“อีแต๋น" มาตรฐานต้นแบบ ลดใช้น้ำมันมากกว่ากระบะ 2 เท่า
Last Updated on Tuesday, 10 August 2010 10:30
ปิยพงศ์ เพ็ญชาติ ผู้ช่วยห้องปฏิบัติการยานยนต์ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) เผยกับทีมข่าววิทยาศาสตร์ ASTV-ผู้จัดการออนไลน์ว่า ไทยมีการผลิตรถอีแต๋นอยู่มากมาย แต่รถที่ประกอบขึ้นส่วนมากนั้น ใช้เครื่องยนต์มือสองจากเครื่องยนต์ของรถไถนาเดินตาม และอาศัยความรู้จากประสบการณ์ของผู้ผลิต โดยไม่มีองค์ความรู้เชิงวิศวกรรม จึงมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยในการนำไปใช้งาน และยังผิดกฎหมายเมื่อนำมาวิ่งบนถนน
่
เอ็มเทคจึงได้พัฒนารถอเนกประสงค์ เพื่อเกษตรกรที่ถฏหลักวิศวกรรม โดยมี ดร.ฉัตรชัย จันทร์เด่นดวง นักวิจัยเอ็มเทค เป็นหัวหน้าโครงการ ซึ่งปิยพงศ์ได้ร่วมในโครงการดังกล่าวด้วย และเขาได้บอกอีกว่ารถเอนกประสงค์นี้ออกแบบมาเพือภาคเกษตรโดยเฉพาะ ซึ่งเมื่อเทียบความปลอดภัยกับรถอีแต๋นทั่วไปแล้ว รถเอนกประสงค์นี้มีความปลอดภัยมากกว่า และเมื่อเปรียบเทียบกับรถกระบะที่มีราคาแพงกว่าแล้ว รถอเนกประสงค์ยังประหยัดน้ำมันมากกว่าถึง 2 เท่า
ทั้งนี้ทีมวิจัยได้พัฒนาส่วนประกอบต่างๆ ของรถอเนกประสงค์คือ ระบบเฟืองท้าย ดุมล้อและระบบเบรก เพลาหน้า ระบบบังคับเลี้ยว และระบบรองรับการสั่นสะเทือน แล้วนำมาประกอบขึ้นเป็นรถอเนกประสงค์ อย่างไรก็ดีทีมวิจัยยังต้องพัฒนาชิ้นส่วนบางชิ้น ซึ่งยังไม่สามารถผลิตขึ้นในประเทศได้ คือระบบบังคบเลี้ยว เกียร์ และเฟืองท้าย
รถอเนกประสงค์เพื่อการเกษตรนี้ใช้เครื่องยนต์ 1 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ 14 แรงม้า โดยน้ำหนักรถ 1.6 ตัน สามารถบรรทุกได้ 1.4 ตัน และได้ผ่านการวิเคราะหฺและทดสอบความปลอดภัย ซึ่งสามารถจดทะเบียนเป็นรถบรรทุกการเกษตรแบบ รย.15 ได้
พร้อมกันนี้ บวร รุ่งเสถียร นักวิเคราะห์โครงการ โปรแกรมเทคโนโลยียานยนต์เพื่อการแข่งขันที่ยั่งยืน สำนักงานบริหารคลัสเตอร์และโปรแกรมวิจัย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้เปิดตัวรถโดยสารไฟฟ้า 15 ที่นั่ง ผลงานวิจัยที่มี ดร.ชินะ เพ็ญชาติ หัวหน้าห้องปฏิบัติการยานยนต์เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย
รถโดยสารไฟฟ้าดังกล่าว ไม่ใช้เครื่องยนต์เหมือนรถโดยสารทั่วไปที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลปั่นไฟฟ้าให้ กับมอเตอร์ โดยรถโดยสารไฟฟ้านี้ใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรีตะกั่ว 14 ลูกสำหรับใช้ขับเคลื่อนรถยนต์ และใช้แบตเตอรีอีก 12 ลูกสำหรับระบบปรับอาหาศภายในรถ โดยการชาร์จประจุไฟฟ้า 1 ครั้งจะวิ่งได้ไกล 60 กิโลเมตร และวิ่งได้เร็วสูงสุด 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งทีมวิจัยมองว่าจะเป็นทางเลือกสำหรับรถโดยสารในเมือง ส่วนการพัฒนาเป็นรถโดยสารระยะไกลนั้นต้องพัฒนาแบตเตอรีลีเทียม ซึ่งจะทำให้รถวิ่งได้เร็วและไกลขึ้น
“การทำงานของรถนั้นขึ้นอยู่กับแบตเตอรีโดยตรง แต่ตอนนี้มีปัญหาเรื่องแบตเตอรีลีเทียมที่ยังมีราคาสูงมาก ทั้งนี้งานวิจัยรถบัสไฟฟ้านี้เกิดขึ้นเนื่องจากปัญหาโลกร้อน เอ็มเทคจึงคิดที่จะพัฒนารถไฟฟ้า และเลือกพัฒนารถบัสไฟฟ้า เนื่องจากเมืองไทยมีรถบัสจำนวนมาก หากทำให้รถบัสเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าจะช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลได้มาก" บวรเผย
ที่มา : ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC)
Items details
- Hits: 4408 clicks
- Average hits: 209.9 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



