ปฏิบัติการสแกน 3 มิติ หาไซส์มาตรฐาน "ควายไทย"
นับวันประชากร "กระบือ" หรือ "ควาย" ในไทยกำลังร่อยหรอลงทุกขณะ โดยเฉพาะลักษณะควายพันธุ์ดี ที่ต้องใช้องค์ความรู้ของนักวิชาการเฉพาะกลุ่มเป็นผู้ชี้วัด ซึ่งการวัดขนาดของควายตามส่วนต่างๆ เพื่อดูความสวยงาม และให้ได้ตามมาตรฐานการเป็นพ่อแม่พันธุ์ที่ดี ต้องใช้เวลานาน และเสี่ยงอันตราย เพราะอาการที่ไม่อยู่นิ่งของสัตว์ชนิดนี้
ศูนย์เทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สวทช.) จึงได้พัฒนาเทคโนโลยีและจัดสร้างเครื่องมือ "การประเมินรูปร่างกระบือโดยใช้เครื่องสแกนแบบ 3 มิติ (3D scanning)" เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความแม่นยำในการวัดขนาดของควายไทยขึ้น โดยใช้สนับสนุนภารกิจสำคัญของ "โครงการพัฒนาฐานข้อมูลการประเมินรูปร่างกระบือ"
ศ.สพ.ญ.ดร.ชลลดา บูรณกาลคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการพัฒนาฐานข้อมูลการประเมินรูปร่างกระบือ มหาวิทยาลัย หัวหน้าโครงการพัฒนาฐานข้อมูลการประเมินรูปร่างกระบือ เผยว่า การนำเครื่องสแกนแบบ 3 มิติมาใช้ เพื่อเก็บรวบรวมลักษณะรูปร่างของควายไทยที่มีลักษณะดีเด่น และนำมาจัดทำมาตรฐานกระบือไทย ซึ่งสามารถเก็บรายละเอียดของข้อมูลได้มากกว่าการวัดด้วยมือ เข้ามาช่วยในการวัดสัดส่วนของควาย เป็นการช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการวัด
การทำงานของเครื่องสแกนควายแบบ 3 มิติ นี้ จะทำให้สามารถหาควายแบบ 3 มิติ นี้ จะทำให้สามารถหาขนาดรูปร่างได้อย่างละเอียดทุกสัดส่วน เป็นต้นว่า ใบหน้า ลำคอ ไหล่ ลำตัว รวมถึงลักษณะเขา โดยอาศัยหลักการวัดระยะทาง หรือหาระยะความลึกของวัตถุจากภาพถ่ายแบบสเตอริโอ โดยวัดตำแหน่งต่างๆ บนตัวควาย 33 จุด ครอบคลุมทั้ง 360 องศา จนได้ข้อมูลรูปทรงแบบ 3 มิติ ซึ่งการสแกนแบบนี้ สามารถเก็บข้อมูลได้รวดเร็วและ แม่นยำสูง
ทั้งนี้ อุปกรณ์การประเมินรูปร่างควาย โดยใช้เครื่องสแกนแบบสามมิติได้พัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องสแกนร่างกายมนุษย์แบบ 3 มิติ แบบสแกนทั้งร่าง ซึ่งนำมาพัฒนาต่อยอดกับรูปร่างของควาย โดย ดร.ธีระ ภัทราพรนันท์นักวิจัยจากห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว NECTEC เมื่อนำเครื่องสแกนมาประเมินรูปร่างควาย จะต้องใช้เครื่องมือที่ประกอบด้วยเครื่องฉายวิดีโอโปรเจกเตอร์ 6 เครื่อง และโครงเครื่องสแกน เพื่อกำหนดจุดและระยะในการวัด พร้อมกล้องเว็บแคม (Webcam) จับภาพจำนวน 16 ตัว โดยเชื่อมต่อสัญญาณแบบไฟร์ไวร์ (Firewire) ผ่านคอมพิวเตอร์ควบคุมกล้องและวิดีโอโปรเจกเตอร์ 3 เครื่อง ที่เชื่อมระบบคอมพิวเตอร์แม่ข่ายอีก 1 เครื่อง
ดร.ธีระ อธิบายว่า เครื่องสแกนควาย 3 มิตินั้น ใช้เทคโนโลยีเหมือนตาของมนุษย์ สามารถคะเนระยะความลึกได้ ซึ่งใช้หลักการหาความแตกต่างของภาพ มาคำนวณและถอดเป็นรูปร่าง 3 มิติได้ ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ 3 ชุด ใช้ควบคุมจังหวะถ่าย ยิงเป็นด้านละ 5 ภาพ ทั้งหมด 140-150 ภาพ ส่งไปยังเครื่องแม่ข่าย และคำนวณเป็นภาพ 3 มิติ ซึ่งมีกว่าแสนจุด สามารถหมุนดูรูปทรง และขยายเพื่อดูตำแหน่งต่างๆ ของควายได้
"หากเป็นเครื่องสแกนร่างกายแบบ 3 มิติ สำหรับคนจะต้องยืนนิ่งนานถึง 10 วินาที แต่การนำมาใช้กับควายไทยนั้น ตัดให้เหลือการทำงานเพียง 6 วินาที เนื่องจากควายเป็นสัตว์บังคับยาก ไม่นิ่ง จึงต้องพัฒนาให้ใช้เวลาน้อยที่สุด" ดร.ธีระกล่าว อีกทั้งยังสามารถนำเครื่องนี้ไปต่อยอด ใช้ในปศุสัตว์ชนิดอื่นๆ ที่มีการใช้ค่าวัดเพื่อปรับปรุงลักษณะรูปร่าง เช่น โคนม แพะ เป็นต้น
อย่างไรก็ดี การดำเนินการจัดเก็บข้อมูลรูปร่างควายไทย ได้ใช้ควายสวยงามเป็นตัวอย่างทั้งหมด 187 ตัว จากภาคกลางและภาคอีสาน โดยข้อมูลที่ได้ ทั้งจากการใช้เครื่องสแกนแบบ 3 มิติ และจากปราชญ์ชาวบ้าน ผู้เชี่ยวชาญด้านการคัดพันธุ์ควาย จะนำมาวิเคราะห์และประมวลผลออกมาเป็นตัวเลข ว่าควายไทยสวยงามนั้น จะต้องมีรูปร่างแบบไหน ทั้งแบบจำลองเครื่องสแกน 3 มิติขนาดรอบอก รอบขา ลำคอ และส่วนต่างๆ โดยจะเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บไซต์ต่อไป
ทางด้าน อาจารย์จินตนา อินทรมงคล ผู้เชี่ยวชาญการผลิตและขยายพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ ชี้ถึงความจำเป็นที่ต้องวิเคราะห์ข้อมูลควายให้ได้ตัวเลขมาตรฐานนั้น เนื่องจากควายในอดีตมีมากถึง 6 ล้านตัว แต่ปัจจุบันเหลือเพียงกว่าล้านตัว จึงจำเป็นต้องปลุกกระแสอนุรักษ์ควายขึ้นมาให้แก่เกษตรกรไทย
ทั้งนี้ โครงการพัฒนาฐานข้อมูล การประเมินรูปร่างกระบือครั้งนี้ เป็นพระราชดำริ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการคัดเลือกเพื่อปรับปรุงพันธุ์ควายของไทย ให้มีลักษณะที่ดีพร้อม เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงควายได้อย่างยั่งยืน จึงจำเป็นที่จะต้องพัฒนาองค์ความรู้ ด้านการคัดลักษณะควายที่สวยงามเพื่อใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ และการใช้งาน ซึ่งทุกลักษณะของความสวยงามตามอุดมคติที่ใช้ในการประกวด มีความสัมพันธ์กับลักษณะการให้ผลผลิต ความสมบูรณ์พันธุ์ การใช้แรงงาน และความยืนยาวของอายุการใช้งานซึ่งเป็นลักษณะทางเศรษฐกิจทั้งสิ้น
"เกณฑ์การให้คะแนนควายงามนั้น ยังเป็นลักษณะนามธรรม ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่มีประสบการณ์มากมาประเมินตามความดีเด่นของลักษณะ ทำให้องค์ความรู้ด้านการคัดพันธุ์ควาย ยังคงเผยแพร่และถ่ายทอดจำกัดอยู่ในหมู่นักวิชาการและปราชญ์ผู้รู้เท่านั้น" ดร.ชลลดา อธิบายว่า เมื่อมีการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ จนเกิดการพัฒนาฐานข้อมูล ที่เป็นมาตรฐาน จะทำให้การประเมินหาควายที่มีลักษณะดีดำเนินได้โดยง่าย ไม่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ ส่งต่อสู่เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้ และยังเป็นการปรับองค์ความรู้ให้เป็นสากล.สแกนที่โค้ดนี้ หรือพิมพ์ astv.mobi/buff-3D เพื่ออ่านเพิ่มเติม
ควายไทยที่ว่าสวยงาม ได้มาตรฐานจะต้องมีรูปร่าง หรือลักษณะอย่างไรกัน กิตติ กุบแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาพันธุ์กระบือ กรมปศุสัตว์ ช่วยเราอธิบายขยายความว่า ควายไทยที่มีความสวยงาม และได้มาตรฐานจะต้องมี ลักษณะต่างๆ ดังนี้
- ลำตัว ใหญ่และยาว ขาแข็งแรงทั้ง 4 ขา และได้สัดส่วนเหมาะสมกับลำตัว
- ส่วนหัว ควรมีหน้าค่อนข้างยาว - ตา แจ่มใส ตาหวาน เบ้าตาใหญ่และแข็งแรง ไม่มีจุดฝ้าและสีผิดปกติ
- จมูก รูจมูกใหญ่ จมูกชุ่มชื้นอยู่เสมอ
- เขา นิยมควายเขากรอบหรือเขาโง้ง คล้ายวงพระจันทร์ มีขนาดสวยงาม โคนมเขาใหญ่แข็งแรง ปลายเขาเรียว ตอบรับกับ- คอ จะต้องอวบใหญ่หนาบึกบึน และตรงคอจะต้องมีลายสร้อย 2 จุด เหมือนพระจันทร์
- ขา โคนขาใหญ่ ค่อย ๆ เรียวลงสู่ปลายเท้าถึงกีบ
- กีบ ต้องมีอุ้งกีบใหญ่ อก ใหญ่หรือที่เรียกว่ากะโหลกมะพร้าว
- หลัง แบนและกว้าง สันหลังตรง หากสันหลังนูนแหลมเป็นสันเป็นลักษณะไม่ดี
- ท้อง เหมาะสมกับลำตัว ไม่กางหรือบวมโตจนเกินไป ผิวหนังบางและอ่อนนุ่ม เชื่อว่าส่อลักษณะว่านอนสอนง่าย แต่บางคนชอบหนังหนาเชื่อว่าเลี้ยงง่าย โตเร็ว
- สีผิวหนัง เชื่อว่าควายดำทำงานทนกว่าควายสีเทา
- ขน ยาวและดก โตเร็ว ทนโรค
- หาง โคนหาง เหง้าหางใหญ่ และเรียวลงสู่ปลายทาง ขนหางเป็นพู่ใหญ่
- ฟัน ควายฟันขาวเติบโตและสุขภาพดีกว่าควายฟันเหลือง
- ขวัญ เกษตรกรยังเชื่อเรื่องขวัญมาก ในบางท้องที่จะไม่ยอมซื้อควายที่มีขวัญไม่ดีเข้าบ้าน ควายทุกตัวจะมีอย่างน้อย 1 ขวัญ และมีมากที่สุดเท่าที่พบคือ 9 ขวัญ แต่ชาวนาไทยส่วนใหญ่เชื่อว่าควายมีขวัญทั้งหมด 32 ขวัญ
Items details
- Hits: 858 clicks
- Average hits: 61.3 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



