กระทรวงวิทย์ฯ แก้วิกฤตท่องเที่ยว ดันไอทีช่วยโรงแรม 1-3 ดาว
กรุงเทพฯ 9 มิถุนายน 2552 : ดร. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า จากสภาพปัญหาธุรกิจท่องเที่ยวของไทยตกต่ำลงจากปัญหาเศรษฐกิจโลกโดยรวม ส่งผลกระทบต่อกลุ่มโรงแรมขนาดเล็กของไทยอย่างรุนแรง รัฐบาลโดยกระทรวงวิทย์ฯ จึงได้กำหนดแผนการช่วยเหลือ ด้วยการเร่งสร้างระบบการตลาดออนไลน์ให้กับโรงแรมขนาด 1-3 ดาว ที่มีความเสี่ยงในทางธุรกิจที่สูงในขณะนี้ คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% ในปีแรก และจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปีต่อๆ ไป
“โครงการนี้เกิดจากการความต้องการของทางสมาคมโรงแรมไทย ที่ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาให้ความช่วยเหลือโรงแรมระดับ 1-3 ดาวโดยเร่งด่วนและเป็นรูปธรรม โดยต้องการให้โรงแรมขนาดเล็กที่ยังไม่มีเว็บไซต์ หรือมีแต่ยังไม่สามารถใช้เว็บไซต์ที่มีอยู่เป็นเครื่องมือทางการตลาดบนโลก อินเทอร์เน็ตเพื่อตอบสนองหรือรองรับต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยน ไปในปัจจุบันได้ ขณะที่กระทรวงวิทย์ฯ ได้เคยจัดทำโครงการฯ เพื่อถ่ายทอดความรู้ในเรื่องการทำการตลาดออนไลน์ หรือ e-marketing ให้แก่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวมมาแล้วในปี 2551 ดังนั้น ในโครงการฯ นี้ จะสามารถปรับแผนงานเพื่อรองรับเฉพาะกลุ่มโรงแรมขนาดเล็กได้ทันที” ดร. คุณหญิงกัลยา กล่าวและว่า
เป้าหมายของกระทรวงวิทย์ฯ คือ ทำให้โรงแรมระดับ 1-3 ดาว ทั้ง 300 ที่เข้าร่วมโครงการฯ มีเว็บไซต์ที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บฯ และสามารถเปลี่ยนผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้เป็นลูกค้าได้ในที่สุด โดยจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีความรู้ความเข้าใจ และทำการพัฒนาศักยภาพของการทำธุรกิจบนอินเตอร์เน็ท ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่าย และจะสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองต่อไป
และที่สำคัญ คือ ยังจะช่วยลดจำนวนการเลิกจ้างพนักงานที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากจำนวนลูกค้าที่ลดลง โดยมีการคาดการณ์แล้วว่า ตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมามีการให้พนักงานในธุรกิจโรงแรมและที่พักออกจากงาน เดือนละประมาณ 10,000 คน ซึ่ง กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือ กลุ่มที่พักขนาดเล็ก เนื่องจากกลุ่มโรงแรมขนาดใหญ่สามารถส่งพนักงานของตนไปยังภูมิภาคอื่นที่ ธุรกิจยังไปได้ดี และต้องการกำลังคนได้ คาดว่าการปรับเปลี่ยนกำลังคนที่กำลังจะถูกปลดให้มาเพิ่มความรู้และทักษะด้าน e-marketing จะช่วยให้โรงแรมที่พักระดับนี้สามารถปรับตัวเพื่อรองรับการท่องเที่ยว แบบออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบันโรงแรมที่พักของไทยตั้งแต่ระดับ 4 ดาวมีการปรับระบบเอเย่นต์ การจำหน่ายห้องพัก จากเดิมที่กว่า 80% จะผ่านตัวแทนจำหน่ายจากทุกระดับ แต่หลังจากที่มีการขายผ่านออนไลน์ โรงแรมสามารถขายที่พักตรงให้กับลูกค้าทั่วโลกได้มากถึง 40% ทำให้โรงแรมที่พักของไทยมีส่วนแบ่งกำไรที่มากขึ้น และยังมีแนวโน้มว่าสัดส่วนนี้จะเพิ่มมากขึ้นเป็น 60% ในอนาคตอันใกล้ ซึ่งหมายความว่าความนิยมในการจองห้องพักผ่านทางออนไลน์จากลูกค้าโดยตรงจะ เพิ่มในอัตราที่สูงขึ้นในอนาคต กระทรวงวิทย์ฯ คาดการณ์ว่าหลังจากที่โครงการนี้สิ้นสุดลง จะทำให้สัดส่วนยอดจองโรงแรมผ่านระบบออนไลน์ในไทยจะมีปริมาณที่สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนไทยที่หันมาเที่ยวไทยและนิยมค้นหาที่พักราคา ไม่แพงผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ของที่พัก 1-3 ดาว
“ที่ผ่านมาแม้กระทรวงวิทย์ฯ จะเคยเข้ามาช่วยเหลือด้าน e-marketing ให้กับธุรกิจท่องเที่ยว แต่ครั้งนี้สิ่งที่ปรับเปลี่ยนคือ รายละเอียดทุกอย่างจะมุ่งเน้นเฉพาะโรงแรมระดับ 1-3 ดาว ซึ่งมีลักษณะเฉพาะแตกต่างจากธุรกิจโรงแรมทั่วไป” ดร. คุณหญิงกัลยา กล่าว
รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือสวทช. เปิดเผยว่า หน่วยงานหลักที่ดูแลโครงการนี้โดยตรงคือ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือ NECTEC และ เขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย หรือซอฟต์แวร์พาร์ค ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี โดยใช้งบประมาณในการสนับสนุนกิจกรรมเบื้องต้น 5 ล้านบาท สำหรับโรงแรมระดับ 1-3 ดาวจำนวน 300 ราย ซึ่งทางสมาคมโรงแรมไทยจะเป็นหน่วยงานที่ทำการคัดเลือกและรับสมัครโดยไม่ จำกัดว่าจะต้องเป็นสมาชิกของสมาคม
การจัดทำโครงการในครั้งนี้ กลุ่มเป้าหมายคือ โรงแรมและที่พักระดับ 1-3 ดาว ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือ กลุ่มที่ยังไม่มีเว็บไซต์ จำนวน 100 ราย และกลุ่มที่มีเว็บไซต์แล้วจำนวน 200 ราย ในกลุ่มแรกจะมีการจัดทำเว็บไซต์ จด Domain Name พร้อมบริการ Hosting สำหรับปีแรก โดยทางซอฟต์แวร์พาร์คจะจัดหาบริษัทซอฟต์แวร์ที่จัดทำเว็บไซต์ หรือ มีบริการเว็บสำเร็จรูปเข้ามาให้บริการ โดยจัดอบรมการทำเว็บไซต์ 2 วัน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถจัดทำเว็บไซต์, นำเข้าข้อมูลและรูปภาพของโรงแรมขึ้นบนเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง ซึ่งโครงการฯ จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมดรายละ 5,000 บาทในปีแรก
ส่วนกลุ่มที่สอง คือกลุ่มที่มีเว็บไซต์อยู่แล้ว โครงการจะจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “กลยุทธ์การทำการตลาดออนไลน์ (e-Marketing Workshop) โดยเริ่มตั้งแต่การให้ผู้เชี่ยวชาญมาวิเคราะห์เว็บไซต์เดิมของผู้ประกอบการ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ e-Marketing 3 วัน จากนั้นจะมีการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญ (Web Clinic) และติดตามประเมินผลแต่ละราย รวมถึงจะมี Call Center เพื่อให้บริการตอบคำถามและแก้ไขปัญหาการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 3 เดือนตลอดระยะเวลาโครงการ
สำหรับพื้นที่ดำเนินการในโครงการนี้ จะครอบคลุมทั่วประเทศใน 7 จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญคือ กรุงเทพฯ, ชลบุรี (พัทยา), เชียงใหม่, เชียงราย, ประจวบคีรีขันธ์ (ชะอำ-หัวหิน), ภูเก็ต, สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) ซึ่งจะเริ่มอบรมในระหว่างเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2552 โดยผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการฯ จะต้องชำระค่ามัดจำจำนวน 5,000 บาท ต่อราย และจะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนเมื่อเข้าร่วมกิจกรรมครบตามเงื่อนไข ซึ่งผู้ประกอบการสามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมอบรมได้รายละ 2 คนต่อหลักสูตร
“แนวทางการส่งเสริมเรื่อง e-marketing ของโครงการนี้ ได้ถูกวางไว้เป็นลำดับขั้นอย่างชัดเจน โดยในกิจกรรมที่จะดำเนินการในช่วงแรกนี้คือการทำให้มีเว็บไซต์ และเรียนรู้วิถีการทำการตลาดออนไลน์ (e-Marketing) เพื่อให้สามาถนำไปใช้ได้จริง ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจบนโลกอินเทอร์เน็ต จากนั้นผู้ประกอบการจะสามารถนำเว็บไซต์ของตนเองเชื่อมต่อไปยัง Travel/Hotel Web Portal อื่นๆ เพื่อขยายช่องทางในการทำการตลาดและเข้าสู่กลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้น และเมื่อมีความพร้อมก็จะสามารถเพิ่มฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ บนเว็บไซต์ ที่จำเป็นต่อการเป็น e-hotel เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการแก่ลูกค้าได้ต่อไป อาทิ ระบบ On-Line Booking, On-Line Payment, Hotel Management System ซึ่งโครงการนี้ จะเป็นโครงการนำร่องที่เป็นรูปธรรมและเห็นผลได้ภายใน 7 เดือน โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม 1-3 ดาวเป็นหลัก การขยายผลโครงการสามารถทำได้ในอนาคต โดยจะร่วมมือกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องต่อไป” รศ.ดร.ศักรินทร์ กล่าว
นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร อุปนายกสมาคมโรงแรมไทย เปิดเผยว่า ปัญหาของธุรกิจโรงแรมในขณะนี้ถือว่าเป็นวิกฤตขั้นรุนแรง โดยทางสมาคมเชื่อว่าการใช้ความสามารถของเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเข้าสู่การทำ การตลาดออนไลน์ ถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่จะเข้ามาแก้ปัญหาที่ เกิดขึ้นในปัจจุบัน สิ่งที่จะเป็นประโยชน์จากโครงการที่ทางกระทรวงวิทย์ฯ ได้เข้ามาช่วยในครั้งนี้ คือการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดอย่างเป็นรูปธรรม การเข้าใจและรู้วิธีการทำการตลาดออนไลน์ จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าและขยายช่องทางการตลาดได้เป็น อย่างมาก ซึ่งถือเป็นการช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มเป้าหมายซึ่ง เป็นโรงแรมระดับ 1-3 ดาว ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางการตลาด และที่สำคัญคือทำให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองต่อไปในอนาคต
ส่วนการต่อยอดโครงการนี้ ทางสมาคมได้เร่งจัดทำระบบจองที่พักผ่านทางอินเทอร์เน็ต และระบบจ่ายเงินทางอินเทอร์เน็ต ที่จะสามารถเชื่อมโยงเข้ากับเว็บไซต์ของโรงแรมต่างๆ โดยเฉพาะโรงแรมขนาดเล็กที่ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายลงทุนสร้างระบบใหม่ ดังนั้นการที่มีเว็บไซต์ของโรงแรมทั้งหลายมาต่อเชื่อม จะยิ่งทำให้การจองที่พักด้วยระบบออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้น และส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยรวมได้
นายพนม กะรีบุตร ผู้อำนวยการ สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท. เปิดเผยว่า การช่วยเหลือผู้ประกอบการห้องพักโรงแรม 1-3 ดาวครั้งนี้ ทางททท. ได้เข้าร่วมสนับสนุนโดยจะนำโครงการ Tourism e-Plaza ที่ททท. เพิ่งเปิดดำเนินการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งด้วย โดยระบบไอทีที่ช่วยอำนวยความสะดวกจะมีตั้งแต่ ระบบจองห้องพักที่สามารถแจ้งสถานะได้ทันที หรือ Instant Booking ทำให้เจ้าของห้องพักสามารถปรับราคาและปรับเปลี่ยนโปรโมชันเองได้ รวมทั้งมีระบบจองทัวร์ รองรับการจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต ฯลฯ ซึ่งจะทำให้การทำงานผ่านระบบออนไลน์ของโรงแรมขนาดเล็กทำได้โดยสะดวกรวดเร็ว ยิ่งขึ้น
ในปี 2552 นี้ ททท. ได้จัดแคมเปญการตลาดออนไลน์ใหญ่ 2 ส่วนคือ โครงการ Thailand Super Deal ซึ่งผู้ประกอบการสามารถส่ง Deal พิเศษเข้าร่วมในโครงการได้ 2. จัดทำเว็บ www.TourismThailand.org เป็นเว็บไซต์เวอร์ชั่นใหม่ 2.0 ซึ่งเป็นเว็บท่าของ ททท. ซึ่งจะเพิ่มช่องทางหลากหลายให้ผู้ประกอบการใช้ประโยชน์ในการเผยแพร่ประชา สัมพันธ์ไปสู่ตลาดทั่วโลกได้เป็นอย่างดี
ผู้ประกอบการโรงแรมที่สนใจ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.swpark.or.th, www.Thaihotels.org หรือติดต่อคุณรุ่งอรุณ ทับเทศ, คุณชุติมา มาคุ้ม ฝ่ายฝึกอบรม สมาคมโรงแรมไทย โทร. 02-281-3974, 085-347-3858, 086-342-8928 E mail : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it , This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it เพื่อสมัครเข้าร่วมในโครงการฯ
ที่มา :www.tmc.nstda.or.th
Items details
- Hits: 3177 clicks
- Average hits: 90.8 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



