Green ICT ตอน Cyberjaya Malaysia

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      ประสบการณ์แนวคิดเรื่อง Green ICT ในต่างประเทศคือ Cyberjaya ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเดินทางไปกับสถาบันวิทยาการ สวทช. เพื่อร่วมงานประชุม APEC TEL44 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ห้องสัมมนาที่เข้าร่วมเป็นเรื่องของ Sustainable Green ICT ที่มีวิทยากรจากประเทศไทยเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ไต้หวัน และมาเลเซีย ขณะที่หัวข้อส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของความพยายามของกลุ่มประเทศเหล่านี้ ในด้านการสร้างความยั่งยืนในกระบวนการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมทั้งจากการใช้ ICT เพื่อสร้าง Green และการสร้างกระบวนการ ICT ให้เป็น Green แต่ในครั้งนี้จะขอกล่าวถึงประเทศเจ้าภาพและเพื่อนบ้านของเรา มาเลเซีย ว่าเขา Green ไปถึงไหนแล้ว

      คณะได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมดูงานเมือง Cyberjaya ซึ่งเป็นเมืองใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับอุตสาหกรรมที่ไม่สร้างมลภาวะ ที่ถูกกำหนดให้เป็นหนึ่งในสองเมืองสีเขียวนำร่อง (Pioneer Green City) ต้องยอมรับว่าเมืองนี้เกิดขึ้นได้ เพราะภาครัฐมีส่วนสำคัญในจุดเริ่มต้นเพื่อกระตุ้นให้เกิดความตระหนัก และปูแนวทางในการนำไปสู่การปฏิบัติจริงอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มตั้งแต่การวางกรอบ การกำหนดนโยบายและกฎหมายเพื่อรองรับ การร่วมมือขององค์กรต่างๆ ในท้องถิ่นและการสร้างแรงดึงดูดให้ผู้ประกอบการเพื่อจูงใจให้ทุกคนตระหนักถึง Green เช่น การกำหนดดัชนีสีเขียวของการก่อสร้าง (Green Building Index: GBI) เพื่อเป็นข้อกำหนดในการยกเว้นภาษี ให้กับสิ่งปลูกสร้างที่ผ่านเกณฑ์ข้อกำหนด

      การกำหนดพื้นที่ใน Cyberjaya แบ่งเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ประมาณ 60% และพื้นที่สีเขียวประมาณ 40% โดยรวมพื้นที่ในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ในพื้นที่เชิงพาณิชย์การปลูกสร้างก็ต้องจัดแบ่งออกเป็น 60-30-10 โดยประมาณ ขณะที่สิ่งปลูกสร้าง พื้นที่สีเขียว และที่จอดรถ ตามลำดับ และลักษณะของธุรกิจก็มีการกำหนดชัดเจนว่าจะต้องเป็น 3S เท่านั้นคือ Service, Spare Part และ Sale เพื่อป้องกันอุตสาหกรรมหนัก หรือโรงงานขนาดใหญ่

      เดิมโครงการ Cyberjaya นี้อยู่ภายใต้โครงการที่ชื่อว่า Multimedia Super Corridor ที่ประกอบไปด้วยตึก เมือง และอื่นๆ ตามแผนของรัฐบาลก่อนจะ Rebrand มาเป็น MSC Malaysia และกำหนดให้เมืองนี้และเมืองหลวงใหม่คือ Putrajaya เป็นสองเมืองนำร่องเมืองสีเขียว ภายในเมือง Cyberjaya นี้นับว่ามีการจัดระเบียบและการบริหารค่อนข้างดี โดยเฉพาะเรื่องของสิ่งแวดล้อมและการประหยัดพลังงาน เช่น การกำหนดโซนพื้นที่ธุรกิจ พื้นที่สีเขียวตามที่กล่าวข้างต้น การกำหนดแนวกันชนสีเขียวจากถนน และการลดการใช้พลังงานเช่น การสร้างที่พักผู้โดยสารโดยใช้หลังคาวางแผงพลังงานแสงอาทิตย์ การสร้างระบบขนส่งโดยรอบเมืองในรัศมี 80 กิโลเมตร เพื่อลดการขับรถเข้าเมือง เป็นต้น

      สิ่งที่สังเกตได้อย่างหนึ่งคือการประสานความร่วมมือของหน่วยงานทั้งสามระดับคือรัฐบาลมาเลเซีย ส่วนปกครองท้องถิ่นและองค์กรเอกชน เช่น การกำหนดการลดหย่อนภาษีให้กับบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ GBI จากองค์กรกลางของประเทศและรัฐบาลกลาง การกำหนดมาตรการรองรับในการบริการเมืองของหน่วยงานท้องถิ่นและการสร้างกฎระเบียบ และการปฏิบัติอย่างเคร่งครัดของบริษัท เช่น ตึกของบริษัท Shell ที่ผ่านมาตรฐาน LEED จากประเทศสหรัฐอเมริกา มีการใช้ระบบแอร์ฝังใต้พื้นอาคาร ปลูกต้นไม้คลุมหลังคาลดความร้อนจากภายนอก (Green Roof) และการสะสมน้ำฝนและน้ำจากกระบวนการ Recycle เพื่อใช้งานภายนอกอาคาร เป็นต้น

      ย้อนกลับมาดูประเทศไทยแล้ว ช่วยตอบคำถามผู้เขียนทีเถิด ว่าทำไมบริษัทข้ามชาติที่ตั้งอยู่ใน Cyberjaya และมีสาขาในประเทศไทยถึงไม่มีการพูดถึงเรื่อง Green ในประเทศไทยบ้าง เป็นเรื่องที่น่าแปลก และประเทศไทยเราจริงจังกับสิ่งเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน เท่าที่ทราบหลายหน่วยงานและองค์กรท้องถิ่น หรือกลุ่มชาวบ้านในบ้านเราตื่นตัวเรื่องนี้พอสมควร แต่ก็ยังเป็นวงเล็ก และไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างจริงจัง การกำหนดมาตรการต่างๆยังไม่มีในเชิงบูรณาการ และยังไม่เห็นเป็นรูปธรรม ต้องรอถึงเมื่อไร

      ที่มา: ผศ.ดร.จิรศิลป์ จยาวรรณ. หนังสือพิมพ์เทเลคอม แอนด์ อินโนเวชั่น เจอร์นัล. คอลัมน์ What's Next. ฉบับวันจันทร์ที่ 3 - 9 ตุลาคม 2554

        Items details

        • Hits: 425 clicks
        • Average hits: 60.7 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 3
        น้อยมากที่สุด