สวทช. หนุนทหารไทยพัฒนา “กล้องวัดระยะทางเลเซอร์ชนิดปลอดภัยต่อตา” ได้สำเร็จ
Last Updated on Thursday, 25 March 2010 15:48
ทหารไทยผลิตกล้องวัดระยะทางเลเซอร์ชนิดปลอดภัยต่อตาได้เอง ประสิทธิภาพทัดเทียมต่างประเทศ สามารถวัดระยะทางไกลสุด 10 กิโลเมตร มีความแม่นยำสูง ประยุกต์ใช้ในการควบคุมการยิงปืนใหญ่ ในรถถังหรือในเรือ ระบุต้นทุนประมาณ 6 แสนกว่าบาท หากซื้อจากต่างชาติราคาสูงนับล้านบาทน.อ.ดร.สหพงษ์ เครือเพ็ชร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการทหาร กรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกลาโหม เปิดเผยว่า เลเซอร์มีบทบาทอย่างยิ่งต่อวงการทหาร ไม่ว่าจะเป็นการยิงปืนใหญ่ที่ต้องใช้เลเซอร์ในการบอกพิกัดข้าศึกด้วยการวัดระยะทาง หรือการนำวิถีจรวด ซึ่งที่ผ่านมากองทัพไทยได้สั่งซื้อกล้องวัดระยะทางเลเซอร์ชนิดมือถือจากต่างประเทศมาใช้งานกว่า 15 ปี ซึ่งเกิดปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุง เนื่องจากชิ้นส่วนอะไหล่หาได้ยาก อีกทั้งชิ้นส่วนบางอย่างทางโรงงานไม่ได้ผลิตแล้ว แต่สิ่งสำคัญคือแสงเลเซอร์ที่ใช้มีอันตรายต่อตา หากผู้ใช้ขาดความระมัดระวังในการใช้งานหรือระหว่างการซ่อมบำรุง อาจมีผลทำให้ตาบอดได้ ทางศูนย์ฯ จึงได้พัฒนากล้องวัดระยะทางเลเซอร์ชนิดปลอดภัยต่อตา โดยได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการสมองไหลกลับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

“แสงเลเซอร์ในกล้องวัดระยะทางที่ใช้กันอยู่ในกองทัพมีความยาวคลื่น 1,064 นาโนเมตร ซึ่งเป็นช่วงแสงที่ไม่ปลอดภัยต่อตา เพราะแสงที่มีความคลื่นยาวตั้งแต่ 400-1,400 นาโนเมตรสามารถเดินทางผ่านกระจกตาและเลนส์ตาไปตกยังจอรับภาพได้ ดังนั้นเวลาใช้งานเมื่อเล็งพลาดไปยังผู้ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง หรือเผลอไปกดปุ่มในระหว่างการซ่อมบำรุงก็อาจเป็นอันตรายถึงขั้นตาบอดได้ ที่ผ่านมาทางกองทัพได้พยายามป้องกันด้วยการจัดหาแว่นตาป้องกันแสงเลเซอร์มาใช้เพื่อความปลอดภัยของกำลังพลขณะปฏิบัติหน้าที่ แต่แว่นตาป้องกันแสงเลเซอร์เหล่านี้มีราคาค่อนข้างสูง จึงได้พัฒนาต้นแบบกล้องวัดระยะทางเลเซอร์ชนิดมือถือที่ปลอดภัยต่อตา โดยมีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการใช้งานของกองทัพไทย ไม่เป็นอันตรายต่อตา และสามารถซ่อมบำรุงได้เองโดยเจ้าหน้าที่กองทัพ”
กล้องวัดระยะทางเลเซอร์ที่พัฒนาขึ้นนี้ใช้เลเซอร์ที่ให้แสงความยาวคลื่น 1,540 นาโนเมตร ซึ่งความยาวคลื่นที่มากกว่า 1,400 นาโนเมตร เป็นช่วงแสงที่ไม่สามารถผ่านเลนส์ตาไปยังเรตินาได้ แต่จะถูกดูดกลืนอยู่บริเวณรอบๆ กระจกตา (Cornea) จึงไม่เป็นอันตรายต่อดวงตา หลักการทำงานของกล้องใช้การจับเวลาเดินทางไปกลับของแสง หรือ Time of Flight โดยส่วนของภาคส่งจะผลิตแสงเลเซอร์ชนิดพัลซ์พลังงานสูงส่งไปยังเป้าแล้วเริ่มต้นจับเวลา เมื่อแสงกระทบเป้าจะเกิดการกระกระจายและมีพลังงานบางส่วนสะท้อนกลับมา ส่วนภาครับจะรวบรวมพลังงานแสงและเปลี่ยนเป็นสัญญาณดิจิทัลเพื่อหยุดการจับเวลาไป-กลับของแสง จากนั้นภาคนับจะทำหน้าที่เปลี่ยนค่าเวลาไป-กลับของแสงให้เป็นค่าระยะทางโดยการนับสัญญาณนาฬิกาอ้างอิงภายในเวลาที่แสงเดินทางกลับ
สำหรับประสิทธิภาพของเครื่องสามารถวัดระยะทางได้ไกล 10 กิโลเมตร มีความผิดพลาด 5 เมตร ซึ่งอยู่ในรัศมีการทำลายของลูกปืนใหญ่หรือจรวดที่มีรัศมีการทำลายมากกว่า 10 เมตร จึงไม่เป็นปัญหา อีกทั้งเลเซอร์ที่ใช้นอกจากจะอยู่ในช่วงคลื่นที่ปลอดภัยแล้ว ยังเป็นเลเซอร์ของแข็งที่ปั๊มพลังงานด้วยเลเซอร์ไดโอดที่ให้ประสิทธิภาพสูงกว่าปั๊มพลังงานด้วยหลอดแฟลชถึง 20 เท่า ทำให้กล้องนี้สามารถวัดระยะได้มากกว่า 10,000 ครั้งต่อการชาร์ตแบตเตอรี่หนึ่งครั้ง ขณะที่กล้องแบบเดิมวัดได้เพียง 600 ครั้งเท่านั้น ที่สำคัญเลเซอร์ที่นำมาใช้ยังอยู่ในช่วงคลื่นที่ตามองไม่เห็น จึงทำให้ข้าศึกไม่รู้ว่ามีการวัดระยะทางอยู่
น.อ.ดร.สหพงษ์ กล่าวว่า กล้องวัดระยะทางเลเซอร์ชนิดปลอดภัยต่อตาที่พัฒนาขึ้นได้มีการทดสอบในภาคสนามแล้ว พบว่ามีประสิทธิภาพการทำงานดี มีความแม่นยำ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวัดระยะทางกับระบบควบคุมการยิงของรถถังหรือเรือให้มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น ส่วนราคาขายในขณะนี้หากผลิตมากกว่า 100 ตัว จะมีราคาเครื่องละประมาณ 6 แสนกว่าบาท แต่ถ้าสั่งซื้อจากต่างประเทศจะราคาเกือบล้านบาท
“การพัฒนาต่อจากนี้จะใส่ระบบจีพีเอสและเข็มทิศอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อบอกตำแหน่งของเป้าหมายและทิศทางที่กล้องหันไป ซึ่งเมื่อยิงเลเซอร์ไปยังเป้าหมาย ระบบจะบอกตำแหน่งเป้าหมายได้ทันทีว่าอยู่ที่ละติจูดและลองจิจูดใด ผู้ใช้จึงไม่ต้องมาคำนวณอีกครั้งในแผนที่ นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะติดระบบสื่อสารเข้าไปด้วย เพื่อให้ทหารในหน่วยรบรับทราบพร้อมกันว่าเป้าหมายอยู่ตำแหน่งใด”
# # #
Items details
- Hits: 3958 clicks
- Average hits: 152.2 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info



