กรดน้ำมะพร้าวหมักเพิ่มคุณภาพยางพารา

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      นักวิทย์รุ่นเยาว์จากโครงการ JSTP พบ "น้ำมะพร้าวหมัก" มีประสิทธิภาพช่วยน้ำยางพาราจับตัวเร็วกว่าการใช้กรดแอซิติก (กรดน้ำส้ม) ถึง 8 เท่า เผยแผ่นยางพาราดิบที่ได้มีคุณภาพดี เหมาะต่ออุตสาหกรรมยางพาราในครัวเรือน เสนอเป็นทางเลือกใหม่ใช้สารจากธรรมชาติ ลดการใช้สารเคมี เพื่อสุขภาพที่ดีของเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม

      น.ส.ศรีสุดา โรจน์เสถียร นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี และเยาวชนโครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน (Junior Science Talent Project : JSTP) สวทช. เปิดเผยว่า ยางพาราเป็นวัตถุดิบทางการเกษตรที่ทำรายได้ให้แก่ประเทศไทยปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งในขั้นตอนการผลิตยางแผ่นดิบจะต้องมีการนำน้ำยางพารามาผสมกับสารละลายกรด เช่น กรดฟอร์มิก หรือกรดแอซิติก (กรดน้ำส้ม) เพื่อให้เนื้อยางจับตัวกันเป็นก้อนก่อนนำไปขึ้นรูปเป็นยางแผ่น แต่ด้วยสารละลายกรดเป็นสารเคมีที่นอกจากจะมีราคาแพงแล้ว การที่เกษตรกรสัมผัสสารละลายกรดบ่อยครั้งอาจมีผลเสียต่อสุขภาพได้ในอนาคต จึงทำให้เกิดความสนใจศึกษาหาสารจากธรรมชาติที่มีคุณสมบัติเป็นกรด มาช่วยในการจับตัวของน้ำยางพาราแทนสารเคมี

      เมื่อลองหาวัตถุดิบในภาคใต้พบว่า พื้นที่เกษตรกรรมส่วนใหญ่นอกจากเป็นสวนยางพาราแล้ว ชาวบ้านมักปลูกสวนมะพร้าวในบริเวณใกล้เคียงกันด้วย โดยส่วนใหญ่จะเน้นขายเนื้อมะพร้าวและทิ้งน้ำมะพร้าวไว้ เพราะขายไม่ได้ราคา น้ำมะพร้าวที่เหลือทิ้งบางส่วน ชาวบ้านจะนำมาใช้ถนอมอาหารด้วยการดองผักตามภูมิปัญญาดั้งเดิม เช่น ผักเสี้ยนดอง ซึ่งจะมีรสเปรี้ยว

      เนื่องจากปกติสารที่มีรสเปรี้ยวมักมีสมบัติเป็นกรด จึงตั้งสมมุติฐานว่า หากนำน้ำมะพร้าวมาหมักก็จะมีฤทธิ์เป็นกรด และอาจนำมาใช้แทนสารเคมีในกระบวนการผลิตแผ่นยางดิบได้ จุดเริ่มต้นของการทำงานวิจัยเรื่อง "ผลของน้ำมะพร้าวหมักและกรดแอซิติกต่อการจับตัวของยางพาราในการผลิตยางแผ่นดิบ" โดยมี น.ส.คณิตา สุขเจริญ อาจารย์โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เพชรบุรี เป็นที่ปรึกษา และนางฉวีวรรณ คงแก้ว นักวิจัยจากศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. เป็นนักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง

      น.ส.ศรีสุดากล่าวว่า ในงานวิจัยได้ทดลองนำน้ำมะพร้าวหมักผสมกับน้ำยางพาราในภาชนะขนาด 5x10x16 ลูกบาศก์เซนติเมตร พบเนื้อยางพารามีการจับตัวกันได้ดี จึงทำการทดลองต่อในภาชนะขนาด 8x20x35 ลูกบาศก์เซนติเมตร ซึ่งเป็นภาชนะมาตรฐาน โดยศึกษาหาอัตราส่วนของน้ำมะพร้าวหมัก (น้ำมะพร้าวต่อน้ำตาล) และอัตราส่วนการผสมของน้ำมะพร้าวหมักต่อน้ำยางพารา ว่าอัตราส่วนใดที่จะมีผลให้เนื้อยางพาราจับตัวได้ดีและใช้เวลาน้อยที่สุด

      ผลการทดลองพบว่า อัตราส่วนของน้ำมะพร้าวหมักที่ช่วยให้น้ำยางพาราจับตัวกันดีที่สุดคือ นำมะพร้าว 16 ส่วนต่อน้ำตาล 1 ส่วน ระยะเวลาการหมัก 22 วัน มีผลให้น้ำยางพาราจับตัวกันอย่างสมบูรณ์ได้เร็วเฉลี่ย 18 นาที แผ่นยางที่ได้มีคุณภาพดี มีสีเหลืองอมน้ำตาลอ่อนสม่ำเสมอทั้งแผ่น

      ส่วนอัตราส่วนของน้ำมะพร้าวหมักผสมกับน้ำยางพารา พบว่า อัตราส่วนน้ำยางพารา:น้ำมะพร้าวหมัก:น้ำ ที่ใช้ทดลองทั้งสามแบบ คือ 4:2:1, 4:1.5:2, และ 4:2:2 นั้น ช่วยให้น้ำยางพาราจับตัวได้ดีในเวลาที่ไม่ต่างกันมากนัก จึงใช้ได้ทุกอัตราส่วน โดยพิจารณาตามความเหมาะสม

      นอกจากนี้ ในงานวิจัยยังได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบการจับตัวของน้ำยางพาราที่ใช้น้ำมะพร้าว และกรดแอซิติก ที่มีการควบคุมค่าความเป็นกรด-เบส หรือค่า pH ให้เท่ากัน พบว่า น้ำมะพร้าวหมักที่อัตราส่วน 16:1 (น้ำมะพร้าวต่อน้ำตาล) ช่วยให้น้ำยางพาราจับตัวได้เร็วกว่าการใช้กรดแอซิติกถึง 8.11 เท่า และเมื่อนำยางแผ่นที่ได้จากน้ำมะพร้าวหมักไปทดสอบคุณภาพกับสถาบันวิจัยยางพารา กรมวิชาการเกษตร พบว่า ยางแผ่นที่ได้มีคุณภาพใกล้เคียงกัน ทั้งในส่วนของสี (Lovibond scale) ที่ได้ ค่าความอ่อนตัวแรกเริ่ม ปริมาณไนโตรเจน สิ่งระเหย และเถ้ามีค่าใกล้เคียงกัน

      น.ส.ศรีสุดากล่าวว่า ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่าน้ำมะพร้าวหมักช่วยให้น้ำยางพาราจับตัวได้ดี และแผ่นยางที่ได้มีคุณภาพใกล้เคียงกับการใช้กรดแอซิติก ซึ่งเกษตรกรสามารถนำไปทดลองใช้ได้ เพียงแต่ในเบื้องต้นยังเหมาะต่อการนำไปใช้ในอุตสาหกรรมครัวเรือนเท่านั้น ส่วนแผนงานวิจัยต่อจากนี้จะมีการศึกษาว่า สารชนิดใดในน้ำมะพร้าวที่ช่วยให้น้ำยางพาราจับตัวดี เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาไปสู่การนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมยางพาราขนาดใหญ่ในอนาคต

      อย่างไรก็ตาม หวังเป็นอย่างยิ่งว่า "น้ำมะพร้าวหมัก" จะเป็นสารจับตัวของน้ำยางพาราทางเลือกใหม่ เพราะนอกจากจะมีผลดีต่อสุขภาพเกษตรกรและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มมูลค่าน้ำมะพร้าวที่ถูกทิ้งไว้อย่างน่าเสียดายด้วย.

      ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันอังคารที่ 2 สิงหาคม 2554

        Items details

        • Hits: 635 clicks
        • Average hits: 79.4 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 2
        น้อยมากที่สุด