IT Passport เปิดเสรีไอทีอาเซียน

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      ตามข้อตกลงเปิดเสรีอาเซียนเพื่อพัฒนาสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC (Asian Economic Community) ระหว่าง 10 ประเทศอันประกอบด้วย สิงคโปร์ ไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม บรูไน กัมพูชา ลาว และพม่า ซึ่งจะเริ่มดำเนินการมาหลายปีแล้ว และในปี พ.ศ. 2558 จะเริ่มเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือสำหรับวิชาชีพนำร่อง คือ วิศวกร สถาปนิก ช่างสำรวจ และพยาบาล นี้ โดยมีความคาดหวังในการขยายตัวของเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้นระหว่าง 5.7% ถึง 6.4% ตามด้วยการลงทุนด้านระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน มากกว่าหนึ่งหมื่นหกพันล้านบาท แน่นอนว่าสินค้า และบริการในกลุ่มที่เร่งรัดเปิดเสรีรวมถึง งานวิศวกรรมด้านโทรคมนาคมและคอมพิวเตอร์ ไม่ว่า เครือข่าย ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ รวมถึง บุคลากร ที่ต้องรีบเตรียมความพร้อมในการเปิดเสรีในครั้งนี้ โดยต้องให้ได้มาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการค้าในเวทีอาเซียน เพราะปัจจุบันกลุ่มอุตสาหกรรมในต่างประเทศนั้น ให้ความสำคัญต่อการผลิตสินค้าและบริการ สิทธิมนุษยชนและสิทธิแรงงาน โดยได้นำเรื่องมาตรฐานมาเป็นเงื่อนไขให้ผู้ผลิตต้องปฏิบัติ หากไม่สามารถกระทำได้ จะยกเลิกสัญญาการสั่งซื้อได้

      สำหรับมาตรฐานของ AEC นั้นจะเรียกรวม ๆ ว่า ACCSQ ทางด้านไอทีนั้น ประกอบด้วยข้อตกลงซึ่งกำหนดตั้งแต่ ชื่อเรียก แนวคิด รูปแบบ เอกสาร หรือเทคนิคกระบวนการ ที่ใช้ในการสร้างสินค้าและบริการ ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ เครือข่าย หรือบุคลากร เพื่อให้สามารถเกิดการเปลี่ยนผ่าน ส่งผ่าน แลกเปลี่ยนใช้งานร่วมกันระหว่างระบบต่าง ๆ ได้ในประเทศสมาชิกโดยไม่มีปัญหา เช่น สินค้าอิเล็กทรอนิกส์จะมีข้อกำหนดมาตรฐาน ASEAN EE MRA หรือการทำสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จะกำหนดไว้ในมาตรฐาน e-ASEAN ซึ่งหน่วยงานของไทยที่มีหน้าที่รับรองและส่งเสริมด้านมาตรฐาน ได้แก่ สมอ. รวมไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ (สรอ.) และกระทรวงไอซีที

      ในส่วนของบุคลากรจะประกอบด้วยมาตรฐานสมรรถนะของแรงงานฝีมือทางด้านไอที และมาตรฐานบริการด้านการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งก็ต้องมีการยกระดับให้รองรับมาตรฐานระหว่างประเทศ

      การพัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงานซึ่งเดิมมีกำหนดไว้ในระดับประเทศและมีการดำเนินงานด้วยความร่วมมือของภาครัฐร่วมกับเอกชนหรือสมาคมวิชาชีพอยู่แล้วจะมีการเทียบเคียงและปรับสู่ระดับสากลโดยมากจะใช้มาตรฐานสมรรถนะ (Competence) มีคุณลักษณะที่สำคัญอยู่ 2 ประการ คือ ประการแรก เป็นความสามารถที่แสดงว่าสามารถทำได้บนฐานความต้องการในการปฏิบัติงานจริงของสภาพแวดล้อมการทำงาน และประการที่สอง เป็นผลลัพธ์หรือผลการปฏิบัติงาน โดยคุณลักษณะทั้งสองนี้ อาจเรียกสั้น ๆ ว่า "ทำได้และได้ผล" หรือ "ทำได้ผล" ซึ่งสามารถวัดและประเมิน และกำหนดเป็นมาตรฐานได้เราจึงเรียกว่า มาตรฐานสมรรถนะ (Standard of Competence) ซึ่งทางไอทีนั้นจะแบ่งตามวิชาชีพย่อย ๆ และมาตรฐานส่วนใหญ่จะวัดจากการสอบใบรับรอง หรือ ใบประกาศนียบัตรต่าง ๆ อย่าง IT Passport  ดำเนินการโดย สวทช.กระทรวงวิทยาศาสตร์ หรือใบรับรองของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ซิสโก้ ออราเคิล เป็นต้น โดยมากจะแบ่ง เป็นระดับพื้นฐานคือทดสอบความรู้ และเข้าใจ ระดับที่วิเคราะห์และประยุกต์ได้ และระดับที่สามารถสรุป และถ่ายทอดต่อได้

      ในส่วนของมาตรฐานบริการการจัดการศึกษานั้น ได้มีการจัดตั้ง AUN (Asian University Network) หรือ เครือข่ายมหาวิทยาลัยอาเซียน เป็นองค์กรนำร่องกำหนดมาตรฐานคุณภาพและระบบประเมิน สถาบัน หลักสูตร และบัณฑิต ให้มีมาตรฐานที่ยอมรับระดับอาเซียน ซึ่งหลักสูตรด้านไอที ประเทศไทยได้กำหนดกรอบมาตรฐานคุณวุฒิสาขาคอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกกันว่า TQF ของ สมส. และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน  พ.ศ.2552 แล้ว อีกทั้งควรคำนึงถึงการพัฒนากรอบมาตรฐานเข้าสู่มาตรฐานหลักสูตรสากลที่กำหนดโดย IEEE และ ACM ต่อไป

      การปรับตัวรองรับการเปิดเสรีด้านบริการทางการศึกษานับเป็นสิ่งที่ต้องรีบดำเนินการ เพราะมีส่วนสำคัญในส่วนของการเปิดเสรีการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือด้วย โดยทั้งส่วนบริการสถานศึกษา และส่วนของการเคลื่อนย้ายแรงงานเสรีจะเริ่ม 1 มกราคม พ.ศ. 2558 ซึ่งหมายความว่า นิสิตนักศึกษาที่เริ่มเข้าเรียนปี 1 ในปีนี้ก็จะเป็นแรงงานฝีมือรุ่นแรกที่ต้องเข้าสู่การแข่งขันนี้ ส่วนมหาวิทยาลัยจะต้องพร้อมเพื่อรองรับการให้บริการแก่นิสิตนักศึกษาจากภูมิภาคอาเซียน การรองรับทำได้ในระยะสั้นตั้งแต่เพิ่มการอบรมทั้งด้าน ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ มาตรฐานวิชาชีพ ไปจนสามารถปรับการเรียนการสอน ทั้งนี้ต้องรวมถึงการเพิ่มสมรรถนะส่วนบุคคลให้กับบุคลากรไอทีให้มีความสามารถในทักษะส่วนบุคคล ได้แก่ ภาษาสากลและการสื่อสาร ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การทำงานเป็นกลุ่ม และการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต ซึ่งปัจจุบัน งานวิจัยจำนวนมากแนะนำให้ปรับการเรียนการสอนเป็นลักษณะของโครงงานกลุ่มและการเรียนรู้แบบกลุ่มย่อยทั้งในรายวิชาด้านเทคนิคและความรู้ทั่วไปตั้งแต่ชั้นปีแรก ๆ ซึ่งจะช่วยให้นิสิตนักศึกษาปรับตัวได้เร็วขึ้นและพัฒนาสู่บัณฑิตที่เรียนรู้ได้ด้วยตนเองต่อไป รวมถึงการเปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาได้เพิ่มพูนประสบการณ์ในระดับอาเซียน เช่น การฝึกงาน การเข้าร่วมการประชุม สัมมนา การแข่งขัน กิจกรรมชมรม เป็นต้น

      การก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้นจัดได้ว่าเป็นการพัฒนาประเทศให้ดำเนินไปแบบ "ทางสายกลาง" โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือการพัฒนาด้านไอทีก็ตาม เพื่อให้ก้าวทันตามโลกยุคโลกาภิวัตน์ได้ หากจะยึดถือตามหลักธรรมคำสอนในทางพุทธศาสนา ก็ย่อมมีความหมายว่า ไม่ตึง จนเกินไป หรือไม่หย่อนจนเกินไป ซึ่งหากจะกลับไปมองถึงแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ก็ย่อมหมายถึง  ความพอเพียง  ดังพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม พ.ศ.  2550 ความว่า "อันนี้เคยบอกว่า  ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัว จะต้องทอผ้าใส่เอง อย่างนั้นมันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอ จะต้องมีความพอเพียงพอสมควร บางสิ่งบางอย่างผลิตได้มากกว่าความต้องการ ก็ขายได้แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก"

      ที่มา: คอลัมน์ 1001"เปิดเสรีไอทีอาเซียน". หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 22 เม.ย.54

        Items details

        • Hits: 1146 clicks
        • Average hits: 95.5 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 3
        น้อยมากที่สุด