"มดและเฟิร์นริดเลย์" สุดยอดโครงงานวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์
Last Updated on Thursday, 28 May 2009 16:33
การจัดแข่งขันประกวดสุดยอดโครงงานวิทยาศาสตร์ภายใต้หัวข้อ “วิวัฒนาการในชุมชนที่ฉันอยู่” เป็นหนึ่งในกิจกรรมของค่ายประชุมสุดยอดนักวิวัฒนาการรุ่นเยาว์ ครั้งที่ 2 ซึ่งจัดโดยสำนักพัฒนากำลังคนทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยมีโครงงานที่ผ่านการคัดเลือกจำนวน 20 โครงงาน ซึ่งผลการตัดสินมาจากการโหวตของนักวิจัย สวทช. และเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมค่าย
โครงงานวิทยาศาสตร์ “ศึกษาการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างมดและชายผ้าสีดาเขากวางหรือริดเลย์” จากโรงเรียนพะเยาพิทยาคม จ.พะเยา ได้รับคะแนนโหวตมากที่สุด โดยเยาวชนกลุ่มนี้มีความสนใจเฟินริดเลย์ หรือชายผ้าสีดาเขากวางหรือเฟิร์นเขากวางใบตั้ง ที่แม้จะเป็นหนึ่งในพืชสกุลชายผ้าสีดา แต่กลับมีลักษณะที่แตกต่างออกไป เนื่องจากเฟิร์นชายผ้าสีดาทั่วไปที่อาศัยอยู่บนต้นไม้ มักจะมีส่วนใบที่ตั้งขึ้นเหมือนตะกร้า เพื่อดักเอาเศษใบไม้ กิ่งไม้ที่ร่วงหล่นสะสมเป็นอินทรียสารหล่อเลี้ยงชีวิต แต่ใบของริดเลย์กลับม้วนตัวห่อหุ้มกิ่งไม้ไว้แน่นปิดโอกาสในการสะสมธาตุ อาหารอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเมื่อทำการศึกษาพบว่า ภายใต้ใบที่ห่อหุ้มกิ่งไม้นั้นเป็นที่อยู่อาศัยของมดจำนวนมากมาย สันนิษฐานว่าใบที่ห่อหุ้มกิ่งไม้มีลักษณะไขว้ไปมา ทำให้เกิดช่องว่างเหมาะต่อการอาศัยและเป็นแหล่งหลบภัยของมด ในยามฝนตก น้ำท่วมได้เป็นอย่างดี แม้กระนั้นผู้อยู่อาศัยอย่างมดก็ตอบแทนด้วยการคาบเศษอินทรีย์วัตถุบางชนิด เข้าไปเก็บในรัง กลายเป็นสารอาหารชั้นดีให้แก่ริดเลย์ อีกทั้งมดยังช่วยขับไล่หนอนและแมลงต่างที่เป็นศัตรูพืชด้วย นับเป็นการอยู่ร่วมกันของสองสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศที่ต่างเกื้อกูลกันเป็น อย่างดี
สำหรับโครงงานวิทยาศาสตร์ “ศึกษาการเปลี่ยนสีปลากัดจากการใช้กระดาษสะท้อนแสง” จากโรงเรียนแม่ลาน้อยดรุณสิกข์ จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ซึ่งทดลองศึกษาการเปลี่ยนสีของปลากัดโดยใช้ กระดาษสะท้อนแสงแบบตะกั่วทดลองพันรอบขวดที่มีปลากัดสีขาวอยู่ พบว่าสามารถเปลี่ยนสีของปลากัดได้โดยใช้เวลา 3 สัปดาห์ และเมื่อนำกระดาษสะท้อนแสงออก สีของปลาจะกลับไปเป็นสีเดิมโดยใช้เวลา 8 สัปดาห์
นอกจากนี้โครงงานวิทยาศาสตร์ “ศึกษาวิวัฒนาการของนกปากห่างและหอยโข่ง” จากโรงเรียนพรหมมานุสรณ์ จ.เพชรบุรี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 โดยเลือกศึกษาการกินอาหารของนกปากห่าง ซึ่งเป็นนกที่พบมากในท้องถิ่น โดยตั้งข้อสงสัยว่านกปากห่างมีวิธีการกินหอยโข่งอย่างไรโดยที่เปลือกหอยไม่ แตก ทั้งที่หอยโข่งเป็นสัตว์ที่มีเปลือกแข็งและลื่น ซึ่งเป็นวิวัฒนาการทางรูปร่างเพื่อป้องกันตนเองจากผู้ล่า จากการศึกษาของเยาวชนพบว่าด้วยลักษณะทางกายภาพของนกปากห่างที่มีคอยาว ปากใหญ่ตรง เรียบ และสันปากไม่มีร่อง แต่ปลายปากบนโค้งเล็กน้อย ขณะที่ปลายปากล่างโค้งขึ้น จึงทำให้มีช่องว่างที่เหมาะต่อการคาบหอยโข่งแม้เปลือกจะลื่น อีกทั้งยังช่วยในการกินหอย โดยใช้ปลายปากล่างทิ่มลงระหว่างร่องตัวหอยกับฝา
กิจกรรมค่ายประชุมสุดยอดนักวิวัฒนาการรุ่นเยาว์ ครั้งที่ 2 นี้ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18-20 พฤษภาคม 2552 ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร โดยมีกิจกรรมและบรรยายพิเศษจากผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัย อาทิ กิจกรรมนักสืบใบไม้ Co-evolution กุญแจความสำเร็จของดาร์วิน เปิดโลกมหัศจรรย์แห่งวิวัฒนาการ ย้อนตำนานการเดินทางของชาลส์ ดาร์วิน เป็นต้น ทั้งนี้บ้านวิทยาศาสตร์สิริธรได้จัดกิจกรรมค่ายสำหรับเยาวชนที่มีความสนใจ ทางด้านวิทยาศาสตร์อย่างต่อเนื่อง ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมค่ายต่างๆ ได้ที่ www.nstda.or.th/ssh
Items details
- Hits: 4518 clicks
- Average hits: 125.5 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



