เนคเทคเปิดตัว "สมาร์ทฟาร์ม" เพื่อเกษตรกรไทย

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      เนคเทคเปิดตัวโครงการสมาร์ท ฟาร์ม ใช้คอมพิวเตอร์ ไอที และการสื่อสารช่วยวางแผนเพาะปลูก เพิ่มผลผลิตลดต้นทุน นำร่อง 5 จังหวัดพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้

      ดร.อัศนีย์ ก่อตระกูล รองผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เปิดเผยว่า โครงการสมาร์ทฟาร์ม (Smart Farm) เป็นส่วนหนึ่งในโครงการคลังสมองยุวเกษตรกรของสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อ เกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่เนคเทคได้เข้าไปมีส่วนร่วมโดยการพัฒนาเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ คอมพิวเตอร์ และสารสนเทศ สำหรับเกษตรกรและนักวิชาการด้านการเกษตรใช้ในการวางแผน จัดการการเพาะปลูก พร้อมกับใช้กลไกการพัฒนายุวเกษตรกรสู่เกษตรกรรุ่นใหม่ เพื่อเป็นตัวเชื่อมโยงโรงเรียน ชุมชน ภาครัฐ และเอกชน ด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศ อีกทั้งใช้กลไกการสร้างพลังชุมชนด้วยเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยมุ่งหวังให้เกษตรกรสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการจัดการผลผลิตของตนเอง ได้และเชื่อมโยงกับภาครัฐและเอกชน

      โครงการสมาร์ท ฟาร์ม มีระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2552-2556) โดยเนคเทคจะนำเทคโนโลยีเข้าไปสนับสนุนเกษตรกรในชุมชนต้นแบบ 5 แห่งในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์ ร้อยเอ็ด และอุบลราชธานี โดยจะใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วยตั้งแต่การวางแผนการผลิต ควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการบริหารจัดการ และการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิต ลดความสิ้นเปลือง เพิ่มคุณภาพของผลผลิต และเป็นแนวทางในการพัฒนาสู่ตลาดโลกต่อไปในอนาคต ซึ่งเนคเทคได้พัฒนาเซ็นเซอร์วัดค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ของดินโดยไม่ต้องใช้สารเคมีช่วยในการวัดแบบวิธีเดิม นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเซ็นเซอร์วัดปริมาณแร่ธาตุสำคัญในดิน (NPK)

      "จากข้อมูลของนักวิจัยด้านการเกษตรพบว่าในแต่ละปีประเทศไทยมีการใช้ปุ๋ยเคมี คิดเป็นมูลค่าประมาณ 80,000 ล้านบาท แต่หากเราตรวจวัดความอุดมสมบูรณ์ในดินก่อน จะช่วยลดการความสิ้นเปลืองในการใช้ปุ๋ย ลดต้นทุนการผลิต และลดการใช้สารเคมีได้ และสามารถผลิตปุ๋ยในสูตรที่เหมาะสมกับความต้องการได้ในรูปแบบปุ๋ยสั่งตัด โดยใช้เครื่องผสมปุ๋ยอัตโนมัติที่เนคเทคพัฒนาขึ้น แล้วเชื่อมต่อเข้ากับซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมการผลิตปุ๋ยสั่งตัดโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นปุ๋ยที่มีแร่ธาตุอาหารเพียงพอกับความต้องการของดินและพืช"

      ทั้งนี้ ข้อมูลที่ได้จากการตรวจวัดความอุดมสมบูรณ์ของดินและสภาพอากาศ จะถูกรวบรวมและจัดเก็บเป็นฐานข้อมูล พัฒนาแผนที่ N-P-K โดยการเชื่อมโยงข้อมูลเข้ากับสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร นักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการวางแผนการผลิตหรือแก้ปัญหาต่างๆ ในกระบวนการผลิต ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ ที่จะถ่ายทอดให้ชุมชนนำร่องนำไปใช้ในการควบคุมผลผลิตข้าวของชุมชน ได้แก่ เครื่องวัดความชื้นข้าวเปลือกแบบพกพาและจมูกอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยควบคุมความชื้ทั้งในการจัดเก็บเมล็ดพันธุ์และความชื้นในข้าว เปลือก ช่วยควบคุมคุณภาพความหอม และใช้กำหนดมาตรฐานความหอมของข้าวหอมมะลิจากชุมชนแต่ละแห่งด้วย นอกจากนี้ยังมีเครื่องสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับชุมชนที่อยู่ห่างไกลเขตชลประทานหรือต้องการใช้พลังงานสะอาด

      นอกจากนี้ผู้บริโภคยังสามารถตรวจสอบย้อนกลับผลิตภัณฑ์ของชุมชนในโครงการ สมาร์ทฟาร์มได้ด้วยเทคโนโลยีบาร์โค้ด 2 มิติ หรือ คิวอาร์โค้ด (QR CODE) ที่ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์ โดยใช้โทรศัพท์มือถือหรือตรวจสอบย้อนกลับโดยตรงผ่านทางอินเทอร์เน็ต โดยกรอกรหัสสินค้าเข้าไปในเว็บไซต์ของระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร (http://203.185.132.42)

      ที่มา: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ (9 มิถุนายน 2552)

        Items details

        • Hits: 2984 clicks
        • Average hits: 85.3 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 2
        น้อยมากที่สุด