อุรชา (รังสอดทอง) รักษ์ตานนท์ชัย เกิดเมื่อวันที่ 29 ส.ค. พ.ศ. 2519 ที่กรุงเทพฯ เป็นบุตรีคนแรกของพลโทหญิงสุจิตรา และนายสุคนธ์ รังสาดทอง ดร. อุรชา สมรสกับ ดร.ชัชาลี รักษ์ตานนท์ชัย มีบุตร 2 คน

      ดร.อุรชา ศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่งเหรียญทอง สาขาเภสัชกรรมเทคโนโลยี) จากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในปี พ.ศ. 2541 และได้รับการบรรจุเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมเทคโนโลยี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จากนั้นได้ศึกษาต่อระดับปริญญาเอกในสาขา Pharmaceutical Sciences ที่ School of Pharmacy, University of Nottinghamประเทศอังกฤษ โดยมี Dr. Snjezana Stolnik-Trenkic เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลัก ด้วยทุนจาก University of Nottingham และสำเร็จการศึกษาในปี พ.ศ. 2545 โดยในระหว่างที่ศึกษาได้ทำงานร่วมกับกลุ่มวิจัย Drug Delivery and Tissue Engineering ต่อมา ดร.อุรชา ได้รับทุนวิจัยหลังปริญญาเอกจาก School of Biomedical Science, Queen's Medicel School, University of Nottingham ในการศึกษาด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์เป็นเวลา 1 ปี ก่อนกลับเข้ารับราชการเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาเภสัชกรรมเทคโนโลยี คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

       

       

      ในปี พ.ศ. 2547 ดร.อุรชา ได้เข้าทำงานในตำแหน่งนักวิจัย ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในช่วงแรกงานวิจัยหลักมุ่งเน้นทางด้านดารนำอนุภาคนาโนจากไทเทเนียมไดออกไซด์มาประยุกต์ใช้ในการกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังและสิ่งทอ โดยมี ศ. ดร. วิวัฒน์ ตัณฑะพานิชกุล และ รศ. ดร. สุมาลย์ สาระยา เป็นนักวิจัยที่ปรึกษา หัวข้อวิจัยเกี่ยวข้องกับ
      1. การศึกษาประสิทธิภาพของสารไทเทเนียมไดออกไซด์ต่อเชื้อ Propionibacterium ances
      2. การศึกษาประสิทธิภาพของสารไททาเนียมไดออกไซด์บนสิ่งทอและการประยุกต์งานเคลือบผิว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา

      ดร. อุรชา ได้รับทุนวิจัยจาก นาโนเทค ทำงานวิจัยหลายเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบของเครื่องสำอาง และยาโดยใช้ไขมันชนิดแข็ง การพัฒนาและประเมินอนุภาคนาโนบรรจุน้ำมันตะไคร้หอมและน้ำมันแมงลักคาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กันยุงชนิดใหม่ โดยมี รศ. ดร. สาธิต พุทธิพิพัฒน์ขจร เป็นนักวิจัยที่ปรึกษา งานวิจัยดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมและศึกษาสมบัติทางเคมีฟิสิกส์ของอนุภาคนาโนชนิดไขมัน 3 ประเภท คือ อนุภาคนาโนจากไขมันแข็ง (Solid lipid nanoparticle) อนุภาคนาโนจากไขมันแข็งและน้ำมัน (Nanostructure lipid carriers) และอนุภาคนาโนจากน้ำมันหรือนาโนอิมัลชัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาความสัมพันธ์ระหว่างยา/สารออกฤทธิ์ที่บรรจุภายในอนุภาคนาโนกับโครงสร้างเคมีและความเข้มข้นของไขมันและน้ำมันที่เลือกใช้ ในการจัดเรียงตัวและความเป็นผลึกที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความสามารถในการกักเก็บการปลดปล่อยสารสำคัญ และการออกฤทธิ์ทางชีวภาพเพื่อสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้ไปพัฒนาเป็นระบบนำส่งในทางการแพทย์และอาหารการเกษตรที่มีประสิทธิภาพต่อไป

      ปัจจุบัน ดร.อุรชา ดำรงตำแหน่งรักษาการห้องปฏิบัติการระบบนำส่ง หน่วยปฏิบัติการกลางนาโนเทค โดยมุ่งเน้นการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนากระบวนการเก็บกัก (Encapsulation) ด้วยระบบนำส่งหลายรูปแบบ เช่น จากไขมัน พอลิเมอร์และแป้ง เพื่อประยุกต์ใช้ในทางการแพทย์และการเกษตร โดยทำงานวิจัยร่วมกับ รศ. ดร. สาธิต พุทธิพิพัฒน์ขจร มหาวิทยาลัยมหิดล ผศ. ดร. ศิวพร มีจู สมิธ มหาวิทยาลัยมหิดล ดร. อภินันท์ สุทธิธารธวัช จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศ. ดร. พิชญ์ ศุภผล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร. สิรพัฒน์ ประโทนเทพ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รศ. ดร. ปราณีต โอปณะโสภิต มหาวิทยาลัยศิลปากร นอกจากนี้ยังได้ดำเนินงานวิจัยร่วมกับกับภาคอุตสาหกรรม

      เพื่อแก้ปัญหารวมถึงประยุกต์ใช้ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ เช่น ผลิตภัณฑ์น้ำปลาผง ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย เป็นต้น ปัจจุบัน ดร. อุรชา มีผลงานที่ตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ มากกว่า 40 เรื่อง ได้ยื่นคำขอสิทธิบัตรประเทศไทย 7 เรื่อง คำขอสิทธิบัตรประเทศสหรัฐอเมริกา 1 เรื่อง อนุสิทธิบัตรประเทศไทย 7 เรื่อง นอกจากนี้ยังได้รับเชิญเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ พิจารณาผลงานวิจัยให้กับวารสารวิชาการระดับนานาชาติหลายฉบับ เช่น International Journal of Phamaceutics, Journal of Microencapsulation, ACS Applied Materials & Interfaces, Nanomedicine: Nanotechnology, Biology, and Medicine

      ดร. วีระวัฒน์ แช่มปรีดา เกิดเมื่อวันที่ 14 ก.ย. พ.ศ. 2518 ที่กรุงเทพฯ เป็นบุตรของนายวิชัย และนางสุดารัตน์ แช่มปรีดา ศึกษาระดับประถมและมัธยมศึกษาที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง สาขาชีวเคมี) จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี พ.ศ. 2539 และศึกษาต่อระดับปริญญาโท สาขาอณูพันธุศาสตร์พันธุวิศวกรรมศาสตร์ ณ สถาบันอณูชีววิทยาและพันธุศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล โดยได้รับทุนจากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จากนั้นได้ศึกษาต่อในระดับปริญญาเอกสาขาชีวเคมี ที่ Imperial College London สหราชอาณาจักร ในปี พ.ศ. 2542 ด้วยทุนกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และทุนจากบริติช เคาน์ซิล ประเทศไทย โดยมี Dr. David J. Leak เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา

      ต่อมาในปี พ.ศ. 2546 ดร. วีระวัฒน์ ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนักวิจัย ห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีเอ็นไซม์ หน่วยปฏิบัติการ Bioresources Technology ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)  ภายใต้การดูแลของ ดร. ลิลี่ เอื้อวิไลจิตร


       

      โดย ดร. วีระวัฒน์ มีส่วนสำคัญในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีในการค้นหาและศึกษาเอนไซม์ที่มีความสำคัญทางอุตสาหกรรม โดยเฉพาะเอนไซม์ในกลุ่มย่อยคาร์โบไฮเดรต เช่น เอนไซม์ในกลุ่มเซลลูเลสเฮมิเซลลูเลส และอไมเลส รวมถึงเอนไซม์อื่นที่มีศักยภาพทางเทคโนโลยีชีวภาพจากแหล่งจุลินทรีย์ภายในประเทศ และร่วมกับคณะนักวิจัยในห้องปฏิบัติการเทคโนโลยีเอ็นไซม์ และ Microbial cell factory ในการพัฒนางานวิจัยทางด้านเทคโนโลฃยีเมตาจีโนมิกเพื่อการค้าหายีนที่กำหนดการสร้างเอนไซม์ที่มีศักยภาพในอุตสากรรม และศึกษาโครงสร้างของกลุ่มประชากรจุลินทรีย์ที่เพาะเลี้ยงไม่ได้ในห้องปฎิบัติการ ซึ่งส่งผลในการเพิ่มศักยภาพในการค้นหายีนที่สนใจโดยตรงจากสิ่งแวดล้อมโดยไม่ต้องคัดแยกจุลินทรีย์ในห้องปฎิบัติการ อันนำไปสู่การสร้างความสามารถในการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรจุลินทรีย์ในประเทศอย่างเต็มที่ ในปัจจุบันได้มุ่งเน้นการพัฒนาระบบเอนไซม์ในกลุ่มย่อยลิกโนเซลลูโลสที่มีประสิทธิภาพจากกลุ่มจุลินทรีย์ที่พัฒนาขึ้นในห้องปฏิบัติการ และเมตาจีโนมิก ไลบรารีย์ รวมถึงการศึกษาการทำงานร่วมกันของเอนไซม์ในกลุ่มย่อยนี้เพื่อสร้างองค์ความรู้ในกระบวนการย่อยชีวมวลทางการเกษตร ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาระบบเอนไซม์ย่อยลิกโนเซลลูโลสที่มีประสิทธิภาพต่อชีวมวลภายในประเทศ เพื่อการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรม Biorefinery เพื่อผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพและสารเคมีจากชีวมวล ซึ่งเป็นการพัฒนาอุตสากรรมที่มีความยั่งยืนและมีศักยภาพของประเทศไทยในอนาคต

      ดร. วีระวัฒน์ ได้ทำงานร่วมกับนักวิจัยในสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายงานวิจัยทางด้านเทคโนโลยีเอนไซม์ และอุตสากรรมการแปรสภาพชีวมวล โดยได้ร่วมกับ รศ. ดร. นวดล เหล่าศิริพจน์ บัณฑิตวิทยาลัยด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม (JGSEE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในการบูรณาการเทคโนโลยีชีวภาพและเคมีวิศวกรรมเพื่อพัฒนากระบวนการเปลี่ยนชีวมวลเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ และสารเคมีเพิ่มมูลค่าชนิดต่างๆ โดยมุ่งเน้นการพัฒนากระบวนการย่อยชีวมวลเพื่อผลิตเป็นน้ำตาลซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญของอุตสาหกรรม Biorefinery โดยได้รับทุนวิจัยจาก สวทช. และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และทำการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการศึกษากลุ่มประชากรจุลินทรีย์ด้วยเทคนิคทางอณูชีววิทยาเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างกลุ่มจุลินทรีย์ในถังปฏิกรณ์ผลิตไบโอไฮโดรเจนจากขยะอินทรีย์ ร่วมกับ  ผศ. ดร. นิพนธ์ พิสุทธิ์ไพศาล มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ด้วยการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทบ และร่วมกับ ผศ. ดร. เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  ทำการพัฒนากระบวนการตรวจวัดเอนไซม์ที่มีความไวสูงด้วยเทคนิค Surface plasmon resonance นอกจากนี้ยังได้ร่วมกับ Prof. Dr. Yasuo Igarashi มหาวิทยาลัยโตเกียว ในการพัฒนาเอนไซม์ย่อยลิกโนเซลลูโลสจากกลุ่มประชากรจุลินทรีย์ภายใต้ความร่วมมือ JST-NRCT-BIOTEC และจุลินทรีย์ที่เกี่ยวข้องกับการย่อยพลาสติกชีวภาพร่วมกัย Dr. Sei-ichi Aiba AIST ประเทศญี่ปุ่น และร่วมกับบริษัท SCG Paper จำกัด มหาชน ในการพัฒนาการประยุกต์ใช้เอนไซม์ในกลุ่มย่อยลิกโนเซลลูโลสเพื่อการพัฒนากระบวนการผลิตเยื่อกระดาษที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

      ดร. วีระวัฒน์ มีผลงานตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติ 21 บทความ รวมทั้งสิทธิบัตรในประเทศที่ยื่นจดทะเบียนแล้ว 5 เรื่อง และเป็นผู้ตรวจทานและคัดเลือกผลงานให้กับวารสารวิชาการระดับนานาชาติหลายฉบับ รวมทั้งเป็นตัวแทน SCB ASEAN COST ในส่วนของประเทศไทยในการประชุมเพื่อสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาค เช่น ASEAN Peat network และ ASEAN network on Biorefinery ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการสร้างความร่วมมือและส่งเสริมบทบสทของประเทศไทยในการวิจัยทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพในระดับนานาชาติ

      นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่ร่วมได้รับรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ อีก 4 ท่าน คือ  
      1. ดร. เครือวัลย์ จันทร์แก้ว คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ศึกษาประวัติการเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่ทำให้เกิดสึนามิในประเทศไทยและ ใกล้เคียง
      2. ดร. ชนากานต์ พรมอุทัย คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่  วิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่าข้าวไทยด้วยการเพิ่มปริมาณธาตุเหล็กและสังกะสีในข้าว
      3. ดร. บรรจง บุญชม ภาควิชาวิทยาศาสตร์พื้นฐาน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง สังเคราะห์สารในกลุ่มโลหะฟอสเฟตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
      4. ผศ.ดร. สอาด ริยะจันทร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พัฒนายางชนิดใหม่ที่ทนน้ำมัน ทนต่อโอโซนและต้านเชื้อแบคทีเรีย

      มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ริเริ่มให้มี รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 โดยการสนับสนุนของเครือซิเมนต์ไทย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) รางวัลนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อเชิดชูเกียรติและเป็นกำลังใจให้แก่นักวิทยาศาสตร์ รุ่นใหม่ของไทยที่มีศักยภาพสูงในการทำงานวิจัยที่มีคุณภาพ โดยมีเงื่อนไขจะต้องเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีอายุไม่เกิน 35 ปี มีผลงานด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐาน หรือ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และได้ตีพิมพ์ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพดี เผยแพร่ในวารสารที่มีมาตรฐานระดับสากล จำนวนไม่น้อยกว่า 3 เรื่อง โดยผู้เสนอควรเป็นผู้วิจัยหลักและเป็นงานที่ทำในประเทศไทย เป็นผู้ทำการวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์อย่างจริงจัง มีคุณธรรมและมนุษยสัมพันธ์ที่ดี การประกาศรางวัล จะจัดขึ้นในต้นเดือนสิงหาคมของทุกปี

      ถือเป็นที่ยอมรับในวงการวิชาการว่ารางวัลนี้เป็นรางวัลสูงสุดของประเทศ สำหรับนักวิทยาศาสตร์พื้นฐานและนักวิทยาศาสตร์ประยุกต์ที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี โดยมีรางวัลเป็นโล่พระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และเงินรางวัล 100,000 บาท พระราชทานโดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในวันที่ 18 สิงหาคม ของทุกปี ซึ่งเป็น "วันวิทยาศาสตร์แห่งชาติ" ที่งานมหกรรมวิทยาศาสตร์แห่งชาติพร้อมกันกับรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น

       

      ซึ่งรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่นประจำปี 2553 ได้แก่

      1. ศาสตราจารย์ นพ. ดร. ประเสริฐ เอื้อวรากุล คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลกับผลงานการพบสารต้านไวรัสชนิดหนึ่งที่อยู่ในปอดของมนุษย์ ซึ่งไวรัสไข้หวัดใหญ่ 2009 ดื้อต่อสารนี้มากกว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่ทั่วไป
      2.นพ.วิศิษฎ์ ทองบุญเกิด คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีโปรตีโอมิกส์เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่เรื่อง กลไกการเกิดโรคต่างๆ ได้แก่ โรคนิ่วในไต โรคไตชนิดอื่น เบาหวาน ไข้เลือดออก โรคฉี่หนู โรคเมลิออยโดลิส โรคธาลัสซีเมีย โรคความจำเสื่อมอัลไซเมอร์ และโรคอื่นอีกหลายชนิดที่พบบ่อยในประเทศไทย ซึ่งอาจนำมาสู่การค้นพบตัวบ่งชี้โรค (Biomarkers) ที่ทำให้การวินิจฉัยโรครวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น



      สามารถติดตามอ่านรายละเอียดของรางวัลดังกล่าว และรายชื่อนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ได้ที่เว็บไซต์ มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์  หรือจากหนังสือ ชื่อ รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี ... จากห้องสมุดกลาง สวทช.  หมายเลข อ 925.0593 ร399



      รับชมวิดีทัศน์นักวิจัยแต่ละท่านกับผลงานการวิจัย
      ๑. ดร.วีระวัฒน์ แช่มปรีดา
      ๒. ดร. อุรชา (รังสาดทอง) รักษ์ตานนท์ชัย
      ๓. ดร. เครือวัลย์ จันทร์แก้ว
      ๔. ดร. ชนากานต์ พรมอุทัย
      ๕. ดร. บรรจง บุญชม
      ๖. ผศ.ดร. สอาด ริยะจันทร์
      ๗. ศ. นพ. ดร. ประเสริฐ เอื้อวรากุล
      ๘. นพ.วิศิษฎ์ ทองบุญเกิด

       

      บรรณานุกรม
      มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมถ์.  รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น ประจำปี 2553. กรุงเทพฯ : มูลนิธิ, 2553.

        Items details

        • Hits: 4823 clicks
        • Average hits: 229.7 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        Tags: วีระวัฒน์ แช่มปรีดา  อุรชา (รังสาดทอง) รักษ์ตานนท์ชัย  ประเสริฐ เอื้อวรากุล  วิศิษฎ์ ทองบุญเกิด  เครือวัลย์ จันทร์แก้ว  ชนากานต์ พรมอุทัย  บรรจง บุญชม  สอาด วิยะจันทร์  สวทช.  สำ นักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ  ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ  ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ  มูลนิธิส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในพระบรมราชูปถัมภ์  นักวิทยาศาสตร์ดีเด่น  นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่  รางวัลนักวิทยาศาสตร์ดีเด่น  รางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่  
        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 3
        น้อยมากที่สุด