น้ำปลาไทยทุ่ม 50 ล้านชักธงรบ อัดพีอาร์ทำตลาดน้ำปลาตรา'ปลาหมึก'
Last Updated on Sunday, 08 May 2011 15:02
น้ำปลาตราปลาหมึกจัดงบ 40-50 ล้านบาทรุกตลาดครั้งแรกในรอบ 5 ปี หวังรักษายอดขายทั้งปีกว่า 800 ล้านบาท พร้อมเตรียมขอปรับราคาหน้าฉลากน้ำปลาเพิ่มจาก29 บาทเป็น 30 บาทขึ้นไป สอดรับต้นทุนวัตถุดิบที่สูง 100%
นางธิติญานิธิปิติกาญจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัทโรงงานน้ำปลาไทย (ตราปลาหมึก) จำกัด เปิดเผยว่า แนวทาง การทำตลาดในปีนี้ของบริษัทปีนี้ บริษัทเตรียมทุ่มงบตลาดประมาณ 40-50 ล้านบาท แบ่งเป็นงบโฆษณาประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อทีวี ประมาณ 20 ล้านบาท และงบสำหรับกิจกรรม การตลาด, การทำโปรโมชั่น และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งดังกล่าวถือเป็นครั้งแรกที่ใช้ในรอบ 4-5 ปี เพราะต้นทุนค่าการผลิตที่สูงขึ้น อาทิ น้ำมันที่มีราคาสูง ส่งผลให้ค่าขนส่ง,น้ำตาล, และปลากะตักต้นทุนสูงเป็นต้น โดยปัจจุบันต้นทุนการผลิตสูงถึงเท่าตัว ทั้งนี้ภาพรวมตลาดน้ำปลาในเมืองไทยปัจจุบันมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 10,000 ล้านบาทเติบโตคงที่มาประมาณกว่า 10 ปี เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยการปรุงอาหารส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้ผงปรุงรสแทนการใช้น้ำปลาปรุงอาหาร จึงทำให้ตลาดที่เติบโตปัจจุบันคือ ตลาดผงปรุงรส ขณะที่อนาคตต่อไปหลังจากนี้เชื่อว่าภาพรวมตลาดน้ำปลาน่าจะมีอัตราการเติบโตที่ถดถอย หรือลดลงเฉลี่ยร้อยละ 5-10 ต่อปี
อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือก ให้กับผู้บริโภคมากขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทได้ทดลองการทำตลาดน้ำปลาตราปลาหมึกฉลากเหลืองรสชาติกลมกล่อม ราคา 24 บาท เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาในต่างจังหวัด เจาะกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ชอบความเค็มพบว่ารับการตอบรับที่ดี และหลังจากนี้จะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ น้ำปลาผง ซึ่งบริษัททำการพัฒนาวิจัยร่วมกับสำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช) เมื่อหลายปีที่ผ่านมา คาดจำหน่ายให้กับกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูปเป็นหลัก
นางธิติมา กล่าวอีกว่า บริษัทยังมีแผน ที่จะขอปรับราคาหน้าฉลากน้ำปลา (ฉลากสีเขียว) เพิ่มประมาณกว่า 30 บาทต่อขวดขนาด 700 ซีซี จากปัจจุบันอยู่ที่ 29 บาท โดยแจ้งขอปรับราคากับกรมการค้าภายในซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อประมาณต้นปี 2553 บริษัทมีการปรับราคาหน้าฉลากไปแล้วจาก 26 บาทเป็น 29 บาทแต่ขายจริงในราคา 27 บาท
ด้านแผนการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ บริษัทมีแผนที่จะขยายการส่งออกน้ำปลาตราปลาหมึกต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีการส่งออกไปแล้วกว่า 70 ประเทศ ซึ่งตลาดหลักจะอยู่ที่ ทวีปอเมริกา, ยุโรป, ออสเตรเลีย, เอเชียฯลฯ โดยต่อไปมองขยายตลาดไปยังประเทศตะวันออกกลาง อย่าง ดูไบ เป็นต้น หวังเพิ่มสัดส่วนยอดขายจากต่างประเทศร้อยละ 4-5 ต่อปีชดเชยยอดขายตลาดในประเทศที่เติบโตลดลง
สำหรับเป้าหมายยอดขายบริษัทปีนี้เชื่อหลังรุกทำตลาดต่อเนื่อง บริษัทจะสามารถรักษายอดขายในประเทศให้เติบโตคงที่กับปี 2553 หรือมียอดขายอยู่ที่กว่า 800 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดยอดขายในประเทศร้อยละ 60และยอดขายส่งออกไปต่างประเทศร้อยละ40 และจะปรับสัดส่วนให้เท่าเทียมกัน
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ. ฉบับวันที่ 21 เม.ย.54
Items details
- Hits: 1000 clicks
- Average hits: 83.3 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



