Thai Tele Medicine ช่วยชีวิตคนไข้
นวัตกรรม Tele Diag: Thai Tele Medicine ที่ผลิตโดยคนไทยสามารถช่วยชีวิตคนไข้จากการวินิจฉัยโรคไปมากกว่า 80,000 รายทั่วประเทศ ระบบ TeleDiag: Thai Tele Medicine หรือ ระบบแพทย์ทางไกล (telemedicine) ทางด้านรังสีวินิจฉัย การอ่าน และวินิจฉัยผลในระยะไกลจากเครื่อง x-ray computer โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบ PACS (Picture Archiving and Communication System) เพื่อให้ใช้งาน Teleradiology เหมือนโรพยาบาลตามที่ต่าง ๆ ในโลก เริ่มใช้ในโรงพยาบาลพื้นที่ห่างไกล มีการคิดค่าเช่าเหมาใช้โปรแกรมในราคาเดือนละ 4,900 บาท
สุรชน กัณวิจิตร์ กรรมการผู้จัดการบริษัทโปรดิจิส์ จำกัด ผู้พัฒนาโปรแกรม TeleDiag : Thai Tele Medicine เปิดเผยว่า นวัตกรรม Tele Diag :Thai Tele Medicine ที่ผลิตโดยบริษัทสามารถช่วยชีวิตคนไข้จากการวินิจฉัยโรคไปมากกว่า 80,000 รายทั่วประเทศ โดยโปรแกรมดังกล่าว เป็นซอฟต์แวร์ที่บริษัทได้พัฒนาขึ้นเอง ส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล จึงสามารถคิดอัตราค่าเช่าเหมาจ่ายในการใช้ซอฟต์แวร์เดือนละ 4,900 บาท
สำหรับโรงพยาบาลที่ขาดบุคลากรทางการแพทย์หรือรังสีแพทย์ ซึ่งหากมีกรณีคนไข้เคสที่จะต้องผ่าตัด รังสีแพทย์จะทำการวินิจฉัยโรค หรืออาการก่อนว่า ผู้ป่วยเป็นอะไรมา เช่น หกล้มมาจะต้องวินิจฉัยตรวจผลเลือด หรือจำเป็นต้องสแกนสมองหรือไม่ซึ่งหากโรงพยาบาลแห่งนั้นไม่มีรังสีแพทย์ประจำอยู่ ทางโรงพยาบาลต้องส่งข้อมูลต่อเพื่อให้รังสีแพทย์ที่โรงพยาบาลอีกแห่งวินิจฉัยให้ พร้อมกับส่งผลกลับมา ในบางครั้งอาจจะไม่ทันต่อการรักษาได้ หากผู้ป่วยมีอาการหนัก
ทั้งนี้ โรงพยาบาลมีการเชื่อมต่อข้อมูลรังสีวิทยาทางไกล ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตในรูปแบบเว็บแอพพลิเคชั่น จะทำให้การส่งข้อมูล ภาพถ่ายรังสีแบบครบวงจรจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ไปสู่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีที่โรงพยาบาลอีกแห่ง โดยแพทย์สามารถนำข้อมูลมาทำการวินิจฉัยได้ทันที จึงทำให้การรักษารวดเร็ว โอกาสรอดของผู้ป่วยก็สูงตามไปด้วย ซึ่งปัจจุบันมีโรงพยาบาลที่ได้นำโปรแกรมนี้ ไปใช้อยู่ประมาณ 30% ของโรงพยาบาลทั่วประเทศ ส่วนใหญ่เป็นโรงพยาบาลในต่างจังหวัด สำหรับกรุงเทพฯก็มีที่โรงพยาบาลเวชาธานี, โรงพยาบาลพระราม 9 และโรงพยาบาลเกษมราษฎร์รัตนาธิเบศร์ เป็นต้น
โดยนวัตกรรมนี้คิดค้นด้วยฝีมือคนไทยทำให้มีราคาไม่แพง หากเทียบกับโปรแกรมของต่างประเทศ ระบบลักษณะการใช้งานเหมือนกัน ซึ่งโปรแกรม TeleDiag ลงทุนเพียง 3-4 ล้านบาท และหากเป็นระบบที่สมบูรณ์มีทุกฟังก์ชั่น จะต้องลงทุนประมาณ 10 ล้านบาท ถ้าเปรียบเทียบกับโรงพยาบาลบางแห่งลงทุนใช้ซอฟต์แวร์ต่างประเทศ ลงทุนกว่า 25 ล้านบาท
สุรชน กล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้โปรแกรม TeleDiag: Thai Tele Medicine วินิจฉัยผู้ป่วยวันละ 30 คน ขณะที่ระบบซอฟต์แวร์ของต่างประเทศ สามารถวินิจฉัยผู้ป่วยได้เพียงวันละ 5-10 ราย เนื่องจากระบบของต่างประเทศ จะต้องนั่งทำงานกับระบบอินเทอร์เน็ต ส่วนของบริษัทไฟล์ข้อมูลโปรแกรมคนไข้จะวิ่งไปหาแพทย์ แบบเรียลไทม์ ปริมาณการวินิจฉัยผู้ป่วยจึงแตกต่างกัน
อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นของการคิดค้นงานวิจัยนี้ เพราะเคยทำงานเป็นนักวิจัยสาธารณสุขมาก่อน จึงได้มองเห็นปัญหาการขาดแคลนแพทย์ที่ "สมองไหล" จึงคิดค้นโปรแกรมเพื่อให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ โดยมีผศ.ดร.ยุทธพล วิเชียรอิน ภาควิชารังษีเทคนิค คณะเทคนิคการแพทย์ มาช่วยเป็นที่ปรึกษาให้ในโครงการนี้
สำหรับบริษัทมีจุดเริ่มต้นจากการดิ้นรนพัฒนาโปรแกรมเอง ให้บริการเอง เมื่อครั้งที่มีการก่อตั้งใหม่ๆ เพียงคิดว่าทำไปก็ได้บุญ ได้ช่วยเหลือคนป่วย เมื่อได้รับรางวัลนวัตกรรมโทรคมนาคมดีเด่น ประเภท Telecom Application และรางวัลชมเชย True Innovation Awards ทำให้ได้รับทุนวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
"นวัตกรรมของเราได้รับความนิยมขึ้นเรื่อยๆ เพราะมีการบอกกันแบบปากต่อปากรวมทั้งพนักงานเดินเข้าไปแนะนำโดยตรงกับรังสีแพทย์ ทางแพทย์ก็จะให้ทำการทดสอบวิธีการใช้งานให้ดู ทางรังสีแพทยก็พอใจรวมทั้งค่าบริการแบบเหมาจ่ายรายเดือนอยู่ในราคาที่ทางสถานพยาบาลยอมรับ ทำให้บริษัทก็มีรายได้พอเลี้ยงตัวได้ จึงไม่คิดราคาสูงกว่านี้ เพราะไม่ต้องการให้โรงพยาบาลไปบวกเพิ่มกับผู้ป่วย" สุรชน กล่าว
นอกจากนี้ เขายังมีความเห็นว่าบุคลากรทางการแพทย์ของไทยถือว่าได้เปรียบในเรื่องความรู้ความสามารถ และแนวความคิดที่ไม่ด้อยกว่าใครในโลก แต่เสียเปรียบในเรื่องเทคโนโลยี เพราะส่วนใหญ่จะซื้อผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศมาใช้ ประกอบกับนิสัยคนไทยไม่ค่อยดิ้นรน
ปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่ กำลังรอใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบ 3G ขณะเดียวกันโปรแกรมบางอย่างสามารถพัฒนาขึ้นมาใช้ได้โดยไม่ต้องรอ 3G ซึ่งโปรแกรมแพทย์ทางไกลนี้ กับโครงข่ายที่มีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้ 3G ก็สามารถใช้งานได้แล้ว โครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เปรียบเหมือนถนน หากเป็นถนนลูกรังก็จะวิ่งช้าหน่อย ขณะที่โรคภัยไข้เจ็บสามารถจะเป็นได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่จำเป็นต้องรอถนนให้สร้างเสร็จ
ที่มา: หนังสือพิมพ์เทลคอม เจอร์นัล ฉบับวันที่ 28 มี.ค. - 3 เม.ย. 2554
Items details
- Hits: 580 clicks
- Average hits: 44.6 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



