กลุ่มสามารถลุยต่อเวที SIA 2011 สานฝันนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      ทีม iSightAd ราชมงคลฯ กรุงเทพ คว้าถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จากเวทีออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ Samart Innovation Awards ครั้งที่ 8 กลุ่มบริษัทสามารถเผยครั้งที่ 9 ร่วมกับ สวทช.-ททท. เน้นแอพฯ Travel & Leisure ส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

      นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการประกวดออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ SAMART Innovation Awards (SIA) ปี 2010 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลแก่ผู้ชนะเลิศ สร้างความภาคภูมิใจและความคึกคักให้การประกวด โดยมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 200 ผลงาน

      รางวัลสูงสุด Gold Award ได้แก่ ทีม iSightAd จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ซึ่งสามารถคว้าถ้วยพระราชทานและรางวัลชนะเลิศประเภท Mobile Application ไปได้ โดยต่อยอดความคิดจากการนำโปรแกรม QR Code มาใช้เป็นสื่อโฆษณาเคลื่อนไหว (VDO) ที่สามารถวัดจำนวนผู้ชมสื่อโฆษณาในแต่ละที่ นับเป็นอีกหนึ่งผลงานที่จะสามารถผลักดันให้เข้าสู่ตลาดได้ ส่วนรางวัล Silver Award มี 4 รางวัล ได้แก่

      1. ผลงานการประยุกต์ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในระบบโลจิสติกส์ (Apply android phone in logistics) จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
      2. สารานุกรมเคลื่อนที่แบบเติมความเป็นจริง (Mobile Augmented Reality Encyclopedia) จากมหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์
      3. ระบบเลือกแว่นและบริหารจัดการร้านขายแว่นตาแนวใหม่ Emergency Mobile Service
      4.  ระบบแจ้งเหตุที่ลดอันตรายและการสูญเสีย
        นอกจากนี้ยังมีรางวัลอื่นๆ ได้แก่ Bronze Award อีก 6 รางวัล และชมเชย อีก 4 รางวัล

      นายเจริญรัฐ กล่าวอีกว่า แม้จะมีซอฟต์แวร์ที่ดีแต่หากไม่สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์และตลาดไม่มีความต้องการซื้อ การพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นก็ไม่ถือว่าประสบความสำเร็จ จากนี้การประกวดในโครงการ SIA แต่ละปีจะมีการกำหนดหัวข้อการประกวดเพื่อสรรหาซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นที่เหมาะสมกับแต่ละอุตสาหกรรม ล่าสุด ทางโครงการฯ ได้รับเกียรติจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สนับสนุนข้อมูลความต้องการ การใช้ซอฟต์แวร์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสินผลงานด้วย         

      ในปี 2011 กลุ่มบริษัทสามารถยังคงมุ่งมั่นผลักดันและส่งเสริมการพัฒนาทักษะและสร้างอาชีพแก่นักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสร้างคุณค่าและประโยชน์กลับสู่ประเทศ เชื่อว่าโครงการ SIA จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาส สร้างความรู้ และความเชื่อมั่นให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ชาวไทยต่อไป ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามหรือแลกเปลี่ยนความรู้ด้านซอฟต์แวร์ได้ที่ www.samartsia.com และ www.facebook.com/Samart-Innovation         

      สำหรับโครงการ SIA 2011 (ครั้งที่ 9) ยังคงความเข้มข้นและท้าทายสำหรับผู้มีฝีมือด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ ในหัวข้อ TRAVEL & LEISURE เพื่อเฟ้นหาซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นเด็ดที่สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบธุรกิจท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศปีละหลายแสนล้านบาท และปัจจัยที่สำคัญต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมดังกล่าวก็คือ การนำเทคโนโลยีและซอฟต์แวร์มาใช้ยกระดับคุณภาพบริการ เพิ่มความรวดเร็ว สะดวกสบายในการติดต่อสื่อสารแก่นักท่องเที่ยว         

      นายชัยสงค์ ชูฤทธิ์ รองผู้ว่าการด้านนโยบายและแผนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ททท. พร้อมสนับสนุนโครงการ Samart Innovation Awards เพื่อส่งเสริมนักพัฒนาซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ในการพัฒนาซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นที่สามารถรองรับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ที่เป็นนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และยังสามารถต่อยอดธุรกิจให้ผู้ประกอบการ ซึ่งจะส่งผลต่ออัตราการเติบโตทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวม         

      นางสุวิภา วรรณสาธพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ปัจจุบัน ความต้องการในตลาดซอฟต์แวร์ประเทศไทยจำนวนมาก แต่จำนวนนักพัฒนายังมีน้อย การเปิดโอกาสให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้แสดงฝีมือจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งการส่งเสริมและพัฒนาคน การที่เยาวชนมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลงานผ่านเวทีประกวด Samart Innovation Awards จึงเป็นเรื่องน่าชื่นชม ภาครัฐพร้อมให้การสนับสนุนเพื่อสร้างให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งในส่วนของการเสริมความรู้ผ่านโครงการต่างๆ ของศูนย์บ่มเพาะธุรกิจซอฟต์แวร์ของ สวทช. หรือสนับสนุนเครื่องมือที่ช่วยพัฒนาแอพพลิเคชั่นด้านข้อมูลจราจรแบบเรียลไทม์ ที่เรียกว่า Traffy API ซึ่งเป็นผลงานวิจัยของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) รวมถึง แผนสนับสนุนของเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย (ซอฟต์แวร์พาร์ค) ที่กำลังจะจัดตั้ง Mobile Testing Center เพื่อเป็น Lab Test อุปกรณ์หรือเครื่องโทรศัพท์ให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์ได้ทดสอบผลงานของตน เพื่อแก้ไขปัญหาเครื่องทดสอบ รวมถึงระบบปฏิบัติการที่ไม่สามารถลงทุนจัดซื้อได้เอง คาดว่าเมื่อศูนย์ดังกล่าวแล้วเสร็จก็จะทำให้การสร้างผลงานของผู้เข้าประกวดทำได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

      ที่มา : เว็บไซต์ไทยรัฐ วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม 2553

        Items details

        • Hits: 543 clicks
        • Average hits: 33.9 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 2
        น้อยมากที่สุด