เปิดตัว 'มายา ยาสูบ' รู้เท่าทันเล่ห์ภัยบุหรี่

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      หนังสือ "มายา ยาสูบ" ถือเป็นหนังสือที่น่าสนใจที่เกี่ยวข้องกับการรณรงค์ให้คนเลิกบุหรี่ ไล่เรียงไปตั้งแต่เยาวชนจนถึงผู้ใหญ่ ผู้อ่านจะได้รับทราบถึงโทษภัย รวมทั้งแนวทางละเลิกยาเสพติดชนิดนี้ ซึ่งไม่ได้เป็นภัยเฉพาะตัวผู้เสพ แต่ยังส่งผลให้คนรอบข้างมารับกรรมด้วย

      ดร.พญ.รัศมี สังข์ทอง ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ จบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำหน่วยระบาดวิทยา คณะมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำหน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ เล่าถึงแรงบันดาลใจในการเขียนหนังสือว่า เมื่อกลางปี พ.ศ.2552 ได้รับการติดต่อจาก ดร.ศิริวรรณ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดตั้งกลุ่มศึกษานโยบายการควบคุมยาสูบด้านระบาดศึกษานโยบายการควบคุมยาสูบด้านระบาดวิทยา เพื่อเป็นแกนในการพัฒนานักวิจัยที่สนใจทำวิจัยในการควบคุมยาสูบภาคใต้ ช่วงเวลาดังกล่าวจึงได้มีโอกาสศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับยาสูบเป็นจำนวนมาก ประกอบกับโดยส่วนตัวสนใจด้านการป้องกันและควบคุมยาสูบในเยาวชน จึงเห็นว่าเป็นโอกาสที่ดีในการจัดทำหนังสือเพื่อให้ความรู้กับเยาวชน ซึ่งหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่พบเห็นกันทั่วไปจะเป็นตำราวิชาการ จึงนำมาทำเป็นฉบับที่อ่านง่าย ให้เด็กและเยาวชนอ่านกันได้ทุกกลุ่ม ง่าย ให้เด็กและเยาวชนอ่านกันได้ทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน นักศึกษา เยาวชน ผู้ปกครอง ครูผู้สนใจทั่วไป ทั้งผู้สูบและไม่สูบบุหรี่

      ดร.พญ.รัศมีบอกว่า ความน่าสนใจอยู่ที่ความหลากหลายของเนื้อหา นำเสนอโดยใช้ภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน และสอดแทรกแง่คิดในการให้ผู้อ่านได้รู้เท่าทันพิษภัยบุหรี่หรือยาสูบ

      "ถ้ามีคนอ่านแล้วทำให้เกิดภูมิต้าน ทานต่อบุหรี่หรือสิ่งเสพติดอื่นๆ เปลี่ยนใจ ไม่ลอง หรือเลิกบุหรี่ได้ ก็นับว่าเกิดประ โยชน์แล้ว และเรื่องนี้ผู้ใหญ่ควรเป็นแบบอย่างที่ดี ร่วมกันสร้างเยาวชนรุ่นใหม่ไม่สนใจบุหรี่และสารเสพติดอื่นๆ เพราะบุหรี่เป็นศัตรูต่อสุขภาพ เราสามารถมีชีวิตอยู่ได้เป็นอย่างดีโดยไม่ต้องพึ่งพาบุหรี่ และอย่าประมาทว่าตนเองจะไม่ติด

      บริษัทบุหรี่มีมายามากมายที่จะทำให้เราให้ตกหลุมพราง เมื่อเริ่มลอง ในที่สุดก็ติด ดังนั้นเยาวชนต้องเข้มแข็งทั้งกายและใจ" ดร.พญ.รัศมีกล่าว และว่า สำหรับมุมมองการควบคุมยาสูบในเยาวชนในยุคปัจจุบันนั้น คนยังไม่มีคุณธรรมสูงพอที่จะเลิกค้าขายบุหรี่ ผู้เสพตกเป็นเหยื่อ ส่วนกฎหมายเป็นตัวช่วยที่ไม่ได้ผลเท่าที่ควร การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายยังมีมาก ถ้าการการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายยังมีมาก ถ้าการควบคุมยาสูบผลักดันสังคมให้ปฏิเสธบุหรี่ได้ และสร้างทางเลือกที่ดี มีประโยชน์ให้เยาวชน เยาวชนจะค่อยๆ เปลี่ยนแนวคิดและทัศนคติ มีทางเลือกให้ชีวิตมากขึ้น

      ปัญหายาสูบเป็นปัญหาหนึ่งเช่นเดียวกับปัญหาสารเสพติดอื่นๆ ที่สะท้อนความอ่อนแอของสังคม และนับวันปัญหาด้านจิตใจ อารมณ์ สังคมในเยาวชนก็มากขึ้น เนื่องจากสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป มีความเครียด การแข่งขัน ความสัมพันธ์ในครอบครัวลดลง จึงเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องการความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่จะทำงานด้านนี้ร่วมกัน

      ในเรื่องเกี่ยวกับยาสูบ ดร.พญ.รัศมีบอกว่า เพิ่งเขียนบทความวิชาการเรื่องสถานการณ์ปัจจุบัน และความท้าทายในอนาคตของการควบคุมยาสูบในประเทศไทย ซึ่งจะตีพิมพ์ในวารสาร  Tobacco  Control และเพิ่งทำงานวิจัยเรื่องพฤติกรรมและปัจจัยเกี่ยวข้องกับการบริโภคยาสูบผิดกฎ หมายในจังหวัดติดชายแดนภาคใต้เสร็จ และขณะนี้กำลังวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับยาสูบที่ได้จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ และสำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทยอย่างจริงจัง

      ตอนนี้ ดร.พญ.รัศมีเป็นนักวิจัยของหน่วยระบาดวิทยา ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทค ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทค โนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นำโดย ศ.ดร.นพ.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ หัวหน้าหน่วยระบาดวิทยา เพื่อทำงานด้านระบาดวิทยา เพื่อแก้ปัญหาสุขภาพภาคใต้

      โดยการทำงานด้านการควบคุมยาสูบเป็นหนึ่งประเด็นในนั้น และจะทำงานด้านนี้ต่อไปโดยเน้นในเรื่องของเยาวชนให้มากขึ้น เพราะเป็นทรัพยากรสำคัญ และหากมีโอกาสก็จะขยายงานในเรื่องการรักษาโรคติดบุหรี่ร่วมด้วย

      ทางด้าน ทพ.ญ.ดร.ศิริวรรณ พิทยรังสฤษฏ์ ผู้อำนวยการ ศจย. ในฐานะเป็นผู้ริเริ่มการจัดตั้งกลุ่มศึกษานโยบายควบคุมยาสูบ ด้านระบาดวิทยา และจุดประกายความร่วมมือระหว่าง ศจย. และหน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

      ทพ.ญ.ดร.ศิริวรรณเล่าถึงความเป็นมาของการสนับสนุนให้มีการจัดทำหนังสือ "มายา ยาสูบ" ขึ้นว่า ในฐานะที่ ศจย.เป็นศูนย์กลางสนับสนุนงานวิจัย บริการวิชาการ และสื่อสารข้อมูลวิชาการสู่สาธารณะเพื่อการควบคุมยาสูบของประเทศไทย เห็นว่าคุณหมอรัศมีได้ทบทวนองค์ความรู้ที่มีประโยชน์เกี่ยวกับยาสูบได้ระยะหนึ่ง และความรู้ดังกล่าวน่าสนใจ จึงเห็นเป็นโอกาสที่ดีที่จะรวบรวมเป็นหนังสือที่มีความรู้ต่อสัง คมเกิดขึ้น

      "ศจย.ได้ร่วมกับ สสส. และทาง สวทช. จัดพิมพ์หนังสือเล่มนี้ขึ้น โดยได้มอบหนังสือให้กับทางกระทรวงศึกษาธิการจำนวน 3,000 เล่ม ไปแล้วเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ทางกระทรวงนำไปแจกจ่ายและจัดสรรไว้ในห้องสมุดของโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ให้มีโอกาสได้อ่านกันทั่วถึง นอกจากนี้ ถ้าท่านใดสนใจสามารถเข้าไปอ่านแบบออนไลน์ที่เว็บไซต์ของ ศจย. www.trc.or.th"

      ผู้อำนวยการ ศจย. เล่าถึงความรุน แรงของการระบาดของยาสูบในเยาวชนว่า ถ้าพูดถึงตัวเลขอัตราการสูบบุหรี่ของเยาว ชนไทยในกลุ่มนักเรียน อายุ 13-15 ปี พบชนไทยในกลุ่มนักเรียน อายุ 13-15 ปี พบว่า ในปี พ.ศ.2552 สูงถึง 11.7% (เพศชาย 20.1% เพศหญิง 3.8%) และในกลุ่มเยาวชนอายุ 15-18 ปี และ 19-24 ปี มีแนวโน้มสูบบุหรี่สูงขึ้น  กล่าวคือ เยาวชนอายุ 15 อายุ 15-18 ปี และ 19-24 ปี มีแนวโน้มสูบบุหรี่สูงขึ้น  กล่าวคือ เยาวชนอายุ 15 -18 ปี เพิ่มจากปี พ.ศ.2550 คือ 7.25% เป็น 7.62% ในปี พ.ศ.2552 และอายุ 19-24 ปี เพิ่มจาก 21.2% เป็น 22.1% เมื่อแยกตาม7.62% ในปี พ.ศ.2552 และอายุ 19-24 ปี เพิ่มจาก 21.2% เป็น 22.1% เมื่อแยกตามเพศ อายุ และรายภาค พบว่า ในปี พ.ศ.2552 อัตราการสูบบุหรี่ในเพศชายกลุ่มอายุ 2552 อัตราการสูบบุหรี่ในเพศชายกลุ่มอายุ 19-24 ปี สูงที่สุดในภาคใต้และภาคอีสาน (51.07% และ 50.75% ตามลำดับ)

      ด้วยเหตุนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องร่วมกันเฝ้าระวังและลดอัตราการสูบบุหรี่ลงให้ได้ สิ่งที่ ศจย.อยากจะเน้น คือ การป้องกันมิให้เกิดนักสูบหน้าใหม่ และการชะลออายุที่เยาวชนเริ่มสูบบุหรี่มวนแรกให้สูงขึ้น

      "ตอนนี้เรามีมติของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 3 เรื่องมาตรการในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพด้านยาสูบ โดยสมัชชาได้รับรองมติให้ภาคีร่วมกันขับเคลื่อนการควบคุมยาสูบ ซึ่งมีเรื่องเกี่ยวกับการควบคุมยาสูบในสถานศึกษา อาทิ การให้กระทรวงศึกษาธิการบรรจุเรื่องโรคที่เกี่ยวกับบุหรี่เข้าไปในหลักสูตรการเรียนการสอน และให้หน่วยงานที่มีสถานศึกษาในสังกัดทั้งภาครัฐและเอกชนดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาสูบในสถานศึกษาด้วย"

      "ศจย.หวังว่าหนังสือมายา ยาสูบ ที่จัดทำขึ้น จะทำให้เยาวชน ผู้ปกครอง และประชาชนได้รู้เท่าทันเล่ห์ภัยยาสูบ รวมถึงอาจเป็นหนังสือที่มีคุณค่าเล่มหนึ่งที่ใช้สามารถช่วยในการควบคุมยาสูบในสถานศึกษา และยังตอบสนองต่อมติสมัชชาสุข ภาพแห่งชาติด้วย" ผู้อำนวยการ ศจย.ระบุ

      ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2554

        Items details

        • Hits: 273 clicks
        • Average hits: 34.1 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 2
        น้อยมากที่สุด