เทศกาลวิทยาศาสตร์เยาวชนเอเปก ครั้งที่ 4

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      กลุ่มสมาชิกประเทศเอเชียแปซิฟิก หรือเอเปก แสดงความเชื่อมั่นประเทศไทยมอบให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน "เทศกาลวิทยาศาสตร์เยาวชนเอเปก ครั้งที่ 4" (APEC Youth Science Festival - APYSF) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-24 สิงหาคม 2554 โดยคาดว่าจะมีเยาวชนและครูด้านวิทย์เข้าร่วมงานมากที่สุดเท่าที่เคยจัดมารวม 666 คนจาก 16 เขตเศรษฐกิจ โดยงานจะมีขึ้น ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร และภายในพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ

      หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพหลักคือ สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และสำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) ที่ร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมพันธมิตรภาครัฐและเอกชน เดินหน้าประชุมหารือเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะ การขยายความร่วมมือด้านเยาวชนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมเอเปก

      นายสมชาย เทียมบุญประเสริฐ ที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า เทศกาลวิทยาศาสตร์เยาวชนเอเปก จัดขึ้นปีนี้เป็นปีที่ 4 โดยครั้งแรกจัดขึ้นในปี พ.ศ. 2542 ที่สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 2 ที่สาธารณรัฐสิงคโปร์ และครั้งที่ 3 ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน และในปี พ.ศ. 2554 นี้จัดขึ้นที่ประเทศไทย ในฐานะที่กระทรวงวิทย์ฯ เป็นหน่วยงานหลักของประเทศไทย พ.ศ. 2554 นี้จัดขึ้นที่ประเทศไทย ในฐานะที่กระทรวงวิทย์ฯ เป็นหน่วยงานหลักของประเทศไทย ในคณะทำงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่ออุตสาหกรรมเอเปก ในกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเปก (The Industrial Science and Technology Working Group - ISTWG) ส่วนตัวงานจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ 'จากธรรมชาติสู่เทคโนโลยี - From Nature To Technology' เพื่อสร้างความตระหนักให้เยาวชนเห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งผลกระทบที่ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกฝ่ายกำลังให้ความสนใจ และคาดว่าจะมีผลกระทบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเยาวชนคือผู้ที่ต้องตระหนักรู้และเป็นกำลังสำคัญในอนาคต และคาดหวังในการก่อให้เกิดกลุ่มเครือข่ายที่มีและคาดหวังในการก่อให้เกิดกลุ่มเครือข่ายที่มีความพร้อม และไม่แตกแยกในวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เพื่อรวมตัวกันช่วยแก้ไขและป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต

      นอกจากนี้ การจัดงานเทศกาลวิทยาศาสตร์เยาวชนเอเปก ครั้งที่ 4 ยังได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการฝ่ายโครงการ และกิจกรรมในคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ให้โครงการนี้เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย" และ "พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย" เนื่องในปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบอีกด้วย

      ดร.อ้อมใจ ไทรเมฆ ผู้ช่วย ผอ.สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กล่าวว่า จากการทาบทามของทางคณะทำงานของเอเปกในการประชุมที่ประเทศเวียดนามที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ตอบรับการเป็นเจ้าภาพจัดงานเทศกาลวิทยาศาสตร์เยาวชนเอเปก ครั้งที่ 4 เนื่องจากไทยมีความพร้อมด้านสถานที่และบุคลากร และมีหน่วยงานที่เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จึงมีศักยภาพที่จะแสดงออกในเวทีระหว่างประเทศ

      รูปแบบของงานครั้งนี้มีความน่าสนใจ มีความพิเศษแตกต่างจากที่เคยจัดในปีก่อนๆ ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเพียงการนำเสนอผลงานและสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ แต่ในปีนี้ประเทศไทยได้เสริมเพิ่มเติมกิจกรรมเพื่อก่อเกิดการเรียนรู้และอยู่ร่วมกัน ลดช่องว่างของความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และกิจกรรมที่จะช่วยเสริมความรู้ที่หลากหลายมากขึ้น ได้แก่ การบรรยายพิเศษ, ค่ายวิทยาศาสตร์, ทัศนศึกษาสำหรับคุณครูเพื่อเสริมทักษะด้านการสอนวิทยาศาสตร์, การนำเสนอผลงาน, กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์

      "พิธีเปิดงานเทศกาลวิทยาศาสตร์เยาวชนเอเปก ครั้งที่ 4 อย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันที่ 21 และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและอยู่ในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้แก่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงการต่างประเทศ, สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ, องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.), สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.), สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน), สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ, สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ, สำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศ, สำนักนโยบายและแผนการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ, สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาคเอกชน อาทิ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด เป็นต้น

      สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดและติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ www.most.go.th/aysf2011

      ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์. ฉบับวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม 2554

        Items details

        • Hits: 251 clicks
        • Average hits: 31.4 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 2
        น้อยมากที่สุด