เริ่มจากเสื้อ ขยับลงเรือ
บรรดายุทโธปกรณ์ทางทหาร เกราะกันกระสุน ดูจะเป็นผลงานวิจัยที่มีความสำเร็จชัดเจนที่สุด และหนึ่งในหน่วยงานที่เพิ่งออกมาประกาศความสำเร็จในการพัฒนาแผ่นเกราะก็คือ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เอ็มเทคใช้ความพยายามหลายปีที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเกราะกันกระสุน โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวัสดุในการคัดเลือกวัสดุที่มีความเหมาะสมเพื่อใช้ทำแผ่นเกราะ งานวิจัยเริ่มต้นจากการพัฒนาองค์ความรู้เรื่องแผ่นเกราะ โดยเลือกใช้วัสดุต่างชนิดที่มีคุณสมบัติเสริมกัน พยายามลดข้อจำกัดด้านน้ำหนัก และคงประสิทธิภาพด้านการป้องกันไว้ให้ได้ รศ.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ผู้อำนวยการเอ็มเทคกล่าว
เริ่มจากเสื้อ ขยับลงเรือ
หลังจากศึกษาและทดลองความเป็นไปได้ของวัสดุชนิดต่างๆ ถึงเวลานำความรู้สู่ภาคปฏิบัติ ประเดิมด้วยโครงการวิจัยและผลิต เสื้อเกราะกันกระสุน ซึ่งส่วนประกอบสำคัญของเกราะกันกระสุนสำหรับใช้ทำเสื้อนั้น คือแผ่นกระจายแรง ผลิตจากเซรามิกชนิดพิเศษ (อะลูมินา) นำมาหุ้มประกอบกับโลหะอะลูมิเนียมและเส้นใยเคฟลาร์ที่ให้ความหนาแน่นสูง ช่วยดูดซับแรงและกักเก็บสะเก็ดไม่ให้เป็นอันตรายต่อผู้สวมใส่
เสื้อเกราะแข็งได้รับการออกแบบให้มีความโค้ง รองรับกับสรีระของคนไทย และด้วยคุณสมบัติด้านความแข็งแรงของวัสดุเซรามิค จึงสามารถทำลายหัวกระสุนที่มีความเร็วสูงให้แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ อีกทั้งทนทานต่อความชื้นและแสงแดดได้ดีกว่าเสื้อเกราะที่นำเข้าจากต่างประเทศ คุณสมบัติเหล่านี้ตอบโจทย์ที่ผู้ใช้ต้องการ
จากแผ่นเกราะสำหรับเสื้อกันกระสุน สู่การพัฒนาแผ่นเกราะสำหรับเรือลาดตระเวน เป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ท้าทายความสามารถของทีมวิจัย แต่ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ หลังจากทีมวิจัยได้ศึกษาต่อยอดจากเทคโนโลยีเดิม โดยเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานเข้าไป
แผ่นเกราะที่ใช้กันกระสุนให้กับเรือลาดตระเวน เป็นการผสมกันระหว่างแผ่นเกราะ 2 ชนิด คือ เกราะทึบผลิตจากวัสดุเซรามิกกับโลหะคอมโพสิท ที่สามารถกระจายแรง และแผ่นดูดซับแรงที่ทำจากวัสดุเส้นใยแก้ว โพลิเมอร์คอมโพสิต แผ่นเกาะอีกชนิดก็คือแผ่นเกราะใส ผลิตจากกระจกลามิเนต ช่วยให้มีน้ำหนักเบากว่าแผ่นเกราะทั่วไปถึง 20% ผู้อำนวยการเอ็มเทค กล่าว
ผลสำเร็จจากวิจัยดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะพัฒนาเทคโนโลยีเป็นของตัวเอง พร้อมกันนี้ยังได้หาแนวทางเพื่อสร้างวัสดุชนิดใหม่ที่มีความสามารถตรงตามที่ต้องการใช้งานมากที่สุด
มาตรฐานยันคุณภาพ
ในมุมของนักวิจัย แม้ผลสำเร็จของงานวิจัยจะชี้ให้เห็นว่าสามารถผลิตต้นแบบออกมาได้จริง แต่การนำไปใช้นั้นเป็นไปไม่ได้เลยหากขาดการทดสอบที่ได้มาตรฐานสากล ดร.กุลจิรา สุจิโรจน์ หัวหน้าโครงการวิจัยเสื้อเกราะกันกระสุนของเอ็มเทค กล่าว
ประสิทธิภาพการป้องกันภัยของเกราะบุคคลอยู่ภายใต้มาตรฐาน NIJ (National Institute of Justice) ของสหรัฐอเมริกา หมายความว่า แผ่นเกราะไทยที่พัฒนาขึ้นจะต้องป้องกันภัยคุกคามทางขีปนาวุธระดับ 3 และ 3A คือขีดความสามารถในการป้องกันครอบคลุมกระสุนปืนเอ็ม 185, เอ็ม 193, เอ็ม 60, ปืนเอ็ม 16, 7.62 มม., ปืนไรเฟิลตลอดจนอาวุธปืนอาก้า
ในการทดสอบมาตรฐาน ทีมวิจัยได้ดำเนินการร่วมกับกองพลาธิการและสรรพาวุธ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองเรือลำน้ำ กรมอู่ทหารเรือ ทำให้กำลังพลมั่นใจในแผ่นเกราะสัญชาติไทย
พลเรือตรีธานี ผุดผาด ผู้บัญชาการกองเรือลำน้ำ ยืนยันว่า ความปลอดภัยของกำลังพลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รวมทั้งสร้างขวัญกำลังใจให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจตรวจตราลำน้ำตามแนวชายแดน ป้องปรามยาเสพติด ลักลอบเข้าเมือง ถวายความปลอดภัยพระบรมวงศานุวงศ์
ทั้งนี้ ในอนาคตมีความเป็นไปได้ที่กลาโหมจะนำเทคโนโลยีฝีมือไทยไปใช้จริง ตลอดจนสร้างความร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มเติม เพื่อรองรับการความต้องการใช้งานสำหรับภารกิจป้องกันประเทศในอนาคต
ที่มา: จุฑารัตน์ ทิพย์นำภา. หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ. คอลัมน์: innovation. ฉบับวันอังคารที่ 15 สิงหาคม 2554
Items details
- Hits: 223 clicks
- Average hits: 27.9 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



