ผ่าหมอกควันสู่เมืองโบกอร์ ดูความก้าวหน้าวิจัยพืชจีเอ็มโอ

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      เมืองโบกอร์ ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวและการศึกษา มีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โบกอร์ (Bogor Agricultural University) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดการเรียนการสอนด้านการเกษตรชั้นนำของอินโดนีเซีย

      ศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเกษตร ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่หลายสิบไร่ ภายในมีสำนักงานของผู้บริหาร มีห้องประชุม ห้องแล็บสำหรับพัฒนาพืชจีเอ็มโอหลายห้องเรียงราย พร้อมกันนั้นยังมีแปลงทดลองพืชจีเอ็มโอ

      ดร.บาฮาเกียวตี (Dr.Bahagiawati) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพฯ ต้อนรับ พร้อมทักทาย นักวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพของไทยหลายคน อาทิ ดร.เมธินี ศรีวัฒนกุล จากสำนักวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ กรมวิชาการเกษตร และ รศ.ดร.สุพัฒน์ อรรถธรรม อาจารย์ประจำภาควิชาโรคพืช คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน โดย ดร.บาฮาเกียวตี อธิบายว่า ศูนย์วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพฯ มีงานวิจัยหลัก 2 ส่วน มีนักวิจัยที่จบระดับดอกเตอร์ด้านเทคโนโลยีชีวภาพเที่ประจำศูนย์แห่งนี้อยู่ราว 30 คน นอกจากนี้ มีระดับปริญญาโท และเจ้าหน้าที่รวมแล้วอยู่ในหลักร้อยคน ส่วนงานวิจัยหลัก 2 ส่วนที่ว่านี้ ส่วนหนึ่งเป็นงานวิจัยด้านชีวโมเลกุล เป็นงานที่ละเอียดอ่อน เน้นการสกัดและจำแนกดีเอ็นเอ (DNA) ของยีนจากพืชต่างๆ ไม่ใช่ยีนของไวรัสจากสัตว์อย่างที่เข้าใจมาต่อยีนใหม่ เพื่อพัฒนาพืชที่มีคุณสมบัติต้านทานต่อโรคของพืชแต่ละชนิดตามที่ต้องการ ล่าสุด พัฒนาให้ครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ที่ทำให้เกิดสภาพอากาศด้วย เน้นพืชจีเอ็มโอนอกจากต้านทานโรคแล้ว ต้องทนต่อสภาพที่น้ำท่วม แห้งแล้ง ทนดินเค็ม และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อีกส่วนเป็นงานวิจัยพัฒนาที่เน้นในด้านการเพาะเนื้อเยื่อของพืชแต่ละชนิดที่มาจากพืชพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ เพื่อขยายพันธุ์พืชจีเอ็มโอ ซึ่งปัจจุบันจะเน้นเรื่องพืชจีเอ็มโอลูกผสม มีหลายชนิด อาทิ ข้าว ข้าวโพด มะละกอ อ้อย พืชผักสวนครัว และพืชสมุนไพร รวมถึงการร่วมมือวิจัยพัฒนาพันธุ์ข้าวจีเอ็มโอ ที่ร่วมกับอินเดีย ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ เวียดนาม ภายใต้โครงการ "ไบโอเฟอร์ติไฟด์" (Biofertified) เป็นโครงการพัฒนาพันธุ์ข้าวจีเอ็มโอใหม่ โดยนำข้อดีของข้าวแต่ละประเทศมาวิจัยและพัฒนาในรูปข้าวจีเอ็มโอลูกผสมใหม่

      ผู้อำนวยการพัฒนาศูนยวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพฯ บอกว่า งานวิจัยพัฒนาพืชจีเอ็มโอในประเทศอินโดนีเซีย ยังอยู่ในขั้นทดลอง ทั้งในห้องแล็บและลงแปลง ที่ได้ผลเป็นรูปธรรมแล้วคือข้าว และข้าวโพด แต่ยังไม่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก เนื่องติดขัดด้านนโยบายของรัฐบาล คาดว่ารัฐบาลจะอนุญาตให้มีการปลูกในระดับแปลงของเกษตรกรได้ในไม่ช้านี้

      การบรรยายของ ดร.บายู กรีสนามุรตี (Dr.Bayu Krisnamrthi ) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ว่า ขณะนี้อินโดนีเซียได้ตระหนักถึงความมั่นคงด้านอาหารให้มีเพียงพอ เนื่องจากประชากรในอินโดนีเซียมีกว่า 200 ล้านคน เพราะพื้นที่การเกษตรน้อยลง โลกกำลังประสบปัญหาความเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ ส่งผลการผลิตอาหารจากภาคเกษตรลดน้อยลง และแม้รัฐบาลอินโดนีเซีย ยังไม่อนุญาตให้ปลูกจีเอ็มโอในแปลงเกษตรกร แต่รัฐก็ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้จนมีความพร้อมแล้ว คาดว่าอีก 1-2 ปีจะอนุญาตให้เกษตรกรปลูกในแปลงได้ แต่ต้องทำประชาพิจารณ์ก่อน

      หลังจากฟังบรรยายสรุปจาก ดร.บาฮาเกียวตีแล้ว เจ้าหน้าที่พาไปชมห้องแล็บต่างๆ เริ่มจากห้องวิจัยด้านชีวโมเลกุล ห้องเพาะเนื้อเยื่อ จนถึงการปลูกพืชในห้องทดลอง และแปลงที่ลงดิน โดยจะมีนักวิจัยแต่ละแผนกจะเป็นผู้บรรยายในแต่ละจุด

      อย่างไรก็ตาม จากการเดินชมแล้ว ดร.นิพนธ์ เอี่ยมสุภาษิต เลขาธิการสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพสัมพันธ์ หัวคณะตัวแทนของไทยที่ร่วมเดินทางสัมมนาในครั้งนี้ บอกว่า หากเทียบศูนย์เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรมและชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ของไทยแล้ว ถือว่าของเรามีความพร้อม มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยกว่า และมีนักวิจัยที่จบดอกเตอร์ด้านนี้กว่า 200 คน แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลมีนโยบายให้ระงับการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการเกษตรในระดับแปลงนา ทำให้นักวิจัยเหล่านี้กลายเป็นคนตกงาน หันไปอยู่ภาคเอกชน บางคนหันไปเป็นนักบริหาร ถือว่าเสียบุคลากรไปอย่างน่าเสียดาย

      "ที่จริงนักวิจัยบ้านเราไม่แพ้ประเทศอื่น ที่ผ่านมาเราได้พัฒนาพืชจีเอ็มไปไกลพอสมควร ทั้งมะละกอ พริก แต่มีองค์กรเอกชนคัดค้าน ทั้งที่ตอนนี้ทั่วโลกไปไกลมากแล้ว มีการอนุญาตให้ปลูกถึง 25 ประเทศ และนำเข้าผลผลิตพืชจีเอ็มโอกว่า 50 ประเทศแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้อนาคตเราตามหลังประเทศเพื่อนบ้านไม่ทันแน่นอน ถึงเวลานั้นเราจะเสียเปรียบด้านการค้าทันทีหากทั่วโลกยอมรับพืชจีเอ็มโอในอนาคต" ดร.นิพนธ์ กล่าว

      ที่มา: ดลมนัส กาเจ. เว็บไซต์คมชัดลึก. คอลัมน์ ท่องโลกเกษตร. ฉบับวันอาทิตย์ที่ 21 สิงหาคม 2554

        Items details

        • Hits: 268 clicks
        • Average hits: 33.5 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 2
        น้อยมากที่สุด