iTAP ดึงผู้เชี่ยวชาญพัฒนาเครื่องอ่าน RFID ช่วยร้านทองตรวจนับสินค้า

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ดึงผู้เชี่ยวชาญช่วยธุรกิจร้านทอง ออกแบบและพัฒนาถาดไฮเทค RFID ตรวจนับทองรูปพรรณได้มากกว่า 300 Tag ใน 10 วินาที ประหยัดเวลา-กำลังคน และสร้างต้นแบบระบบควบคุมการเปิด-ปิดห้องมั่นคงผ่าน SMS

      โครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ภายใต้ศูนย์บริหารจัดการเทคโนโลยี (ทีเอ็มซี) ได้ให้การสนับสนุนบริษัท โมลีคิว (ประเทศไทย) จำกัด ด้วยการจัดหาผู้เชี่ยวชาญออกแบบและพัฒนาเครื่องอ่าน RFID ตรวจนับทองและจิวเวลรี่ในรูปแบบของถาดไฮเทค เพื่อให้เหมาะกับการประยุกต์ใช้งานของธุรกิจร้านทองที่ต้องตรวจนับและจัดเก็บสินค้าภายในร้านเป็นประจำทุกวัน โดยถาด RFID ที่พัฒนาขึ้นนี้สามารถตรวจนับ Tag ที่ติดกับสินค้าได้มากกว่า 300 Tag ในเวลาไม่ถึง 10 วินาที ปัจจุบันมีร้านทองที่ใช้ถาด RFID นี้แล้ว 15 แห่งทั่วประเทศ

      คุณสมสิทธิ์ ดวงเอกอนงค์ ประธานกรรมการบริษัท โมลีคิว (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับธุรกิจร้านทองมาตั้งแต่ปี 2546 ซึ่งปัจจุบันไอทีได้เข้ามามีส่วนในการเพิ่มประสิทธิภาพและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการแทบทุกสาขาอาชีพ ซึ่งการตรวจนับทองเป็นกิจวัตรประจำวันหลักของร้านที่จะต้องทำทุกเช้าและเย็น แต่ละวันต้องใช้พนักงานตรวจนับ 4-5 คน รวมเวลากว่า 2 ชั่วโมง และบางครั้งก็อาจเกิดความผิดพลาดในระหว่างการตรวจนับของพนักงานขึ้นได้ จึงได้หารือกับผู้เชี่ยวชาญจาก iTAP เพื่อคิดค้นและพัฒนาเครื่องมือโดยใช้เทคโนโลยี RFID เข้ามาช่วยในการตรวจนับทอง ซึ่งขณะนี้ได้มีร้านทองนำเทคโนโลยีถาด RFID ไปใช้แล้วจำนวน 15 ร้านทั่วประเทศ ซึ่งนวัตกรรมของเทคโนโลยีนี้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ทั้งความแม่นยำ รวดเร็ว และลดบุคลากรในการทำงาน ทำให้การตรวจเช็คสินค้าในปัจจุบันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

      สำหรับโครงการระบบควบคุมการเปิด-ปิดห้องมั่นคงผ่าน SMS นั้น เนื่องจากห้องมั่นคงเปรียบเสมือนเป็นห้องนิรภัยที่เก็บสินค้าที่มีมูลค่าทั้งหมดของทางร้านไว้ จึงต้องมีความปลอดภัยสูงสุด โดยการเปิด-ปิดห้องควรสามารถทำได้เฉพาะเจ้าของร้านและผู้จัดการที่ถือกุญแจห้องมั่นคงเท่านั้น และในกรณีที่ผู้ถือกุญแจติดภารกิจเร่งด่วนไม่สามารถทำการเปิด-ปิดในเวลาได้ก็จะมีปัญหาต่อการนำสินค้าเข้าออกด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกและลดข้อจำกัดในด้านเวลาให้กับเจ้าของธุรกิจ จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาต้นแบบระบบควบคุมการเปิด-ปิดห้องมั่นคงด้วยการส่งคำสั่งผ่านทาง SMS โดยไม่ต้องใช้กุญแจและสามารถเปิดปิดได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด นอกจากนี้ระบบดังกล่าวยังสามารถควบคุมเวลาและบุคคลที่เข้าออกห้องมั่นคงในระหว่างวัน และสามารถส่งคำสั่งล็อกห้องมั่นคงเมื่อเกิดกรณีฉุกเฉินขึ้นได้ทันที

      คุณกำพล โชคสุนทสุทธิ์ กรรมการบริษัท เอเซนเทค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญ iTAP กล่าวว่า จุดเด่นของถาด RFID ตรวจนับทองที่พัฒนาขึ้นนี้ คือ ความสามารถในการอ่านค่าในครั้งเดียวได้มากกว่า 300 Tag ในเวลาไม่ถึง 10 วินาทีเท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องเกลี่ย Tags ที่วางทับซ้อนกัน นอกจากนี้ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับธุรกิจประเภทอื่นๆ อาทิ ร้านเพชร-พลอย โรงรับจำนำ ไฟแนนซ์ หรือร้านขายสินค้ามือสองได้อีกด้วย ซึ่งเครื่องอ่าน RFID ที่พัฒนาขึ้นนี้ ถือเป็นเครื่องแรกที่สามารถอ่านค่าได้ทั้งในแนวตั้งและแนวนอน เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงของธุรกิจร้านทอง โดยได้ออกแบบและพัฒนาเสาอากาศที่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ของถาดบรรจุทองรูปพรรณหรือจิวเวลรี่ของทางร้าน สำหรับTag ที่ติดกับตัวสินค้าออกแบบเป็นTag ติดโลหะที่บรรจุข้อมูล อาทิ รหัสสินค้า ราคา ค่ากำเหน็จ น้ำหนัก และราคาขาย เป็นต้น เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับพนักงานขายด้วย และสามารถทำงานได้ดีในสภาวะเข้าใกล้โลหะ

      สำหรับระบบควบคุมการเปิด-ปิดห้องมั่นคงใช้ไมโครคอนโทรลเลอร์เป็นตัวควบคุมระบบ สามารถทำได้ 2 วิธี
      1.กรณีเจ้าของร้านต้องการเปิดห้องมั่นคงสามารถทำได้โดยสแกนลายนิ้วมือที่เครื่องหน้าห้องมั่นคง (โดยสามารถบันทึกลายนิ้วมือเจ้าของร้านได้ 3 ลายนิ้ว )
      2.กรณีเจ้าของร้านอยู่นอกร้านและต้องการให้พนักงานที่มีสิทธิเปิดประตูสามารถทำได้โดยเจ้าของร้านส่ง SMS คำสั่งเปิดประตูพร้อมรหัสผ่าน 4 หลักจากโทรศัพท์ของเจ้าของร้าน (บันทึกได้ 3 หมายเลข) แล้วให้พนักงานสแกนลายนิ้วมือเพื่อเปิดประตู

      สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2 564 7000 ต่อ iTAP


                                                                                                               # # #

       

        Items details

        • Hits: 2928 clicks
        • Average hits: 133.1 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 2
        น้อยมากที่สุด