สวทช. จับมือขนส่งทางบก ทำมาตรฐานการผลิตอุปกรณ์ต่อพ่วงยานยนต์

    Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

      สวทช. ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดทำมาตรฐานการผลิตอุปกรณ์ต่อพ่วงยานยนต์ หวังลดอุบัติเหตุรถพ่วง 18 ล้อจากอุปกรณ์ต่อพ่วงชำรุด

      นายจิรศักดิ์ แม้นจริง ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านวิศวกรรมยานยนต์ สำนักวิศวกรรมยานยนต์ กรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกเร่งจัดทำมาตรฐานด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อลดความเสี่ยงของอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากชิ้นส่วนยานยนต์อยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ ที่ผ่านมา กรมการขนส่งทางบกได้ผลักดันมาตรฐานชิ้นส่วนยานยนต์ประเภทต่างๆ เช่น เบาะที่นั่งรถโดยสาร เพื่อให้ครอบคลุมถึงการใช้งานจริงที่มีผลด้านความปลอดภัย โดยร่วมมือกับศูนย์บริการปรึกษาการออกแบบและวิศวกรรม (DECC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดทำประชาพิจารณ์และร่างมาตรฐานพัฒนาอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ให้ครอบคลุมมากขึ้น

      ล่าสุดได้ขยายความร่วมมือเพิ่มเติม เพื่อจัดทำมาตรฐานอุปกรณ์ต่อพ่วงของรถพ่วงและรถกึ่งพ่วง โดยนำความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีด้านการออกแบบวิศวกรรมเข้ามาช่วยในการศึกษา ทดสอบ และวิเคราะห์ความแข็งแรงในการใช้งานของอุปกรณ์ชิ้นส่วนต่อพ่วง 4 ชนิด ได้แก่ ข้อต่อพ่วง สลักพ่วง ห่วงลากพ่วง และจานลากพ่วง ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

      "ยังมีชิ้นส่วนยานยนต์อีกหลายชิ้นที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย เช่น โคมไฟส่องสว่าง เข็มขัดนิรภัย รวมถึงโครงสร้างตัวถังรถ ที่ยังคงต้องจัดทำมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยเช่นกัน อย่างไรก็ตามความปลอดภัยบนท้องถนนต้องขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ในส่วนของชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้มาตรฐาน สภาพถนน รวมถึงพฤติกรรมผู้ขับขี่ด้วย" ผู้เชี่ยวชาญกรมการขนส่งทางบก กล่าว

      รศ.วิโรจน์ ลิ่มตระการ ผู้อำนวยการ DECC กล่าวว่า โครงการดังกล่าวคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ พร้อมส่งร่างมาตรฐานฉบับที่ได้ให้กับกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) กรมการขนส่งทางบก เข้าสู่กระบวนการร่างเป็นกฎหมายต่อไป ซึ่งอาจจะใช้เวลาในช่วง 1-2 ปีนับจากนี้ ขณะที่ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ขนาดใหญ่ของไทย 3 ราย ตอบรับโครงการนี้ และพร้อมที่จะลงทุนเครื่องจักรกลเพิ่มเติมเพื่อผลิตชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่อพ่วงให้ได้มาตรฐานสำหรับรถพ่วงและรถกึ่งพ่วง ทั้งยังเปิดทางไปยังตลาดส่งออกจากที่ผ่านมาจำกัดการขายอยู่ในบางประเทศเท่านั้น ที่ผ่านมาอุปกรณ์ต่อพ่วงส่วนใหญ่มาจาก 2 แหล่งคือ ผลิตในประเทศและบางส่วนที่ต้องนำเข้า ซึ่งยังไม่มีมาตรฐานรองรับ

      "ข้อต่อของรถพ่วงเป็นอุปกรณ์ที่เกิดการชำรุดได้ง่าย เนื่องจากสามารถเคลื่อนที่ได้ เมื่อโลหะสัมผัสกับโลหะเกิดการเสียดสี ทำให้รูกว้างขึ้น เกิดการหลวมและดัดงอได้ง่าย หรือแม้แต่การใช้งานที่ผิด ซ่อมแซมหรือเพิ่มเติมอุปกรณ์โดยไม่มีความเข้าใจ สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดอุบัติเหตุตามมาได้" ผู้อำนวยการ DECC กล่าว


      ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (10 พฤษภาคม 2553)

        Items details

        • Hits: 3340 clicks
        • Average hits: 139.2 clicks / month

        TCE-Plugin by www.teglo.info



        บทความนี้มีประโยชน์มากน้อยเพียงใด: / 4
        น้อยมากที่สุด