พริกขี้หนูอวกาศ
สวทช.เปิดโอกาสให้นักเรียนมัธยมทดลองปลูกเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูที่ส่งไปโคจรในอวกาศกับจรวดขนสัมภาระของญี่ปุ่นและกลับสู่พื้นโลกพร้อมกระสวยอวกาศของนาซา
สวทช.เปิดโอกาสนักเรียนมัธยมทดลองปลูกเมล็ดพันธุ์ "พริกขี้หนู" โคจรอวกาศ หลังองค์การอวกาศญี่ปุ่นนำขึ้นไปพร้อมกับจรวดโคจรรอบโลกนานกว่า 4 เดือน ล่าสุดกลับลงสู่พื้นโลกแล้ว เตรียมนำเมล็ดพันธุ์ไปใช้ประโยชน์ศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ อนาคตหวังส่งเมล็ดพันธุ์ข้าวไทยขึ้นไปอวกาศเช่นกัน
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) แจ้งว่า ขณะนี้ได้เปิดให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศเข้าร่วมโครงงานวิทยาศาสตร์เพาะปลูกเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูของไทยที่ขึ้นไปสู่อวกาศโคจรรอบโลกเป็นระยะเวลานานกว่า 4 เดือน หลังจากที่ สวทช.ส่งเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูให้องค์การอวกาศญี่ปุ่น หรือแจ็กซา (JAXA) ลำเลียงขึ้นสู่อวกาศพร้อมกับจรวดเอชทีวี 2 ซึ่งเป็นจรวดขนส่งสัมภาระตั้งแต่วันที่ 22 มกราคม 2554 และเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูไทยได้เดินทางกลับสู่พื้นโลกพร้อมกับกระสวยอวกาศเอนเดฟเวอร์ขององค์การบริหารการบินอวกาศสหรัฐอเมริกา หรือนาซา เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2554 ขณะนี้ สวทช.เตรียมแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ที่ส่งขึ้นไปอวกาศโคจรรอบโลกให้นักเรียนนำไปทดลองเพาะปลูกเปรียบเทียบกับเมล็ดพันธุ์ทั่วไป
ดร.สวัสดิ์ ตันติพันธุ์วดี หัวหน้าโครงการเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูโคจรรอบโลก สวทช. เปิดเผยว่า ความเป็นมาของโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากเมื่อปลายปี 2553 องค์การอวกาศญี่ปุ่นแจ้งว่าจะมีการส่งจรวดขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติของญี่ปุ่นในช่วงเดือนมกราคม 2554 และยังมีพื้นที่ว่างให้ขนส่งสัมภาระต่างๆ ขึ้นไปได้เพิ่มเติม จึงอยากให้ประเทศไทยมีส่วนร่วมโดยเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์พร้อมกับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งมี 4 ประเทศที่เข้าร่วมโครงการส่งเมล็ดพันธุ์พืชขึ้นไปอวกาศประกอบด้วยไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย สำหรับเมล็ดพันธุ์พริกนั้นตนซื้อจากตลาดรังสิต เพราะเห็นว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของบ้านเรา
จริงๆ แล้วผมอยากส่งเมล็ดพันธุ์ข้าวขึ้นไปอวกาศ แต่ติดปัญหาข้อกฎหมายไทยที่ห้ามนำส่งเมล็ดพันธุ์ข้าวออกนอกประเทศ และคิดว่าอยากจะส่งเมล็ดทุเรียนไป แต่ก็มีน้ำหนักมาก จึงเลือกเมล็ดพันธุ์ที่หาง่ายและไม่ผิดกฎหมาย การมีส่วนร่วมกับโครงการสำรวจอวกาศครั้งนี้นับเป็นครั้งแรก ในอนาคตเตรียมที่จะทำเรื่องขออนุญาตนำส่งเมล็ดพันธุ์ข้าวขึ้นไปอวกาศเป็นกรณีพิเศษสำหรับการศึกษาวิจัย" ดร.สวัสดิ์เผย
สาเหตุที่องค์การอวกาศญี่ปุ่นติดต่อให้ไทยส่งเมล็ดพันธุ์ขึ้นไปพร้อมจรวดขนส่งสัมภาระนั้น เนื่องจากการส่งจรวดต้องเป็นไปตามน้ำหนักที่กำหนดไว้พอดี จะส่งสัมภาระด้วยน้ำหนักที่น้อยกว่าหรือมากกว่าที่กำหนดไม่ได้ และยังเหลือพื้นที่ว่างอยู่ จึงประสานให้ไทยรับสิทธิในการส่งเมล็ดพันธุ์ไม่เกิน 100 กรัมเช่นเดียวกับ 3 ประเทศในอาเซียน โดยองค์การอวกาศญี่ปุ่นได้ส่งถุงพลาสติกสำหรับบรรจุเมล็ดพันธุ์ ซึ่งสามารถกักเก็บก๊าซไว้ได้ เนื่องจากหากมีก๊าซออกไปปนอากาศในสถานีอวกาศจะทำให้มนุษย์อวกาศเสียชีวิตได้
หัวหน้าโครงการส่งเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูขึ้นไปอวกาศ กล่าวว่า ต้องการแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์พริกขี้หนูที่ขึ้นไปโคจรในอวกาศนี้ให้แก่นักเรียนระดับมัธยม เพื่อนำไปทดลองปลูกเปรียบเทียบกับเมล็ดพันธุ์ที่ไม่ได้ส่งขึ้นไปอวกาศ นักเรียนที่สนใจต้องส่งข้อเสนอทำโครงงานวิทยาศาสตร์และพร้อมอธิบายแผนการทดลองมายังโครงการแจ็กซา ฝ่ายบริหารค่ายวิทยาศาสตร์ ส่วนการกระจายเมล็ดพันธุ์พริกขึ้นอยู่จำนวนโครงการที่นักเรียนสมัคร โดยจะแบ่งจำนวนในปริมาณเท่าๆ กัน คาดว่าจะแจกให้โครงการละ 10 เมล็ดพันธุ์ นักเรียนที่รับเมล็ดพันธุ์ไปทดลองจะมีเวลาดำเนินการทั้งหมด 6 เดือน จากนั้นต้องเขียนรายงานสรุปผลการทดลองให้แก่ สวทช.
"ถ้าเราแจกเฉย ๆ ก็อาจจะมีการนำไปขายหรือเก็บไว้โดยเปล่าประโยชน์ จึงอยากให้เสนอเป็นโครงงานวิทยาศาสตร์เข้ามา" นักเรียนที่สนใจสามารถรวมกลุ่มกันไม่เกิน 4 คนและมีอาจารย์ที่ปรึกษา 1 คน โดยเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ โทร.0 2564 7000 ต่อ 77213, 77209
ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 13 กรกฎาคม 2554
Items details
- Hits: 645 clicks
- Average hits: 64.5 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



