แบคทีเรียต้านฟันผุ

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) พบแบคทีเรียในช่องปากที่สามารถต้านการเติบโตของเชื้อแบคทีเรียสาเหตุของฟันผุได้ดี เตรียมทดลองผสมในนมผง-โยเกิร์ต เพื่อลดปัญหาฟันผุในเด็ก

      รองศาสตราจารย์ ดร.รวี เถียรไพศาลผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโรคที่พบบ่อยในช่องปากและวิทยาการระบาด คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า จากการเข้าไปศึกษาความชุกของฟันผุในเด็ก ที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา พบว่า มีเด็กจำนวนประมาณ 15% ที่ฟันไม่ผุ ทั้งที่อยู่ในพื้นที่และสภาพแวดล้อมเดียวกัน ซึ่งพบว่า เกิดจากมีเชื้อแบคทีเรียบางชนิดที่อาจช่วยป้องกันเชื้อที่เป็นสาเหตุของฟันผุ จึงได้นำมาศึกษาในห้องทดลองพบเชื้อ "แลคโตบาซิลัส พาราคาไซ (Lactobacillus paracasei)" แบคทีเรียสายพันธุ์หนึ่งในหลายสายพันธุ์ ที่เหมาะสมในการนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยป้องกันฟันผุ เนื่องจากเป็นสายพันธุ์ที่ได้มาจากช่องปาก และมีความสามารถในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคฟันผุ จึงได้ตั้งชื่อว่า "แลคโตบาซิลลัส พาราคาไซ เอสดี 1 (Lactobacillus paracasei SD1)"

      ซึ่งคณะผู้วิจัยประกอบด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.รวี เถียรไพศาล อาจารย์ทพญ.สุพัชรินทร์ พิวัฒน์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทพญ.สุกัญญา เธียรวิวัฒน์ คณะทันตแพทยศาสตร์ และ ดร.สันทัด วิเชียรโชติคณะอุตสาหกรรมเกษตร ม.อ.

      โครงการดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากทุนนักวิจัยแกนนำของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อทำการวิจัยเรื่อง"ผลิตภัณฑ์ผสมโพรไบโอติกแลคโตบาซิลลัส พาราคาไซ เอสดี 1 เพื่อป้องกันฟันผุ"ซึ่งเป็นหนึ่งงานวิจัยในโครงการระบาดวิทยาเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพประชาชนภาคใต้

      รองศาสตราจารย์ ดร.รวี บอกว่าโดยทั่วไปได้มีการนำเชื้อแบคทีเรียมาใช้เป็น "โพรไบโอติก" ซึ่งหมายถึงการนำจุลชีพหนึ่ง ๆ มาใช้เพื่อประโยชน์ในการเสริมสุขภาพและป้องกันจุลชีพก่อโรคอื่น ๆ แบคทีเรียที่ถูกนำมาใช้เป็นโพรไบโอติกมีหลายชนิด แต่แลคโตบาซิลลัส เป็นกลุ่มแบคทีเรียที่ถูกนำมาใช้มากที่สุด และมีบางสายพันธุ์ที่ถูกนำมาใช้ในเชิงการค้า เช่น ถูกนำมาเตรียมในรูปของโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว เพื่อช่วยป้องกันเชื้อที่ก่อโรคในทางเดินอาหารและช่วยย่อยที่ผ่านมา มีรายงานวิจัยการประยุกต์ใช้เชื้อเหล่านี้ เพื่อเสริมสุขภาพในช่องปาก ซึ่งพบว่าเชื้อบางชนิดดังกล่าวสามารถลดเชื้อก่อโรคฟันผุได้ แต่มีข้อจำกัดคือสามารถเกาะติดในช่องปากได้เพียงชั่วคราว เนื่องจากไม่ใช่เชื้อที่มีแหล่งกำเนิดจากช่องปากโดยตรง

      ส่วนสายพันธุ์ที่คณะวิจัยได้ค้นพบหรือแลคโตบาซิลลัส พาราคาไซ เอสดี 1 นั้นเป็นเชื้อที่ได้จากช่องปาก จึงมีคุณสมบัติที่ยึดเกาะเยื่อบุในช่องปากได้ดีกว่านอกจากนี้ยังมีความสามารถสูงในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของฟันผุ และสร้างกรดได้น้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับสายพันธุ์ยับยั้งเชื้อฟันผุอื่น ๆทำให้ลดความเสี่ยงจากการสูญเสียแร่ธาตุจากฟัน

      ทั้งนี้ผู้ศึกษาวิจัยได้ทดลองผสมแบคทีเรียดังกล่าวในนมผงและโยเกิร์ต ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะต้องมีแลคโตบาซิลลัสชนิดนี้อยู่ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตัว ใน 1 ซีซี จึงจะถือว่ามีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการใช้เป็นโพรไบโอติก

      ปัจจุบันมีการนำไปใช้กับอาสาสมัครที่เป็นกลุ่มนักเรียนอายุระหว่าง 12-14 ปีจำนวน 50 คน โดยให้ดื่มนมผสมแบคทีเรียดังกล่าววันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 6 เดือน ซึ่งจะมีการประเมินผลในการป้องกันฟันผุว่าเป็นอย่างไรเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กทั่วไป

      ล่าสุด...งานวิจัยดังกล่าวได้มีการนำไปยื่นคำขอจดสิทธิบัตรไว้เรียบร้อยแล้ว.

      ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553
             คอลัมน์: ฉลาดสุดๆ: แบคทีเรียต้านฟันผุ

        Items details

        • Hits: 987 clicks
        • Average hits: 54.8 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 4
        น้อยมากที่สุด