บ.อมตะร่วมก.วิทย์ ผุด “เมืองวิทยาศาสตร์อมตะ”
Last Updated on Monday, 11 January 2010 14:21
![]() |
นางสมหะทัย พานิชชีวะ ประฐานเจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวระหว่างการลงนามความร่วมมือจัดตั้ง “เมืองวิทยาศาสตร์อมตะ” ว่า อมตะคอร์ปอเรชันเห็นความสำคัญของการทำวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพให้ภาคอุตสาหกรรม จึงนำมาสู่ความร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และ 8 มหาวิทยาลัยแห่งชาติ
“เราทำหน้าที่เหมือนเป็นมือเป็นเท้า คอยรับจ้างผลิตให้ต่างประเทศ เมืองวิทยาศาสตร์ที่จะเกิดขึ้น จะทำให้เราสามารถเป็นสมองเป็นหัวใจ เพิ่มมูลค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมของไทยได้” นางสมหะทัย กล่าว
“เมืองวิทยาศาสตร์อมตะ” จะตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร จ.ชลบุรี โดยอมตะจะสนับสนุนที่ดิน 500-1000 ไร่ อาคาร สาธารณูปโภคและถนน คิดเป็นมูลค่าการลงทุนในเฟสแรกประมาณ 300 ล้านบาท ขณะที่กระทรวงวิทยาศาสตร์จะทำหน้าที่พี่เลี้ยงให้คำปรึกษาและสนับสนุนนักวิจัยจากหน่วยงานในกำกับ สำหรับมหาวิทยาลัยจะสนับสนุนในแง่ของบุคลากรและผลงานวิจัย
มหาวิทยาลัย 8 แห่งที่เข้าร่วม ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เกษตรศาสตร์ ม.ศรีนครินทรวิโรฒ ม.บูรพา ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเซีย
ปัจจุบัน โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างเริ่มต้น โดยทางอมตะคอร์ปอเรชันกำลังคัดสรร “ที่ปรึกษา” มาทำหน้าที่ออกแบบและวางแปลนเมืองวิทยาศาสตร์ที่เหมาะกับวัตถุดิบ อุตสาหกรรมและความเชี่ยวชาญของไทย คาดว่า 4-6 เดือนหลังจากนี้ จะได้แผนการสร้างเมืองวิทยาศาสตร์อมตะ
“หลังจากได้แผนงานที่แน่นอน ก็จะเริ่มสร้างสาธารณูปโภคและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ โดยคาดว่าใช้เวลาก่อสร้าง 6-8 เดือน ระหว่างนั้นก็จะประชาสัมพันธ์เชิญชวนบริษัทเอกชนต่างๆ โดยเริ่มจาก 700 กว่าแห่งในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนครมาตั้งศูนย์วิจัย โดยในปี 2554 จะได้เห็นลูกค้าคนแรกเข้ามาจัดตั้งศูนย์วิจัยในเมืองวิทยาศาสตร์” นางสมหะทัย กล่าว
ศาสตราจารย์ ดร.ชัชนาถ เทพธรานนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาจัดตั้งโครงการเมืองวิทยาศาสตร์อมตะ กล่าวว่า เมืองวิทยาศาสตร์อมตะจะเป็นศูนย์กลางให้หน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และบริษัทเอกชน เช่าพื้นที่สำหรับตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนา และศูนย์การเรียนรู้ ขณะเดียวกันภายในเมืองจะมีหน่วยการศึกษาของ 8 มหาวิทยาลัยที่ร่วมมือทำหน้าที่พัฒนาบุคลากรให้ภาคเอกชน ประโยชน์จากเมืองวิทยาศาสตร์ นอกจากจะเพิ่มประสิทธิภาพให้ภาคอุตสาหกรรมผ่านงานวิจัยแล้ว สิ่งที่ประเทศไทยจะได้ประโยชน์คือ องค์ความรู้และเทคโนโลยีของไทย ขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งสร้างทรัพยากรบุคคลอีกด้วย
“นอกจากนักวิจัยเลือดใหม่ที่จะเกิดขึ้น เมืองวิทยาศาสตร์อมตะยังจะเป็นฐานรองรับบุคลากรที่มีศักยภาพของไทยในต่างประเทศ กลับเข้ามาทำงานวิจัยในไทยภายใต้โครงการสมองไหลกลับ” ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาฯ กล่าว
# # #
ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ (8 มกราคม 2553)
Items details
- Hits: 2897 clicks
- Average hits: 103.5 clicks / month
TCE-Plugin by www.teglo.info




