จากหิ้งสู่ห้าง ไบโอเทคส่งต่อเทคนิคผลิตเอนไซม์จากเชื้อรา

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      "ไบโอเทค" ส่งต่อเทคโนโลยีผลิตเอนไซม์จากเชื้อราสำหรับผสมอาหารสัตว์ ผลงานของนักวิจัยไทยให้ผลผลิตน่าพอใจกว่าเอนไซม์นำเข้าจากต่างประเทศ ชี้เป็นตัวอย่างผลงานจากหิ้งสู่ห้างที่นำเชื้อราที่เก็บสะสมไว้มาสร้าง ประโยชน์ ด้านผู้ผลิตตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจาก 200 กก. ให้ได้ 5,000 กก.ตามความต้องการตลาด

      ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้ลงนามสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตเอนไซม์เพนโตซาเนสให้กับบริษัท เอเชีย สตาร์ แอนิมัล เฮลธ์ จำกัด ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นผลจากการศึกษาวิจัยผลิตเอนไซม์ที่ใช้เสริมในอาหาร เลี้ยงสัตว์เพื่อช่วยในการย่อย โดยใช้เชื้อราแอสเปอร์จิลลัส (Aspergillus sp.) BCC7178

      ดร.วรรณพ วิเศษสงวน นักวิจัยไบโอเทค กล่าวว่า เอนไซม์ชนิดนี้ส่วนใหญ่เป็นเอนไซม์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งพิจารณาแล้วไม่น่าจะเกินความสามารถของคนไทย ซึ่งสิ่งที่ต้องทำคือหาเชื้อจุลินทรีย์ที่มีคุณภาพ โดยทีมวิจัยได้นำเชื้อราแอสเปอร์จิลลัสมาจากห้องปฏิบัติการเก็บรักษาสายพันธุ์จุลินทรีย์ (Biotec Culture Collection) ของไบโอเทค โดยได้คัดเลือกจุลินทรีย์กว่า 100 สายพันธุ์ และได้สายพันธุ์ดังกล่าวซึ่งตรงตามเกณฑ์ คือ ผลิตเอนไซม์ที่ทำงานได้ดีในลำไส้ของสัตว์ ไม่สร้างสารพิษและย่อยอาหารสัตว์ที่ใช้ได้ ซึ่งโดยธรรมชาติเชื้อราชนิดนี้จะอาศัยอยู่ในดินทราย

      ทั้งนี้ ไบโอเทคและบริษัท เอเชีย สตาร์ฯ ได้ร่วมกันต่อยอดการผลิตเอนไซม์จากในห้องปฏิบัติการสู่โรงงานจริง โดยทางบริษัท เอเชีย สตาร์ฯ ได้นำเอนไซม์ไปทดลองผสมกับอาหารหมู เป็ด ไก่ ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีโดยพบว่าหมูโตเร็วขึ้น มีน้ำหนักมากขึ้น สามารถย่อยและดูดซึมอาหารได้ดีขึ้น มีอัตราแลกเนื้อต่ำลง คือ ใช้อาหารน้อยลงแต่ได้น้ำหนักมากขึ้น

      "ที่ตัดสินใจทำงานวิจัยชิ้นนี้ เพราะเรารู้ว่าสามารถนำไปผลิตเอนไซม์ได้ในปริมาณมาก สามารถขยายขนาดการผลิตได้ง่ายและมีเทคโนโลยีรองรับ ทั้งนี้การนำเข้าเอนไซม์เป็นปัญหาหลักของประเทศ โดยปีที่ผ่านมาไทยนำเข้าเอนไซม์เป็นมูลค่านับพันล้านบาท อีกทั้งในปศุสัตว์ยังมีปัญหาเรื่องสัตว์ไม่ย่อย "สารเอ็นเอสพี" (NSP:Non-Starch Polysaccharides) เมื่อกินอาหารแล้วไม่ย่อย สัตว์ขี้เหลว และดูดซึมอาหารไม่ได้" ดร.วรรณพกล่าว

      นายสัตวแพทย์นรินทร์ ตรองจิตต์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เอเชีย สตาร์ แอนนิมัล เฮลธ์ จำกัด กล่าวว่า การใช้เอนไซม์ในอาหารสัตว์เพื่อช่วยเรื่องการย่อยอาหารและเพื่อให้ได้สาร อาหาร อาทิ แร่ธาตุและโปรตีนจากการย่อยของเอนไซม์ เป็นต้น สำหรับเอนไซม์เพนโตซาเนสเป็นเอนไซม์หลักสำหรับเลี้ยงสัตว์บก ซึ่งในอดีตต้องนำเข้า 100% ทั้งนี้ปัจจัยที่เชื่อว่าเกษตรกรไทยจะหันมาใช้เอนไซม์ที่เกิดจากความร่วมมือ ครั้งนี้คือ คุณภาพที่เหนือกว่าเอนไซม์นำเข้า โดยมีองค์ประกอบของเอนไซม์ที่ดีกว่า เพียงแต่ในอดีตที่ผ่านมายังไม่มีใครทำมาก่อน

      นายกฤษณ โชคพิพัฒนผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย สตาร์ แอนนิมัล เฮลธ์ จำกัด กล่าวว่า สินค้าเอนไซม์ของบริษัทที่ร่วมพัฒนากับไบโอเทคนี้ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน อาหารลงกิโลกรัมละ 1 บาท แต่ขณะนี้ยังไม่สิ้นสุดกระบวนการพัฒนา โดยปัจจุบันผลิตเอนไซม์ได้ 200 กิโลกรัม ซึ่งจากการให้เกษตรกรทดลองใช้พบว่าเบื้องต้นมีความต้องการอยู่ประมาณ 5,000 กิโลกรัม จึงต้องขยายกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการต่อไป

      ดร.กัญญวิมว์ กีรติกร ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นตัวอย่างของการต่อยอดงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่ การใช้จริง และเป็นตัวอย่างว่าความหลากหลายของเชื้อจุลินทรีย์ที่นักวิจัยเก็บไว้นั้นนำ ไปใช้ประโยชน์ให้กับภาคอุตสาหกรรมได้อย่างไร  ทั้งนี้ไบโอเทคมีนโยบายมุ่งผลักดันงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการสู่ภาค อุตสาหกรรมและผู้ใช้ จึงอยากได้โจทย์จากภาคอุตสาหกรรมและผู้ใช้มาพัฒนาโครงการร่วมกัน เพื่อให้แน่ใจว่าผลของการศึกษาจะไปถึงผู้ใช้จริงๆ

      # # #

      ที่มา : ASTV ผู้จัดการออนไลน์

        Items details

        • Hits: 2814 clicks
        • Average hits: 78.2 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 3
        น้อยมากที่สุด