ครม.เห็นชอบแผนยุทธศาสตร์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของไทย สั่ง สวทช. เร่งเดินหน้า

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      แผนยุทธศาสตร์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ ยุทธวงศ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2551 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเรื่องยุทธศาสตร์การพัฒนาหุ่นยนต์และ ระบบอัตโนมัติซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นับวันจะทวีบทบาทและความสำคัญมากขึ้นทั่ว โลก และประเทศไทยมีบุคลากร และเยาวชนที่มีศักยภาพสูงอยู่จำนวนมาก จึงควรส่งเสริมให้มีการพัฒนาศักยภาพงานวิจัยพัฒนาในด้านดังกล่าวให้เหมาะสม กับความต้องการของประเทศ ในภาคการผลิตและบริการต่างๆ อาทิ หุ่นยนต์อุตสาหกรรม หุ่นยนต์ใช้ในการทหาร หุ่นยนต์ใช้ในการแพทย์ หุ่นยนต์เพื่อการสำรวจและการศึกษาอื่นๆ รวมทั้งหุ่นยนต์เพื่อความบันเทิง เป็นต้น นอกจากนี้ ควรพัฒนาให้มีความสามารถทางการแข่งขันทางด้านการวิจัยพัฒนา และประยุกต์ใช้วิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติกับนานาประเทศ เบื้องต้นได้กำหนดยุทธศาสตร์วางแผนเพื่อการพัฒนาไว้ 5 ประการคือ 1) การพัฒนาบุคลากร 2) การพัฒนาเทคโนโลยี 3) การถ่ายทอดเทคโนโลยี 4) การพัฒนาอุตสาหกรรม 5) การพัฒนานโยบาย

      ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธ เปิดเผยต่อไปว่า “สิบปีที่ผ่านมานี้ จะเห็นว่าหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่จำกัดเพียงหุ่นยนต์ที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมซึ่งเน้นการเพิ่มผลผลิตเท่า นั้น แต่ขยายการใช้งานในการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของคนให้ดีขึ้น เช่น การอำนวยความสะดวกภายในบ้านและสำนักงาน ในรูปแบบหุ่นยนต์ดูดฝุ่น หุ่นยนต์ตัดหญ้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีหุ่นยนต์ที่ช่วยเหลือทางการแพทย์ การสำรวจ การรักษาความปลอดภัย ตลอดจนหุ่นยนต์เพื่อความบันเทิงในรูปแบบหุ่นยนต์สัตว์เลี้ยง หุ่นยนต์เพื่อการศึกษา หรือหุ่นยนต์ช่วยในการประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

      แผนยุทธศาสตร์หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ“เห็นได้ชัดเจนว่าวิทยาการหุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญ ที่สามารถเสริมศักยภาพของประเทศทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการศึกษา รัฐบาลโดยกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ จึงได้กำหนดให้มีแนวทางในการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานวิทยาการ หุ่นยนต์ และระบบอัตโนมัติ พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัยและพัฒนา และประยุกต์ใช้วิทยาการหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติได้อย่างเหมาะสมกับความต้อง การของประเทศไทย ตลอดจนพัฒนาศักยภาพการแข่งขันด้านการวิจัยพัฒนาและประยุกต์ใช้วิทยาการหุ่น ยนต์และระบบอัตโนมัติกับนานาประเทศด้วย”   ศาสตราจารย์ ดร.ยงยุทธกล่าว

      ทั้งนี้ จากผลการศึกษาของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พบว่าปัจจุบันมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับวิทยาการหุ่นยนต์หลากหลายมาก ขึ้น โดยเกิดจากความร่วมมือของภาครัฐ เอกชน และภาคการศึกษา เช่น กิจกรรมการจัดแข่งขันหุ่นยนต์ การจัดตั้งชมรม รวมถึงกิจกรรมฝึกอบรมต่างๆ ทำให้เกิดการตื่นตัวอย่างสูง ทำให้เยาวชนไทยได้รับรางวัลชนะเลิศต่างๆ จากหลากหลายเวทีระดับโลก และมีแนวโน้มว่ากิจกรรมด้านวิทยาการหุ่นยนต์ จะได้รับความสนใจจากนักเรียนนักศึกษาเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง

      รศ. ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากการศึกษาสถานะ และแนวโน้มการใช้งานหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติต่างๆของประเทศไทยในงานด้าน อุตสาหกรรม ด้านการแพทย์และการทหาร และด้านการศึกษา พบว่าประเทศไทยมีแนวโน้มความต้องการใช้งานหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติสูงขึ้น ทุกปีตามลำดับ ในภาคอุตสาหกรรม ประเทศไทยมีมูลค่าการนำเข้าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมในปี 2549 สูงถึงหลายพันล้านบาท ด้านการแพทย์ก็พบว่าเริ่มมีความตื่นตัว และเห็นความสำคัญของการนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาช่วยในการผ่าตัดคนไข้ แต่ระบบที่โรงพยาบาลใช้ในปัจจุบันล้วนเป็นระบบที่นำเข้าจากต่างประเทศทั้ง สิ้นซึ่งมีราคาสูงมาก มูลค่าการนำเข้าหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจากต่างประเทศไม่ว่าจะเพื่อการผลิต ทางอุตสาหกรรมหรือเพื่อใช้ทางการแพทย์นี้สามารถปรับลดลงได้ หากมีการผลักดันและสนับสนุนอย่างจริงจังในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคการ ศึกษาวิจัย และอุตสาหกรรมผู้ใช้เพื่อร่วมกันพัฒนางานวิจัยและงานบริการวิชาการของนัก ศึกษา และนักวิจัยในประเทศให้สามารถประยุกต์ใช้งานได้จริง”

      “นอก จากนี้ประเทศไทยในปัจจุบันยังมีความต้องการใช้หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติทาง การทหารเพิ่มขึ้นด้วย โดยหุ่นยนต์กู้ภัยและหุ่นยนต์เก็บกู้วัตถุระเบิดเป็นที่ต้องการอย่างมากใน สามจังหวัดภาคใต้ของไทย เพื่อลดอัตราการบาดเจ็บและการสูญเสียทหารและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการใน พื้นที่เสี่ยง ซึ่งจากการศึกษาสถานภาพของวิทยาการหุ่นยนต์ด้านการทหารของไทยในปัจจุบัน พบว่ามีบุคลาการที่มีศักยภาพในการสร้างประดิษฐ์หุ่นยนต์กู้ภัยและหุ่นยนต์ เก็บกู้วัตถุระเบิดอยู่จำนวนไม่น้อย และผลงานเหล่านี้ก็มีความเป็นไปได้ที่จะนำมาต่อยอดเพื่อพัฒนาไปสู่ระบบที่มี ประสิทธิภาพสูงต่อไปหากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม” รศ. ดร. ศักรินทร์ กล่าว



      สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ:
      สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
      ลัดดา หงส์ลดารมภ์
      โทรศัพท์ 02 644 8150-89 ต่อ 702, 709
      e-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

        Items details

        • Hits: 2084 clicks
        • Average hits: 56.3 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 3
        น้อยมากที่สุด