MTEC
BIOTEC
NECTEC
NANOTEC

tsp

 

httpnstdachannel.tv

 

จดหมายข่าวรัฐบาลเพื่อประชาชน

In order to view this object you need Flash Player 9+ support!

Get Adobe Flash player

Powered by RS Web Solutions

สวทช. ผนึกกำลัง กรมอุทยานแห่งชาติฯ ม.สงขลานครินทร์ และ จ.ตรังใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟื้นฟู ปกป้อง และจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลหาดหยงหลำและเกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

ณ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) โดยอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และจังหวัดตรัง จัดพิธีลงนามความร่วมมือเพื่อพัฒนา “โครงการบูรณาการทางวิชาการเพื่อการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน บริเวณหาดหยงหลำและเกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม” เพื่อหาแนวทางการพัฒนาการวิจัยและการบริหารจัดการในพื้นที่หาดหยงหลำ เกาะมุก อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม จังหวัดตรัง โดยมีเป้าหมายในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ด้วยการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศที่สำคัญคือ หญ้าทะเล และสัตว์ป่าสงวนพะยูน รวมทั้งสัตว์หน้าดินต่างๆ เพื่อให้โครงสร้างทรัพยากรธรรมชาติคงไว้ซึ่งความสมดุล เกิดการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรชายฝั่งทะเลได้เหมาะสมเข้ากับบริบทของชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อม คาดว่าการลงนามครั้งนี้จะนำมาซึ่งแนวทางการจัดการอนุรักษ์และฟื้นฟูหญ้าทะเล พะยูน และการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเล ตลอดจนส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนทั้งปัจจุบันและในอนาคตอย่างยั่งยืนต่อไป

alt

ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า “ด้วยความสำคัญของระบบนิเวศในพื้นที่หาดหยงหลำและเกาะมุก อุทยานแห่งชาติเจ้าไหม จังหวัดตรัง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อส.) โดยอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และ จังหวัดตรัง จึงได้มีการหารือร่วมกันในการพัฒนา ‘โครงการบูรณาการทางวิชาการเพื่อการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน บริเวณหาดหยงหลำและเกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม’ เพื่อหาแนวทางการพัฒนาการวิจัยและการบริหารจัดการในพื้นที่ดังกล่าว โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมในลักษณะองค์รวม มีการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศที่สำคัญ (แหล่งหญ้าทะเลผืนใหญ่ที่สุด) และสัตว์ป่าสงวน (พะยูนฝูงใหญ่ที่สุด) รวมทั้งสัตว์หน้าดิน (ปลิงทะเล ม้าน้ำ หอยตะเภา หอยมือเสือ) เพื่อให้โครงสร้างของทรัพยากรธรรมชาติมีความสมดุลและมีการใช้ประโยชน์ของทรัพยากรชายฝั่งทะเลให้เหมาะสมกับความต้องการของอุทยานฯ อย่างยั่งยืนกับบริบทของชุมชน สังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว มีระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2559-2563) นอกจาก 4 หน่วยงานหลักที่ลงนามร่วมกันเพื่อทำงานในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว ยังได้รับร่วมมือจากมหาวิทยาลัยพันธมิตร ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เพื่อร่วมกันนำเทคโนโลยีและวิธีการวิจัยใหม่ๆ มาใช้ในการวิจัยพื้นที่ทั้งในมิติของการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และการใช้ประโยชน์จากชุมชน ซึ่งผลจากความร่วมมือครั้งนี้ คาดว่าจะได้แนวทางการจัดการอนุรักษ์และฟื้นฟูหญ้าทะเล พะยูน รวมทั้งการจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเล ตลอดจนส่งเสริมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน”

Read more: สวทช. ผนึกกำลัง กรมอุทยานแห่งชาติฯ ม.สงขลานครินทร์ และ จ.ตรังใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฟื้นฟู ปกป้อง และจัดการทรัพยากรชายฝั่งทะเลหาดหยงหลำและเกาะมุก อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จ.ตรัง

   

รายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุนไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin: UCD) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประจำปีการศึกษา 2559

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Saturday, 28 May 2016 13:40

 
ตามที่มีประกาศสำนักงาน ก.พ. ลงวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เรื่อง รับสมัครคัดเลือกบุคคล เพื่อรับทุนไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin; UCD) ไอร์แลนด์ ที่มอบให้นักศึกษาใน  พระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปีการศึกษา 2559 และประกาศสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติเรื่อง รายชื่อผู้มีสิทธิเข้ารับการสัมภาษณ์ เพื่อรับทุนไปศึกษาวิชา ณ มหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน (University College Dublin) สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ประจำปีการศึกษา 2559 ลงวันที่ 20 เมษายน 2559 ไปแล้วนั้น
 
บัดนี้  คณะกรรมการคัดเลือกนักศึกษาเพื่อรับทุนการศึกษา จากมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัยคอลเลจดับบลิน ที่มอบให้นักศึกษาในพระราชานุเคราะห์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ดำเนินการสัมภาษณ์ผู้สมัคร และประมวลผลการประเมินความเหมาะสมของบุคคล เพื่อรับทุนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับทุนดังกล่าว โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้
   

35 หน่วยงานสานพลังประชารัฐเปิดเมืองนวัตกรรมอาหาร

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Friday, 27 May 2016 12:24

กระทรวงวิทย์ฯ เร่งสปีดเต็มสูบเมืองนวัตกรรมอาหาร รวมพลังครั้งประวัติศาสตร์ ผนึก 9 หน่วยงานรัฐ 13 บริษัทเอกชน 12 มหาวิทยาลัย และ 1 สมาคม ปักธงเป็นรูปธรรมกลางปีนี้ พร้อมขยายปีกสู่ภูมิภาคในอนาคตอันใกล้

alt

กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะได้รับมอบหมายเป็นเจ้าภาพหลักในการเดินหน้าโครงการเมืองนวัตกรรมอาหาร หรือ ฟู๊ดอินโนโพลิส (Food Innopolis) ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยให้ประสานกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) สถาบันอาหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการจัดหาสิทธิประโยชน์และสิ่งจูงใจ รวมทั้งมาตรการต่างๆ มาสนับสนุน เพื่อดึงดูดบริษัทอาหารชั้นนำของโลกมาลงทุนนวัตกรรมอาหารในประเทศไทย และผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรวมถึงนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมอาหาร

Read more: 35 หน่วยงานสานพลังประชารัฐเปิดเมืองนวัตกรรมอาหาร

   

กระทรวงวิทย์ สวทช. และ ออโต้เดสก์ร่วมกันขยายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการผลิตดิจิทัลในประเทศไทยเน้นการนำระบบการออกแบบและซอฟต์แวร์

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Thursday, 26 May 2016 10:03

กระทรวงวิทย์ สวทช. และ ออโต้เดสก์ร่วมกันขยายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการผลิตดิจิทัลในประเทศไทยเน้นการนำระบบการออกแบบและซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการงานร่วมกันของออโต้เดสก์ไปใช้ในวงกว้างครอบคลุมทั้งอุตสาหรรม ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านการผลิตรวมทั้งเอื้อประโยชน์ต่อวิศวกรอาชีพถึง 100,000 คน กรุงเทพฯ, 25 พฤษภาคม 2559 - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  และ ออโต้เดสก์ ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการขยายศักยภาพการแข่งขันด้านการผลิตของประเทศไทย โดยเน้นการนำเทคโนโลยี 3 มิติ และระบบการผลิตแบบดิจิทัลที่ล้ำสมัย ไปใช้ในวงกว้างให้ครอบคลุมทั้งวงการอุตสาหกรรม

alt

ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 จะต้องเปลี่ยนผ่านจากโมเดลประเทศไทย 3.0 เป็น “โมเดลประเทศไทย 4.0” เพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวสู่การเป็นประเทศในโลกที่หนึ่ง ปรับเปลี่ยนจากประเทศ “รายได้ปานกลาง” เป็นประเทศ “รายได้สูง” โดยปรับเปลี่ยนจากเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย “ประสิทธิภาพ” เป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วย “นวัตกรรม” กลไกหนึ่งที่จะขับเคลื่อนไปสู่เศรษฐกิจยุคประเทศไทย 4.0 นั้น คือ เทคโนโลยีอุตสาหกรรมยุค 4.0 ซึ่งจะมีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาในการผลิตสินค้าต่างๆ มากยิ่งขึ้น จุดเด่นที่สำคัญอย่างหนึ่งก็คือ สามารถเชื่อมความต้องการของผู้บริโภคแต่ละรายเข้ากับกระบวนการผลิตสินค้าได้โดยตรง ทำให้โรงงานขนาดใหญ่ไม่ใช่ความได้เปรียบและข้อจำกัดสำหรับผู้ประกอบการเสมอไป ปรากฏการณ์นี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างครั้งยิ่งใหญ่

Read more: กระทรวงวิทย์ สวทช. และ ออโต้เดสก์ร่วมกันขยายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการผลิตดิจิทัลในประเทศไทยเน้นการนำระบบการออกแบบและซอฟต์แวร์

   

สวทช. ร่วมกับ สภาหอการค้าฯ เปิดตัวผลสำเร็จ 17 เอสเอ็มอีผักและผลไม้ไทย ที่พร้อมแข่งขันในตลาดเออีซีด้วย ThaiGAP ในงาน THAIFEX2016

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

งาน THAIFEX 2016 อิมแพ็ค เมืองทองธานี - สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดตัวผลสำเร็จการดำเนินโครงการความร่วมมือ “การยกระดับและพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการด้านสินค้าผักและผลไม้ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ AEC ด้วย ThaiGAP” นำเสนอผลงานของผู้ประกอบการจำนวน 17 รายที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อพัฒนาศักยภาพ ส่งเสริม และรับการผลักดันให้ได้รับมาตรฐาน ThaiGAP เพื่อเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐาน GlobalGAP และช่วยลดต้นทุน เนื่องจากมาตรฐาน ThaiGAP มีค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติและการตรวจรับรองที่ถูกกว่า โดยโครงการเริ่มตั้งแต่ให้ความรู้เรื่องการปลูก การบรรจุ และการขนส่ง สำหรับสินค้าผักและผลไม้ที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค และสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตรไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดอาเซียนและในตลาดสากล

alt

นางสาวชนากานต์ สันตยานนท์ ที่ปรึกษาอาวุโส โปรแกรม ITAP สวทช. กล่าวว่า “จากนโยบายภาครัฐในการสนับสนุน ส่งเสริม และจัดการสินค้าเกษตรสู่สากลในเรื่องของความปลอดภัยด้านอาหาร จึงมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อผู้บริโภค ประกอบกับสถานการณ์การส่งออกสินค้าเกษตรของไทย พบว่าปัจจุบันประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทยได้นำเรื่องมาตรฐานสินค้าเข้ามามีส่วนสำคัญในการนำเข้าสินค้าผักและผลไม้จากไทย อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมา (เดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2557) ทางมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ทำการสุ่มเก็บตัวอย่างสินค้าผักและผลไม้ เพื่อตรวจหาสารเคมีตกค้างจาก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่น และยโสธร รวม 118 ตัวอย่าง พบว่า สินค้าผักและผลไม้เกินครึ่งหนึ่งที่จำหน่ายอยู่ทั่วไปตามห้างค้าปลีกและตลาดสดภายในประเทศ มีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างเกินมาตรฐาน MRL หรือปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดที่กำหนดในสินค้าเกษตรของไทย มากถึงร้อยละ 46.6 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการสินค้าผักและผลไม้ของไทยอย่างมาก และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้มูลค่าการส่งออกผักและผลไม้ของไทยทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศลดลง”

Read more: สวทช. ร่วมกับ สภาหอการค้าฯ เปิดตัวผลสำเร็จ 17 เอสเอ็มอีผักและผลไม้ไทย ที่พร้อมแข่งขันในตลาดเออีซีด้วย ThaiGAP ในงาน THAIFEX2016

   

ITAP สวทช. ขอเชิญผู้ประกอบการเข้าร่วมสัมมนา“สร้างความต่าง เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจด้วย Eco-Innovation”

Attention: open in a new window. PDFPrintE-mail

Last Updated on Thursday, 26 May 2016 11:00

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยโปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) ร่วมกับ AESIC ประเทศเกาหลีใต้ จัดกิจกรรมสัมมนาเรื่อง “สร้างความต่าง เพิ่มโอกาสให้ธุรกิจด้วย Eco-Innovation” ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมความร่วมมือภายใต้โครงการ ASEIC Eco-Innovation Consulting Project for SMEs in Thailand 2016 ในวันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559 เวลา 09.00 - 12.00 น. ณ ห้องทับทิม ชั้น 11 อาคาร SME Bank ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ

โดยขอเชิญผู้ประกอบการ SMEs ไทย ในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ และกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เข้าร่วมงานสัมมนา และขอเชิญผู้ประกอบการสมัครเข้าร่วมกิจกรรมการให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม (Eco-Innovation) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อสนับสนุนการเติบโตสีเขียว (green growth) และการพัฒนาที่ยั่งยืน (sustainable development) ให้แก่ SMEs ในประเทศไทย

SMEs ที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมในโครงการให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมจำนวน 10 ราย จะได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญเกาหลีและไทย โดยผู้เชี่ยวชาญจะเข้าเยี่ยมโรงงานหรือสถานประกอบการจำนวน 4 ครั้งภายในระยะเวลา 4 เดือน (นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน 2559) พร้อมทั้งให้คำปรึกษาและแนวทางการดำเนินงานที่เป็นไปได้ เพื่อลดการใช้พลังงานและลดการใช้ทรัพยากร รวมไปถึงลดของเสียที่เกิดในกระบวนการต่างๆ โดยมุ่งหวังให้ SMEs ไทยเกิดนวัตกรรมสีเขียวในการดำเนินงานและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน ครอบคลุมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ (ลดต้นทุน มีรายได้มากขึ้น) ด้านสังคม (สร้างงาน สร้างอาชีพ) และด้านสิ่งแวดล้อม (ลดมลพิษและมลภาวะ)

 

ดาวน์โหลดกำหนดการ

 

ผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมสัมมนาและสมัครเข้าร่วมโครงการให้คำปรึกษาด้านนวัตกรรมสิ่งแวดล้อม สามารถดาวน์โหลดใบสมัคร และกรอกใบสมัคร (เป็นภาษาอังกฤษ) ส่งมาได้ที่ โทรสาร 0 2564 7082 อีเมล: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it หรือภายในงานสัมมนา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ ดร. ทรงพล มั่นคงสุจริต โทรศัพท์ 0 2564 7000 ต่อ 1382

   

Page 1 of 93

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
เป็นหน่วยงานของรัฐที่จัดตั้งขึ้นเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อแสวงหากำไร
หากท่านพบว่ามีข้อมูลใดๆ ที่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
โปรดแจ้งให้ทราบเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วที่สุดต่อไป