หน้าแรก
|
แนะนำโครงการ
|
เยาวชนในโครงการ
|
นักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง
|
กิจกรรม
|
จุลสาร สนุกวิทย์
|
ติดต่อโครงการ
ปลุกนักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง ปั้นนักวิทย์โนเบลในไทย
โดย ผู้จัดการออนไลน์ 18 พฤศจิกายน 2548
สวทช.สัมมนา "นักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง" หวังแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเป็นที่ปรึกษาให้เด็ก ที่มีความสามารถพิเศษ ผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพ พร้อมตั้งเป้าอีกไม่เกิน 25 ปี จะมีนักวิทยาศาสตร์ไทย ได้รับรางวัลโนเบล แต่ต้องหนุนให้เกิดงานวิจัยเพิ่ม ด้านนักวิจัยพี่เลี้ยงเผย ไม่พบเด็กระดับตำบล ในโครงการ แถมเด็กบางคนมีครูช่วยเขียนโครงงานให้ พร้อมหนุนให้เด็กคิดสิ่งใหม่ๆ ที่ใช้ได้จริง
โครงการพัฒนาอัจฉริยภาพทางวิทยาสาสตร์และเทคโนโลยีสำหรับเด็กและเยาวชน (JSTP) ศูนย์บริการจัดการเทคโนโลยี สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงานสัมมนา "นักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง" โดยมี รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน์ ผู้อำนวยการ สวทช. เป็นประธานในพิธี ณ ห้องกมลทิพย์ โรงแรมสยามซิตี้ กรุงเทพฯ วานนี้ (17 พ.ย.)
การสัมมนาดังกล่าว มีนักวิทยาศาสตร์และนักเทคโนโลยีที่มีประสบการณ์การวิจัยสูง ในฐานะนักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยงประมาณ 100 คน เข้าร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ องค์ความรู้ และข้อคิดเห็นต่างๆ พร้อมทั้งมีการบรรยายเรื่อง "ศาสตร์และศิลป์ของการเป็นนักวิจัย พี่เลี้ยงที่ดี และการบรรยาย เรื่อง ประสบการณ์การพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษอย่างไร ... ให้พัฒนาสู่นักวิทยาศาสตร์คุณภาพสูง โดยมีวิทยากร อาทิ ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี ศาสตราจารย์ ดร.ยอดหทัย เทพธรานนท์ ประธานกรรมการบริหาร บัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ศาสตราจารย์ ดร.วิชัย บุญแสง ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย ดร.วีระศักดิ์ สุระเรืองชัย ประธานคณะทำงานโครงการฯระดับมัธยมต้น เป็นต้น
ศาสตราจารย์ ดร.วิชัย กล่าวถึงศาสตร์และศิลป์ของการเป็นนักวิจัยพี่เลี้ยงที่ดีว่า ต้องมีความเชี่ยวชาญ ในสาขาที่นักวิจัยสมัครขอรับทุน มีผลงานงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารย้อนหลัง 5 ปี มีผลงานวิจัยเป็นที่ยอมรับ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีเวลาให้คำปรึกษาแก่เยาวชนอัจฉริยภาพ และเข้าใจปัญหาในการทำงานวิจัย โดยพี่เลี้ยงจะมีหน้าที่สนับสนุน แนะนำ เป็นที่ปรึกษารวมทั้งให้กำลังใจแก่เยาวชน ในการผลิตงานวิจัย ที่มีคุณภาพ
ผู้ที่จะเป็นนักวิจัยพี่เลี้ยงควรเป็นคนไทย ไม่ควรเลือกคนที่มีประสบการณ์สูง แต่ไม่ตรงกับสาขาวิชา ของผู้รับทุน หรือผู้ที่ยังมีประสบการณ์วิจัย ไม่มากนัก โดยพี่เลี้ยงต้องตระหนักเสมอว่า หากเราต้องการอะไร จากผู้ใหญ่ เราก็ควรให้เด็กอย่างนั้น ศาสตราจารย์ ดร.วิชัย กล่าว
ด้าน ดร.ยอดหทัย กล่าว โครงการ JSTP มีแนวคิดที่จะผลิตนักวิทยาศาสตร์ของไทย ให้ได้รับรางวัลโนเบล โดยตั้งเป้าหมายไม่เกิน 25 ปี ซึ่ง โครงการ JSTP ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี อย่างไรก็ตาม หากต้องการให้นักวิทยาศาสตร์ไทย ได้รับรางวัลโนเบลก็ต้องทำการวิจัยให้มากๆ ซึ่งปัจจุบันงานวิจัยของไทย ที่ได้รับการยอมรับยังมีจำนวนไม่มาก โดยไทยมีผลงานวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์เพียง 2,283 ผลงาน จากจำนวนประชากร 63.4 ล้านคน
ถ้าเราต้องการผลักดันไทยให้มีความก้าวหน้าก็ต้องสนับสนุนเยาวชน โดยการจัดตั้งพี่เลี้ยง ในการให้คำแนะนำ อย่างไรก็ดี พี่เลี้ยงก็จำเป็น ต้องมี อาจารย์ผู้ใหญ่ในการเป็นที่ปรึกษาอีกทอดหนึ่ง เพื่อช่วยกันดูแลเยาวชนที่มีความสามารถพิเศษผลิตงานวิจัยที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคต ดร.ยอดหทัย กล่าว
ขณะที่ ดร.กฤษณพงศ์ กล่าวถึงแนวทางการจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความสามารถพิเศษว่า ต้องมีการเพิ่มประสบการณ์ให้เยาวชน มีการขยายหลักสูตร การลดระยะเวลาเรียน การใช้ผู้เชี่ยวชาญ เป็นผู้ให้คำปรึกษา การส่งเสริมกิจกรรมด้านวิทยาศาสตร์ เป็นต้น ทั้งนี้ ไม่ควรวัดความสำเร็จของเยาวชน ด้วยผลการเรียนในระดับมัธยมต้น แต่ควรตระหนักว่าศักยภาพ และอัจฉริยภาพจะแสดงออกต่อเนื่อง ในระยะยาว เมื่อนักเรียนจบการเรียนและเริ่มต้นทำงานประมาณ 15-20 ปี
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วีระศักดิ์ กล่าวถึงประสบการณ์การพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษว่า เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการส่วนมาก จะเป็นบุตรของข้าราชการครูประมาณ 30-40% ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นเด็กดี ขณะที่เยาวชนในระดับมัธยมต้น ที่มาจากระดับตำบล ค่อนข้างหายาก ที่พอมีบ้างคือ เยาวชนในระดับอำเภอ ที่มีเพียง 2-3 คนจากจำนวนนักเรียนเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 30 คน นอกจากนี้ ปัญหาที่พบบ่อยคือ เยาวชนส่วนใหญ่มักทำโครงงานที่ซ้ำกัน ซึ่งดูเป็นความสนใจของครูมากกว่าเยาวชน เพราะมีการเขียนโครงงาน และบอกหัวข้อโครงงานให้เยาวชนนอกจากนี้ ยังพบว่าเยาวชนบางคน มีความสนใจในการทำโครงงาน กับความสนใจเรียนในสาขาวิชาที่ขัดแย้งกันด้วย
โครงการ JSTP เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง สวทช.และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ที่เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2541 โดยจะคัดเลือกเด็กที่มีความสามารถพิเศษ ด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีให้ได้รับการส่งเสริม และสนับสนุนศักยภาพอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อเติบโต เป็นนักวิทยาศาสตร์หรือนักเทคโนโลยีที่มีคุณภาพของประเทศต่อไปในอนาคต
ข้างหน้างานสัมมนา
นักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง
(จากซ้ายไปขวา)
ศาสตราจารย์ ดร.ยอดหทัย เทพธรานนท์ ประธานกรรมการบริหาร
บัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย
ศาสตราจารย์ ดร.วิชัย บุญแสง ผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
และดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร
อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
พระจอมเกล้า ธนบุรี
การบรรยาย เรื่องประสบการณ์การ
พัฒนาเด็ก ที่มีความสามารถ
พิเศษอย่างไร... ให้พัฒนา
สู่นักวิทยาศาสตร์คุณภาพสูง
หน้าแรก
|
แนะนำโครงการ
|
เยาวชนในโครงการ
|
นักวิทยาศาสตร์พี่เลี้ยง
|
กิจกรรม
|
จุลสาร สนุกวิทย์
|
ติดต่อโครงการ
Comment & suggestions please contact :
JSTP-webmaster
For more information please contact
:
JSTP@nstda.or.th
Copyright © 2001 by NSTDA All Rights Reserved