โครงงานวิทยาศาสตร์กับการดูแลสุขภาพเด็กไทยให้แข็งแรง
ดัง นั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมการแก้ปัญหาสุขภาพของเด็กวัยเรียน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในฐานะเป็นองค์กรด้านสุขภาพรูปแบบใหม่ ทำหน้าที่จุดประกาย กระตุ้น สนับสนุน ประสานความร่วมมือเพื่อให้คนไทยริเริ่มกิจกรรมหรือโครงการสร้างเสริมสุขภาพ โดยไม่จำกัดกรอบวิธีการ จึงได้สนับสนุนศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) จัดทำโครงการความร่วมมือนำร่อง "โครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า" เพื่อเป็นการเริ่มต้นกิจกรรมรณรงค์ดูแลรักษาสุขภาพของเด็กนักเรียนใน โรงเรียนด้วยการใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เพื่อฝึกให้นักเรียนใช้ทักษะทางวิทยาศาสตร์และการคิดอย่ามีเหตุผลในการแก้ ปัญหา และดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของตนเอง ครอบครัว และชุมชน
" โครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า" เน้นบรรยากาศการสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ภายในโรงเรียน โดยเริ่มต้นจากการพัฒนากลุ่มครูพี่เลี้ยงในโรงเรียนจากหลายกลุ่มสาระวิชา ให้สามารถบูรณาการความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสร้างเสริมสุขภาพของเด็กใน โรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา วิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ร่วมกับวิชาวิทยาศาสตร์ เพื่อนำความรู้ที่ได้มาจากการบูรณการเหล่านี้มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียน การสอนในโรงเรียน และเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนให้เกิดโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อเสริมสร้าง สุขภาพอนามัยที่ดีของนักเรียนต่อไป
การ ทำโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่าของนักเรียนโดยส่วนใหญ่ มักเริ่มต้นจากการสำรวจตนเอง เพื่อนในโรงเรียน และชุมชน หรือปัญหาสภาพสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน โดยมีคณะครูพี่เลี้ยงเป็นแรงสนับสนุน และกระตุ้นความสงสัย
จากจุด เริ่มต้นเล็กๆ ที่สะกิดใจให้เด็กเกิดความสงสัยอยากรู้ อยากแก้ปัญหา เช่นเดียวกับการเริ่มต้นงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์โดยทั่วไป ประกอบกับแรงสนับสนุนจากกลุ่มครูพี่เลี้ยง ทำให้นักเรียนเกิดประเด็นในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์เล็กๆ ที่มีผลกระทบต่อการแก้ปัญหา หรือการดูแลสุขภาพอนามัยของเด็กและครูทั้งโรงเรียนได้ ตัวอย่างเช่น โครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียน จากโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์เชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำ ตั้งอยู่ที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
เด็ก นักเรียนส่วนใหญ่เป็นเด็กชาวเขา ครอบครัวทำการเกษตรบนที่สูง ครู และนักเรียนเกือบทั้งโรงเรียนพบปัญหาสุขภาพอนามัยที่แสนประหลาดในเรื่อง เดียวกันคือ ครูและนักเรียนส่วนใหญ่มีสารตกค้างในเลือดมากผิดปกติ
จาก ผลการตรวจเลือดดังกล่าว เริ่มจุดประเด็นความสงสัย อยากรู้ อยากแก้ปัญหาของตนเอง นักเรียนในโรงเรียนจึงคิดริเริ่มโครงงานค้นหาแหล่งที่มาของสารตกค้างในเลือด ดังกล่าว ว่าคือสารอะไร และมาจากที่ใด เพื่อหาทางป้องกันและแก้ไขต่อไป ในขณะที่กลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนบ้านแพะวิทยา อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน สังเกตว่าในช่วงใกล้ปิดภาคเรียน รุ่นน้องชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มักรู้สึกเครียดกว่าปกติ จึงคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นเพราะใกล้ถึงช่วงที่รุ่นน้องจะต้องเปลี่ยนโรงเรียน ใหม่ และต้องวางแผนการเรียนในอนาคต จึงอยากทำโครงงานสำรวจดัชนีความสุข และความเครียดของนักเรียนรุ่นน้องในโรงเรียน และกลุ่มโรงเรียนใกล้เคียง เพื่อศึกษาว่านักเรียนรุ่นน้องมีความเครียดและความสุขมากน้อยแค่ไหน อยู่ในระดับที่เครียดเกินไปหรือไม่ ทั้งนี้เพื่อคิดหากิจกรรมต่อเนื่องสำหรับลดดัชนีความเครียดของนักเรียนต่อไป
นอก จากโครงงานวิทยาศาสตร์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของนักเรียนส่วนใหญ่แล้ว ยังมีโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทที่เชื่อมโยงต่อสุขภาพอนามัยของครอบครัวนัก เรียน และคนในชุมชน เช่น โครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนโรงเรียนจอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งครอบครัวมีฐานะยากจน และมีคุณยายที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ต้องการทำโครงงานพัฒนาเครื่องมือกายภาพบำบัดเพื่อช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อแขน ของคุณยาย และมีราคาถูกกว่าเครื่องมือที่ขายทั่วไป ในขณะที่เพื่อนนักเรียนอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่ในหมู่บ้านที่ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพเสริมในการลอกเปลือกหุ้ม เมล็ดถั่วลิสง และมีปัญหาระบบทางเดินหายใจระคายเคือง เนื่องจากสูดดมฝุ่นจากเปลือกหุ้มเมล็ดถั่วลิสงอยู่เป็นประจำ จึงต้องการทำโครงงานพัฒนาเครื่องลอกเปลือกถั่วลิสง แทนการลอกเปลือกถั่วลิสงด้วยมือเปล่า เพื่อลดปัญหาการฟุ้งกระจายและการสูดดมฝุ่นจากเปลือกหุ้มเมล็ดถั่วลิสง ซึ่งเป็นที่มาของโรคระบบทางเดินหายใจของคนในชุมชน
กระบวน การในการสังเกตปัญหาสุขภาพอนามัยของนักเรียนในโรงเรียน การตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับสาเหตุของปัญหา การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และการสรุปผลเพื่อให้ได้คำตอบของปัญหาสุขภาพที่ต้องการแก้ไข เป็นขั้นตอนในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์หรืองานวิจัยเล็กๆ ที่ฝึกฝนให้นักเรียนเป็นนักคิด นักสังเกต รู้จักดูแลสร้างเสริมและแก้ไขปัญหาสุขภาพบนหลักของเหตุและผล และลงมือดำเนินการทำโครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างเป็น รูปธรรม และพิสูจน์ตรวจสอบได้
จาก จุดเริ่มต้นในการสังเกตปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพเล็กๆ น้อยๆ ใกล้ตัว และการสนับสนุนของครูพี่เลี้ยง ทำให้เกิดโครงงานวิทยาศาสตร์ที่มีคุณค่าต่อการดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของเด็ก นักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมาก ปัจจุบัน โครงการความร่วมมือนำร่อง “โครงงานวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพที่ดีกว่า” อยู่ระหว่างการดำเนินการ โดยมีเป้าหมายเพื่อสังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้จากการดำเนินงานให้เป็น โครงการต้นแบบในการสร้างเสริมสุขภาพเด็กวัยเรียนด้วยกระบวนการทางวิทยา ศาสตร์ ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาสุขภาพอนามัยของเด็กวัยเรียนแล้ว ยังช่วยพัฒนาการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ส่งเสริมให้นักเรียนสามารถประยุกต์ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพอนามัยของตนเอง ครอบครัว และชุมชนได้อย่างยั่งยืน
ผู้เขียน: ดร.กิตติมา ไกรพีรพรรณ
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค)
Items details
- Hits: 12251 clicks
- Average hits: 340.3 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



