4 นักวิจัยหญิงเก่ง
ต่างที่มา และหลากหลายแรงบันดาลใจ กับ 4 นักวิจัยหญิงเก่งแห่งปี ที่ได้รับทุนวิจัยลอรีอัล "เพื่อสตรีในงานวิทยาศาสตร์" ประจำปี 2554 ซึ่งปีนี้มีผู้ได้รับทุนใน 2 สาขาวิชา คือ สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ และสาขาวัสดุศาสตร์
นักวิจัยหญิงเก่งคนแรกจากสาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพ ก็คือ "ดร.พญ.ณฐินี จินาวัฒน์" จากสำนักงานวิจัย วิชาการและนวัตกรรม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล ผู้มีแรงบันดาลใจมาจากคุณแม่ที่เป็นทั้งนักวิจัยและอาจารย์ และได้สั่งสอนมาโดยตลอดว่าการทำวิจัยนั้นไม่หยุดนิ่ง หากเราหยุดก็จะไม่มีความรู้ใหม่ ๆ พอที่จะทำงานวิจัยที่ดีได้
คุณหมอณฐินี บอกถึงงานวิจัยที่ทำว่า เป็นการศึกษาความเกี่ยวข้องของปริมาณสารพันธุกรรมดีเอ็นเอบนโครโมโซม กับโรคทางพันธุกรรมโดยใช้ "จีโนม-ไวด์ เอสเอ็นพี อาร์เรย์" (Genome-wide SNP array) โดยกลุ่มที่มีพัฒนาการและสติปัญญาบกพร่องนั้น เป็นกลุ่มอาการที่พบได้บ่อย โดยมีประมาณ 3 %ของประชากรทั้งโลก การที่จะทราบถึงสาเหตุทางพันธุกรรมนั้นมีน้อยมาก ทำให้ยากลำบากในการดูแลรักษาผู้ป่วยในอนาคต ผู้วิจัยจึงใช้เทคนิค "จีโนม-ไวด์ เอสเอ็นพี อาร์เรย์" ในการศึกษาปริมาณสารพันธุกรรมที่แตกต่างกันเพื่อวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรม หากโครงการนี้สำเร็จ นอกจากจะวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้องแล้ว คุณหมอบอกว่า ยังช่วยพัฒนาการรักษาให้ดีขึ้นและเป็นการรักษาแบบองค์รวม ตั้งแต่ วินิจฉัย ให้คำปรึกษา และการดูแลรักษาผู้ป่วยในระยะยาวซึ่งจะช่วยไม่ให้เกิดผู้ป่วยใหม่ในครอบครัวได้อีกด้วย
ส่วนนักวิจัยหญิงอีกหนึ่งคนของสาขาเดียวกันนี้ก็คือ "ดร.แสงจันทร์ เสนาปิน" จากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติหรือไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กับผลงานการศึกษาชีววิทยาโมเลกุลของกุ้งด้วยเทคนิคยีสต์ทูไฮบริด โดย ดร.แสงจันทร์ บอกว่า หลังจากเข้ามาทำงานด้านนี้ ทำให้มองเห็นถึงความงามและเสน่ห์ของงานวิทยาศาสตร์ว่าเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ ทำให้มีอะไรให้ค้นคว้า และวิจัยได้ตลอดเวลา
ส่วนงานวิจัยที่ทำอยู่เป็นการตอบโจทย์ปัญหาให้กับอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งของไทยที่ประสบปัญหาโรคระบาดโดยเฉพาะจากเชื้อไวรัส โดยงานวิจัยได้ใช้เทคนิคที่เรียกว่า ยีสต์ทูไฮบริด มาศึกษาปฏิสัมพันธ์ในระดับโปรตีน งานวิจัยนี้ทำในหลายแง่มุม ซึ่งจากการทดลองในห้องปฏิบัติการ พบความเป็นไปได้ในการพัฒนาโปรตีนที่มีฤทธิ์ในการต้านไวรัสและพัฒนาแนวทางในการทำลายไวรัสที่ก่อโรคในกุ้งต่อไป
สำหรับผู้ได้รับทุนในสาขาวัสดุศาสตร์ คนแรก คือ ดร.อุรชา รักษ์ตานนท์ชัย จากศูนย์นาโนเทคโนโลยี หรือนาโนเทค สวทช. เจ้าของผลงานวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยีการเก็บกักชนิดไขมันเพื่อใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมยาอาหารและการเกษตร
ดร.อุรชา บอกถึงแรงบันดาลใจในการเป็นนักวิทยาศาสตร์ว่า เริ่มตั้งแต่มัธยม ชอบด้านวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะด้านเคมีและชีวะ มองวิทยาศาสตร์เป็นข้อเท็จจริง สามารถที่จะพิสูจน์ได้หากเรามีคำถามอยู่ในใจ ส่วนงานวิจัยชิ้นนี้ เป็นการแก้ปัญหาให้กับสารในธรรมชาติอย่างเช่น สมุนไพร ที่มีความไม่คงตัว เช่นสารในกลุ่มพริก หากนำมาใช้โดยตรงจะแสบร้อน ระคายเคือง แต่หากมีการกักเก็บสารเอาไว้ เมื่อคนนำมาใช้จะไม่ระคายเคือง รวมถึงยืดอายุการใช้งานได้ ทีมวิจัยได้ศึกษาออกแบบถึงการห่อหุ้มของสารและการปลดปล่อยของสาร ซึ่งอยู่ในระดับอนุภาคนาโน มีการศึกษาเชิงคุณสมบัติ ซึ่งอนาคตคาดว่างานวิจัยดังกล่าวจะสามารถต่อยอดประยุกต์ใช้กับภาคอุตสาหกรรมได้
และนักวิจัยหญิงเก่งคนสุดท้ายจากสาขานี้ก็คือ ผศ.ดร.หทัยกานต์ มนัสปิยะ จากวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เจ้าของผลงาน การพัฒนาวัสดุรูพรุนเพื่อการดักจับโลหะหนักหรือดักจับก๊าซในบรรจุภัณฑ์เพื่อการพัฒนาคุณภาพน้ำและอาหาร และการสังเคราะห์ดินเหนียวนาโนแบบรูพรุนดัดแปรด้วยโครโมฟอร์เพื่อการเตรียมฟิล์มบรรจุภัณฑ์ ที่มีความสามารถดูดจับก๊าซเอธิลีนและเป็นตัวตรวจวัดทางแสง
ผศ.ดร.หทัยกานต์ บอกว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมมีผลผลิตจำนวนมาก จึงคิดค้นวัสดุเติมแต่งชนิดใหม่ให้กับพลาสติกเพื่อทำให้เป็นสมาร์ท แพคเกจจิ้ง เพื่อช่วยยืดอายุ ผัก ผลไม้ และยังเป็นตัวเซ็นเซอร์ตรวจวัดความสดของผลิตภัณฑ์นั้นได้ด้วย โดยงานวิจัยนี้ เป็นการนำแร่ดินเหนียวมาดัดแปรโครงสร้างให้มีรูพรุนและได้มีการเติมสารพิเศษเข้าไปเพื่อทำให้สามารถดูดซับก๊าซหรือโลหะหนักได้ ซึ่งการนำไปใช้ จะนำไปเป็นวัสดุเติมแต่งในพลาสติกเป็นรูปแบบของฟิล์มบรรจุภัณฑ์ยุคใหม่
จากจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจเล็ก ๆ ได้พัฒนาจนกลายมาเป็นงานวิจัยที่ประสบความสำเร็จมากมาย ความภาคภูมิใจจากรางวัลที่ได้รับครั้งนี้ นักวิจัยบอกว่านี่.คือกำลังใจในการพัฒนางานวิจัยต่อไป
ที่มา: นาตยา คชินทร. หนังสือพิมพ์เดลินิวส์. คอลัมน์ ฉลาดคิด. ฉบับวันพุธที่ 14 กันยายน 2554
Items details
- Hits: 421 clicks
- Average hits: 52.6 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



