ปี 2552 ...ปีดาราศาสตร์สากล กับมหกรรม "สุริยุปราคา"

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      ปี 2552 เป็นปีที่สำคัญอย่างยิ่งที่องค์การยูเนสโกและสหพันธ์ดาราศาสตร์สากลยกย่อง ให้เป็นปีดาราศาสตร์สากล โดยเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลองครบรอบ 400 ปีการค้นพบครั้งสำคัญทางดาราศาสตร์ คือ การใช้กล้องโทรทรรศน์สำรวจดวงดาวเป็นครั้งแรกโดย กาลิเลโอ และการตีพิมพ์ผลงานเรื่อง Astronomia nova ของโยฮันเนส เคปเลอร์ นอกจากนี้ในปี 2552 ยังเป็นโอกาสดีที่ประเทศไทยจะได้ชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาถึง 2 ครั้งด้วยกัน

      • ครั้งแรกในวันที่ 26 มกราคม 2552 จะเกิดสุริยุปราคาวงแหวนพาดผ่านบริเวณมหาสมุทรอินเดีย ทางตะวันตกของอินโดนีเซีย ซึ่งประเทศไทยจะเห็นสุริยุปราคาบางส่วน โดยสามารถดูได้ทั่วประเทศตั้งแต่เวลา 16.08น. ที่จังหวัดเชียงราย และไปสิ้นสุดที่จังหวัดนราธิวาสเวลา 18.00น.  สำหรับในกรุงเทพฯ ดวงจันทร์จะเริ่มเคลื่อนเข้าสู่สัมผัสที่หนึ่งเวลา 15.53น. สิ้นสุดเวลา 17.58น. ทั้งนี้ทางภาคใต้จะได้เห็นนานที่สุดประมาณ 2 ชั่วโมงง 22 นาที ซึ่งที่จังหวัดนราธิวาส ดวงอาทิตย์จะถูกบดบังถึงร้อยละ 54.9 ของพื้นที่ดวงอาทิตย์

      • ครั้งที่สอง คือวันที่ 22 กรกฎาคม 2552 เป็นวันที่สุริยุปราคาเต็มดวงนานที่สุดในคริสต์ศตวรรษที่ 21 โดยเส้นทางเงามืดของดวงจันทร์พาดผ่านประเทศอินเดีย จีน ญี่ปุ่น และมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ ส่วนสุริยุปราคาบางส่วนเห็นได้เป็นบริเวณกว้างตามเส้นทางที่เงามัวของดวง จันทร์พาดผ่าน ได้แก่ เอเชียตะวันออกทั้งหมด อินโดนีเซียและมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ สุริยุปราคาเต็มดวงครั้งนี้กินเวลานานที่สุดในศตวรรษที่ 21 คือ 6 นาที 39 วินาที ที่บริเวณมหาสมุทรแปซิกตอนใต้ สำหรับประเทศไทยจะเห็นเป็นสุริยุปราคาบางส่วนและสามารถเห็นได้ทุกภูมิภาค โดยแต่ละภูมิภาคจะเห็นปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในเวลาที่แตกต่างกัน ที่กรุงเทพฯ ดวงจันทร์จะเริ่มเคลื่อนเข้าสู่สัมผัสที่หนึ่งในเวลาประมาณ 07.06น. และสิ้นสุดเวลา 09.08น. ปรากฏการณ์ในครั้งนี้จะเกิดนานที่สุดในภาคเหนือประมาณ 2 ชั่วโมง 12 นาที ที่จังหวัดเชียงราย โดยดวงอาทิตย์จะถูกดวงจันทร์บดบังมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 69 ของพื้นที่ดวงอาทิตย์

      ปรากฏการณ์ “สุริยุปราคา”
       “สุริยุปราคา” หรือ “สุริยคราส” เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติซึ่งเกิดจากดวงจันทร์และโลกโคจรมาอยู่ในแนวเส้นตรง เดียวกับดวงอาทิตย์ โดยมีดวงจันทร์อยู่ตรงกลาง หากมองจากพื้นโลกจะทำให้เห็นดวงจันทร์เคลื่อนที่เข้ามาบดบังดวงอาทิตย์ ซึ่งขณะที่ดวงจันทร์เคลื่อนที่บังแสงอาทิตย์จะทำให้เกิดเงาพาดลงมาที่พื้น ผิวโลก 2 ชนิด คือ เงามืด และเงามัว
       สุริยุปราคาเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากเนื่องจากวงโคจรของดวงจันทร์เอียง ทำมุม 5 องศากับวงโคจรของโลก ซึ่งโอกาสที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลกจะโคจรมาอยู่ในระนาบเป็นเส้นตรงเดียวกันจึงไม่เกิดขึ้นทุกเดือน ประกอบกับดวงจันทร์มีขนาดเล็กและโลกหมุนรอบตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทำให้เงาของดวงจันทร์ทาบไปยังพื้นโลกไม่ซ้ำที่กัน โอกาสที่จะเห็นสุริยุปราคาในประเทศไทยจึงมีไม่มากนัก

      วิธีดูสุริยุปราคาอย่างปลอดภัย
      แสงอาทิตย์มีพลังงานสูง การมองดูดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่าสามารถทำให้ตาบอดได้ การมองดูดวงอาทิตย์ด้วยกล้องโทรทรรศน์หรือกล้องส่องทางไกลโดยปราศจาก แผ่นกรองแสงจะทำให้ตาบอดในทันที การสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์ให้ปลอดภัยมี 3 วิธีดังนี้

       1. มองดูด้วยตาเปล่าโดยใช้แผ่นกรองแสงอาทิตย์ (Solar Filter) แผ่นกรองแสงจะกรองพลังงานของแสงอาทิตย์ออกไปมากกว่า 99% แสงที่เหลือจึงไม่สามารถทำอันตรายแก่ดวงตาได้ แผ่นกรองแสงอาทิตย์ที่นำมาใช้ควรเป็นแผ่นกรองแสงที่มีคุณภาพ และถูกสร้างขึ้นเพื่อกรองแสงอาทิตย์โดยเฉพาะ ได้แก่ แผ่นไมลาร์ กระจกเคลือบโลหะ เป็นต้น ในกรณีที่ไม่สามารถหาแผ่นกรองแสงนี้ อาจใช้วัสดุอื่นทดแทนได้ เช่น นำแผ่นฟิล์มเอกซเรย์มาซ้อนกันอย่างน้อย 2 ชั้น

       2. มองผ่านกล้องโทรทรรศน์ที่ติดตั้งแผ่นกรองแสงอาทิตย์ จะช่วยให้เห็นรายละเอียดของพื้นผิวบนดวงอาทิตย์ อย่างไรก็ตามฟิลเตอร์ที่ใช้จะต้องมีคุณภาพสูง ซึ่งฟิลเตอร์ที่ติดตั้งบนกล้องโทรทรรศน์มีหลายชนิด เช่น ฟิลเตอร์ไฮโดรเจน-อัลฟา ช่วยให้เห็นพวยก๊าซบนดวงอาทิตย์, ฟิลเตอร์ชนิดไมล่า เป็นแผ่นโลหะบางๆ ทำให้เห็นวงอาทิตย์เป็นสีขาว หรือสีฟ้าอื่น, ฟิลเตอร์ชนิดกระจกเคลือบโลหะ ทำให้เห็นดวงอาทิตย์เป็นสีส้มหรือเหลือง อย่างไรก็ตามกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กมักจะแถมฟิลเตอร์ขนาดเล็กติดตั้งไว้ที่ เลนส์ตา ซึ่งไม่ควรใช้ในการดูสุริยปุราคา เนื่องจากเมื่อเลนส์วัตถุรวมแสงอาทิตย์เข้าสู่ลำกล้อง อุณหภูมิภายในลำกล้องจะสูงมาก ฟิลเตอร์อาจจะถูกทำลายด้วยความร้อนและแสงอาทิตย์จะพุ่งเข้าสู่เลนส์ตา ทำให้ผู้ชมตาบอดทันที นอกจากนี้จะต้องปิดฝากล้องเล็งดาวตลอดเวลา เนื่องจากกล้องเล็งดาวเป็นกล้องรวมแสงเช่นเดียวกับกล้องดูดาว หากเปิดไว้และมีคนมาส่องดูก็จะตาบอดทันทีเช่นกัน

       3. วิธีโปรเจคชั่น ทำได้โดยใช้กล้องโทรทรรศน์รับแสงอาทิตย์ แล้วตั้งฉากรับภาพที่ออกมาจากเลนส์ตา วิธีนี้ช่วยให้สามารถดูดวงอาทิตย์ผ่านกล้องโทรทรรศน์ได้ทีละหลายๆ คน อย่างไรก็ตามก่อนใช้ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ากล้องและเลนส์ที่นำมาใช้ต้องไม่มี ชิ้นส่วนที่ทำด้วยพลาสติก เพราะเลนส์จะรวมแสงจนเกิดความร้อน ทำให้ชิ้นส่วนละลายได้

                                                                               # # #

      ที่มา เอกสารเผยแพร่โดย ศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. 

        Items details

        • Hits: 2415 clicks
        • Average hits: 67.1 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 4
        น้อยมากที่สุด