อุปกรณ์ป้องกันภัย

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      อุปกรณ์ป้องกันภัย ที่ทุกคนอยากจะมีไว้ในครอบครอง แต่ทว่าไม่อยากที่จะหยิบจับมาใช้งาน เพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นที่บ้าน หรือบริษัทที่เราทำงานอยู่

      จากแผ่นดินไหว 6.8 ริกเตอร์ที่พม่าส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงกรุงเทพฯเลยทีเดียว ถ้าเกิดขึ้นจริงคงจะมีตึกหลายตึกที่ได้รับผลกระทบ หรือแม้แต่การก่อการร้ายต่าง ๆ การวางระเบิด เผาตึก กลายเป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทั่วโลกในเวลานี้ IRE-PAK เป็นอุปกรณ์ช่วยหายใจและป้องกันแก๊สพิษ หลังจากที่เกิดไฟไหม้ขึ้นในอาคาร เราจะพบว่ามีถังช่วยดับไฟเท่านั้น แต่ตัวของพนักงานอาจจะต้องหาทางช่วยเหลือตัวเองจากกลุ่มควันหากมีออกซิเจนส่วนตัวใน 5-10 นาทีเราก็สามารถที่จะหนีออกมาได้ หรือไปในที่จะขอความช่วยเหลือ โอกาสรอดชีวิตย่อมมากขึ้น

      ลำเพาพรรณ ลีรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิรินธน์ดีไซน์ จำกัด เล่าว่าต่างประเทศให้ความสำคัญกับชีวิตคน ก็จะลงทุนกับอุปกรณ์เหล่านี้ในอาคารสำนักงานเช่นเดียวกับที่เครื่องบินมีอุปกรณ์ช่วยชีวิตในทุกที่นั่ง เรื่องของชีวิตคน ภาพลักษณ์สมัยนี้ถือว่าสำคัญที่สุด

      ตอนที่เริ่มคิดไอเดียนี้มาจากอุปกรณ์ที่มีอยู่ในตลาดซึ่งมี 2 แบบ คือแบบที่มีเฉพาะอุปกรณ์ป้องกันควัน กับแบบที่มีถังออกซิเจนขนาดใหญ่ ซึ่งอุปกรณ์ชุดหนึ่งมีราคาไม่ต่ำกว่าหมื่นบาท ทำให้มีความคิดที่จะพัฒนาทั้ง 2 อย่างมารวมเป็นหนึ่งเดียวคือมีทั้งอุปกรณ์ป้องกันควันและมีถังออกซิเจนขนาดเล็ก ๆ สำหรับการพกพา เหมาะกับคนหนึ่งคนอีกด้วย "ประเด็นก็คือในตลาดโลก เทรนด์เรื่องความปลอดภัยมาแรงมาก ขณะเดียวกันเราก็มองเห็นประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ของเราด้วยว่าสามารถที่จะช่วยชีวิตคนได้"

      ในเวอร์ชั่นแรก มีการออกแบบอุปกรณ์ถังออกซิเจนกับอุปกรณ์ป้องกันควันพร้อมถังออกซิเจน สามารถหายใจได้ถังละ 5-10 นาที และมีสายต่อเชื่อมเข้ากับถังออกซิเจน แต่พอมาในเวอร์ชั่นที่สอง บริษัทร่วมกับนักวิจัยของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนาให้ผลิตภัณฑ์ มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

      "อุปกรณ์ตัวนี้เป็นการค้นคว้าวิจัยที่เราร่วมกับนักวิจัยของ สวทช. ในการที่จะพัฒนาควบคุมการปล่อยออกซิเจนในอุปกรณ์เก็บอากาศสำหรับหายใจในยามฉุกเฉิน และจากปีที่ผ่านมาอุปกรณ์ชุดนี้มีถังออกซิเจนเพียงถังเดียว มาครั้งนี้เป็นการพัฒนาให้ผู้ประสบภัยสามารถหายใจได้นานขึ้น โดยออกแบบให้ถังออกซิเจนเพิ่มอีกหนึ่งถังสามารถเชื่อมต่อกันได้เลย โดยไม่ต้องถอดออกเพื่อไปต่ออีกถังหนึ่ง" ซึ่งอุปกรณ์ชุดใหม่นี้มีราคาตั้งแต่ 1,000 บาท ไปจนถึงราคา 3,000 บาท โดยแบ่งตามไซซ์ของอุปกรณ์ซึ่งมีทั้งหมด 3 ขนาด ขึ้นอยู่กับจำนวนถังออกซิเจนในแต่ละชุด เหมาะกับคนหลาย ๆ กลุ่มทั้งผู้ใหญ่ เด็ก และสัตว์เลี้ยง โดยชุดป้องกันควันนี้จะอยู่ได้ประมาณ 3 ปี ซึ่งผู้ใช้สามารถที่จะเปลี่ยนอุปกรณ์ เช่น ถังออกซิเจนต่าง ๆได้ หรือจะเปลี่ยนชุดก็ได้

      โดยอุปกรณ์เวอร์ชั่นที่ 2 เตรียมจะเปิดตลาด เจาะไปที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อาคารสูง บริษัทต่างชาติในเมืองไทย เช่น บริษัทน้ำมันต่าง ๆ สำหรับการทำตลาดในต่างประเทศโดยการออกงานแสดงสินค้า เช่น งาน BIG-BIH จัดโดยกรมส่งเสริมการส่งออก และงานสัปดาห์ความปลอดภัยฯเพื่อมองหาคู่ค้าทั้งในและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์ www.urgentfirepak.com ที่สามารถเข้ามาดูผลิตภัณฑ์ได้ และยังมองหาพาร์ตเนอร์ที่จะมาช่วยทำตลาดต่างประเทศจากการออกงานต่าง ๆ อีกด้วย

      ในปีนี้มีการตื่นตัวเรื่องภัยพิบัติมาตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมายอดขายก็ค่อนข้างได้รับการตอบรับจากลูกค้าภายในประเทศพอสมควร โดยตั้งเป้าว่าปลายปีนี้บริษัทจะมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทแน่นอน ธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่เกิดจากการวิจัยพัฒนา และมองเห็นตลาดในเมืองไทย อาจจะเรียกว่าอยู่ในกระแสของภัยพิบัติ ธุรกิจอุปกรณ์ป้องกันควันนี้ก็น่าจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ไปได้ดีในกระแสตอนนี้

      ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 14 - 17 เม.ย. 2554

        Items details

        • Hits: 577 clicks
        • Average hits: 48.1 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 2
        น้อยมากที่สุด